
แอลพีจีถูกแท็กซี่ร่วมเอ็นจีวีฟรีไม่ถึงเป้า
ผู้ประกอบการแท็กซี่คาดรถเข้าโครงการติดเอ็นจีวีฟรีไม่ถึง3หมื่นคันตามเป้าหมาย หลังรัฐยังตรึงราคาแอลพีจีขนส่ง-ส่อปรับราคาเอ็นจีวีในอนาคต
ผู้ประกอบการแท็กซี่คาดรถเข้าโครงการติดเอ็นจีวีฟรีไม่ถึง3หมื่นคันตามเป้าหมาย หลังรัฐยังตรึงราคาแอลพีจีขนส่ง-ส่อปรับราคาเอ็นจีวีในอนาคต
นายวิฑูรย์ แนวพานิช ประธานสหกรณ์แท็กซี่สยาม เปิดเผยภายหลังร่วมเปิดตัวโครงการสนับสนุนรถแท็กซี่ติดเอ็นจีวีฟรี 1.5 หมื่นคัน ว่าโครงการดังกล่าวเริ่มช้าไปกว่ากำหนดมากซึ่งจะทำให้มีรถแท็กซี่ที่เข้าร่วมโครงการไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจากรถแท็กซี่ส่วนหนึ่งได้ไปติดตั้งเอ็นจีวีเองแล้ว ทำให้เหลือแท็กซี่ที่อยู่ในตลาดไม่ถึง 2 หมื่นคัน ที่มีโอกาสจะติดตั้งเอ็นจีวีได้ ประกอบกับรัฐบาลยังมีนโยบายตรึงราคาก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี)ขนส่ง และมีข่าวจะปรับขึ้นราคาเอ็นจีวี อาจเป็นปัจจัยตัวแปรที่มีผลต่อการตัดสินใจจะเข้าโครงการหรือไม่
นอกจากนี้ยังมีการประชาสัมพันธ์โครงการนี้น้อยเกินไป เพราะกลุ่มแท็กซี่ส่วนหนึ่งยังไม่ทราบข้อมูลในเรื่องขั้นตอนการลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมโครงการอีกมาก อย่างไรก็ตามรัฐบาลจะต้องสร้างความชัดเจนให้มากขึ้นทั้งเรื่องรายละเอียดโครงการและนโยบายราคาเอ็นจีวีให้มากกว่านี้
"โครงการติดตั้งเอ็นจีวีฟรีเป็นเรื่องที่ดีแต่เกิดช้าไปกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้1-2 ปี เพราะตอนที่คิดโครงการนี้สำรวจจำนวนเท็กซี่ที่ใช้แอลพีจีมีอยู่ 3หมื่นคัน จึงแบ่งโครงการติดตั้งเอ็นจีวีฟรีเป็น 2 รอบ โดยรอบแรกจำนวน 1.5 หมื่นคัน แต่ระหว่างรอการเปิดตัวโครงการมีรถแท็กซี่ประมาณ 1 หมื่นคัน ที่ไปติดตั้งเอ็นจีวีเองแล้ว จึงเหลืออีก 2 หมื่นคันที่ยังใช้แอลพีจี ซึ่งต้องมาดูว่าแท็กซี่เหล่านี้ยังสนใจอีกหรือเปล่า เพราะตอนนี้รัฐยังตรึงแอลพีจีขนส่งต่อไปและอาจจะปรับราคาเอ็นจีวี ทำให้เกิดความลังเลได้แม้จะเป็นการติดตั้งอุปกรณ์เอ็นจีวีฟรีก็ตาม"นายวิฑูรย์กล่าว
ด้านนายคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า โครงการนี้ได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อนำมาติดตั้งเอ็นจีวีให้ฟรีวงเงิน 1,200 ล้านบาท แต่คาดว่าจะใช้เงินน้อยกว่างบที่ได้รับเนื่องจากการประมูลอุปกรณ์มีราคาที่ถูก เฉลี่ยคันละ 5,000 บาทเท่านั้น ซึ่งมั่นใจจะมีจำนวนแท็กซี่สมัครเข้าร่วมโครงการในรอบแรกจำนวน 1.5 หมื่นคันได้ภายในกำหนดตาม โดยจะเปิดให้ผู้ติดตั้งหรืออู่แท็กซี่ที่สนใจร่วมโครงการยื่นคำขอเป็นผู้ติดตั้งอุปกรณ์ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 28 ก.พ. ในขณะที่ผู้ประกอบการแท็กซี่สามารถยื่นคำขอได้จนถึงวันที่ 15 มี.ค.
ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะช่วยลดการใช้แอลพีจีได้ประมาณ1.5หมื่นตัน/เดือน และลดภาระชดเชยของกองทุนน้ำมันฯจากการนำเข้าได้ประมาณ 237 ล้านบาท/เดือน และหากดำเนินโครงการแล้วเสร็จจำนวนทั้งสิ้น 3 หมื่นคัน จะช่วยลดการใช้แอลพีจีได้ประมาณ 3 หมื่นตัน/เดือน ลดภาระกองทุนน้ำมันฯ ในการชดเชยการนำเข้าก๊าซแอลพีจีได้ประมาณ 474 ล้านบาท/เดือน
สำหรับนโยบายราคาเอ็นจีวีนั้น ปัจจุบันราคาเอ็นจีวี 8.50 บาท/ก.ก. เป็นราคาที่ใช้มาประมาณ 5-6 ปี ซึ่งอยู่บนเงื่อนไขว่าราคาเอ็นจีวีต้องไม่เกิน50%ของราคาดีเซล ซึ่งตอนนั้นราคาดีเซลอยู่ที่ลิตรละ 16 บาท แต่ตอนนี้ราคาดีเซลอยู่ที่ 30 บาท/ลิตร เมื่อเทียบนำราคาเอ็นจีวีมาเทียบคิดเป็นสัดส่วน 25% แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องปรับขึ้นราคาตามเงื่อนไขเดิม เพียงแต่การตัดสินใจขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลและปัจจัยอื่นๆประกอบกับด้วย
นายปุณณชัย ฟูตระกูล ผู้จัดการฝ่ายการตลาดก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ บริษัท ปตท. กล่าวว่า ปริมาณการใช้เอ็นจีวีมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยในปี2553 มีการขยายตัวถึง 40% ทำให้ปตท.ต้องแบกรับภาระขาดทุนสะสม 2.6 หมื่นล้านบาท จากการจำหน่ายราคาเอ็นจีวีต่ำกว่าต้นทุน แต่ยังมีแผนขยายปั๊มเอ็นจีวีตามเป้าหมายซึ่งปีนี้ครบ 500 แห่ง จากปัจจุบันมีอยู่ 433 แห่ง







