
เลื่อนถกบอร์ดEV เป็น 10 ก.ย. ยังไม่พิจารณาขึ้นภาษี-โควต้า เน้นถกกรอบทิศทาง
ปลัดคลังเผยเลื่อนประชุมบอร์ด EV เป็น 10 ก.ย. ย้ำยังไม่มีข้อสรุปขึ้นภาษีหรือกำหนดโควตานำเข้า เน้นถกหลักการแยกรถนำเข้า-ผลิตในไทย
KEY
POINTS
- คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้า (บอร์ด EV) เลื่อนการประชุมเป็นวันที่ 10 กันยายน
- วาระการประชุมจะเน้นการหารือกรอบทิศทางนโยบายภาษี โดยยังไม่มีการพิจารณาปรับขึ้นอัตราภาษีหรือกำหนดโควต้านำเข้า
- การหารือมีเป้าหมายเพื่อทบทวนโครงสร้างภาษีและสร้างความสมดุลทางการแข่งขันระหว่างรถยนต์ EV ที่นำเข้าและที่ผลิตในประเทศ
ภาษีสรรพสามิตรถ EV เป็นประเด็นที่ต้องจับตาในการประชุมบอร์ด EV ที่จะมีขึ้น หลังภาคเอกชนเสนอให้รัฐบาลทบทวนโครงสร้างภาษี เพื่อปรับสมดุลการแข่งขันระหว่างรถ EV นำเข้ากับรถที่ผลิตในประเทศ และสร้างความชัดเจนต่อทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้า (บอร์ด EV) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เลื่อนจากวันที่ 7 ก.ย. เป็นวันที่ 10 ก.ย.นี้ เนื่องจากกรรมการติดภารกิจสำคัญในการพิจารณางบประมาณ
โดยการประชุมจะเน้นหารือกรอบและทิศทางนโยบายสำหรับรถยนต์แต่ละกลุ่ม หลังภาคเอกชนเสนอให้ทบทวนโครงสร้างภาษี เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างรถนำเข้ากับรถที่ผลิตในประเทศ
การประชุมครั้งนี้จะพิจารณาในระดับหลักการก่อน โดยแยกพิจารณารถนำเข้า 100% กับรถที่มีฐานการผลิตในประเทศ ขณะที่รายละเอียดอัตราภาษียังไม่ได้มีการหารือ รวมถึงยังไม่มีการพิจารณาเรื่องโควตานำเข้า
“การปรับภาษีไม่จำเป็นต้องลงรายละเอียดในกรรมการชุดนี้ สิ่งที่ต้องคุยกันคือทิศทางว่าจะดำเนินการอย่างไร และต้องพิจารณารถแต่ละกลุ่ม ทั้งรถนำเข้า 100% และรถที่มีโรงงานผลิตในประเทศ ส่วนตัวเลขภาษียังไม่ได้ลงไปถึงรายละเอียด”
ส่วนแนวทางการกำหนดโควตานำเข้ารถ EV ขณะนี้ยังไม่มีการหารือหรือข้อสรุป โดยต้องรอความชัดเจนของทิศทางนโยบายก่อน จึงจะพิจารณารายละเอียดในขั้นต่อไป
ทั้งนี้ สำหรับประเด็นโครงสร้างภาษี ภาคเอกชน โดยเฉพาะสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เสนอให้รัฐบาลพิจารณาปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตรถ EV นำเข้าทั้งคัน (CBU) เป็น 32-50% จากปัจจุบันที่เก็บ 10% ขณะที่รถ EV ที่ผลิตในประเทศเสียภาษี 2% เพื่อให้โครงสร้างภาษีและการแข่งขันระหว่างรถนำเข้ากับรถผลิตในประเทศมีความเหมาะสมมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอดังกล่าวยังไม่มีข้อสรุปจากรัฐบาล ขณะที่ผู้ประกอบการจับตาแนวทางและระยะเปลี่ยนผ่าน หากมีการปรับภาษี โดยต้องการเวลาเพียงพอในการปรับต้นทุน ราคา และแผนการทำตลาด







