posttoday
ออมสิน จับมือ ศธ. แก้หนี้ครู หั่นดอกเบี้ยเหลือ 3.5% ปลดหนี้เร็วขึ้น เปิดลงทะเบียนถึง 31 ต.ค.

ออมสิน จับมือ ศธ. แก้หนี้ครู หั่นดอกเบี้ยเหลือ 3.5% ปลดหนี้เร็วขึ้น เปิดลงทะเบียนถึง 31 ต.ค.

20 สิงหาคม 2569

ออมสินจับมือ ศธ.แก้หนี้ครู ลดดอกเบี้ย ช.พ.ค.-ช.พ.ส. เหลือ 3.5% สำหรับลูกหนี้ปกติ เปิดทางกลุ่มมีปัญหาปรับสถานะรับสิทธิ พร้อมเปิดลงทะเบียนถึง 31 ต.ค. 2569

KEY

POINTS

  • ธนาคารออมสินร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จัดโครงการลดภาระหนี้สินเชื่อสำหรับครูที่เป็นสมาชิก ช.พ.ค. และ ช.พ.ส.
  • ปรับลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเหลือ 3.5% ต่อปีสำหรับลูกหนี้สถานะปกติ และ 4% สำหรับลูกหนี้สถานะอื่น เพื่อช่วยให้ปลดหนี้ได้เร็วขึ้น
  • เปิดให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นสมาชิกและมีหนี้กับออมสิน ลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการได้จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569

ธนาคารออมสิน ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดโครงการ “ออมสินก้าวไปกับครู ช่วยแม่พิมพ์สู่อิสรภาพทางการเงิน” เดินหน้าลดภาระหนี้ครูและบุคลากรทางการศึกษา หลังหนี้สะสมต่อเนื่องกระทบคุณภาพชีวิต ขวัญกำลังใจ และความมั่นคงทางการเงิน โดยเฉพาะช่วงใกล้เกษียณ

 

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ปัญหาหนี้ครูเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ภาครัฐต้องแก้ไข โดย การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) และ การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาในกรณีคู่สมรสถึงแก่ความตาย (ช.พ.ส.) เป็นสวัสดิการ ที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับธนาคารกรุงไทยและธนาคารออมสินจัดสวัสดิการสินเชื่อให้สมาชิกมาตั้งแต่ปี 2549

 

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับอนุมัติสินเชื่อสะสมกว่า 900,000 บัญชี คิดเป็นวงเงินสินเชื่อรวมประมาณ 760,000 ล้านบาท ขณะที่ปัจจุบันมียอดสินเชื่อคงค้าง 291,815 บัญชี คิดเป็นเงินต้นคงเหลือกว่า 223,952 ล้านบาท สะท้อนภาระหนี้จำนวนมากที่ครูยังต้องรับผิดชอบต่อเนื่อง

 

สำหรับมาตรการครั้งนี้ ออมสินมุ่งลดภาระดอกเบี้ยและช่วยให้ครูสามารถชำระหนี้ได้เร็วขึ้น โดยปรับลดดอกเบี้ยสินเชื่อ ช.พ.ค. และ ช.พ.ส. จากเดิม 6-7% เหลือ 3.5% ต่อปี สำหรับลูกหนี้สถานะปกติ และ 4% สำหรับลูกหนี้สถานะอื่น รวมถึง NPL พร้อมเปิดโอกาสให้ลูกหนี้ที่ยังมีปัญหาการชำระเงินปรับสถานะเพื่อรับสิทธิอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง

 

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ปัจจุบันธนาคารมีลูกหนี้ครูในกลุ่ม ช.พ.ค. และ ช.พ.ส. ที่ยังมียอดหนี้คงเหลือประมาณ 280,000 บัญชี โดยแต่ละรายมียอดหนี้คงเหลือเฉลี่ยกว่า 200,000 บาท

 

จุดสำคัญของมาตรการคือ ออมสินต้องการดูแลลูกหนี้ “ทุกสถานะ” ไม่ได้จำกัดเฉพาะกลุ่มหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) แต่ครอบคลุมทั้งลูกหนี้ปกติ ลูกหนี้ที่ชำระไม่สม่ำเสมอ และลูกหนี้ NPL

 

สำหรับลูกหนี้สถานะปกติ จะได้รับการปรับลดดอกเบี้ยเหลือคงที่ 3.5% จนถึงสิ้นปี 2570 ขณะที่ลูกหนี้สถานะอื่น ทั้งกลุ่มที่ชำระไม่สม่ำเสมอและ NPL จะได้รับการปรับลดดอกเบี้ยเหลือ 4%

 

ทั้งนี้ เพื่อจูงใจให้ลูกหนี้กลับมาชำระหนี้ตามปกติ หากลูกหนี้ที่ชำระไม่สม่ำเสมอหรือผิดนัด สามารถกลับมาผ่อนชำระและรักษาสถานะปกติต่อเนื่อง 3 เดือนภายในสิ้นปี 2569 จะได้รับสิทธิปรับลดดอกเบี้ยเหลือ 3.5% เช่นเดียวกับลูกหนี้ปกติ และได้รับสิทธิจนถึงสิ้นปี 2570

 

หลังสิ้นสุดมาตรการในปี 2570 อัตราดอกเบี้ยจะกลับไปใช้อัตราอ้างอิง อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (MLR) หรือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำสำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) ลบ 2% ซึ่งจากอัตราปัจจุบันจะอยู่ที่ประมาณ 4%

 

"การลดดอกเบี้ยครั้งนี้ไม่เพียงช่วยลดภาระดอกเบี้ย แต่หากลูกค้านำเงินส่วนต่างจากดอกเบี้ยที่ลดลงไปชำระเงินต้น จะช่วยให้ระยะเวลาการผ่อนหนี้สั้นลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยหากมีระยะเวลาผ่อนหนี้คงเหลือประมาณ 20 ปี จะช่วยให้หมดหนี้เร็วขึ้นเกือบ 4 ปี ขณะที่ผู้กู้ซึ่งมีระยะเวลาผ่อนหนี้คงเหลือประมาณ 30 ปี จะปลดหนี้ได้เร็วขึ้นเกือบ 9 ปี"

 

เปิดลงทะเบียนถึง 31 ต.ค.

สำหรับการเข้าร่วมมาตรการ ลูกหนี้สินเชื่อ ช.พ.ค.-ช.พ.ส. ของออมสินครอบคลุมทุกสถานะ ทั้งลูกหนี้ปกติ ลูกหนี้ที่ชำระไม่สม่ำเสมอ และ NPL ส่วนลูกหนี้สถานะอื่นที่สามารถกลับมาชำระหนี้เป็นปกติต่อเนื่อง 3 เดือนภายในสิ้นปี 2569 จะมีสิทธิปรับลดดอกเบี้ยเหลือ 3.5% ขณะที่ผู้ที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก ช.พ.ค. ต้องสมัครสมาชิกก่อนจึงจะเข้าร่วมมาตรการได้

 

สมาชิก ช.พ.ค.-ช.พ.ส. ที่ยังมีสถานะเป็นสมาชิก สามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน MyMo , เว็บไซต์ธนาคารออมสิน หรือธนาคารออมสินทุกสาขา โดยเปิดลงทะเบียนถึงวันที่ 31 ต.ค. 2569 ส่วนผู้ที่พ้นสภาพสมาชิกต้องกลับเข้าเป็นสมาชิกก่อน และลงทะเบียนภายในวันที่ 30 พ.ย. 2569 ขณะที่มาตรการลดดอกเบี้ยมีผลถึงสิ้นปี 2570

 

สำหรับเหตุผลที่ธนาคารออมสินเริ่มช่วยเหลือหนี้ ช.พ.ค. ก่อน เนื่องจากมี 7 โครงการย่อยที่เงื่อนไขและคุณสมบัติสมาชิกแตกต่างกัน จึงต้องทยอยดำเนินการเป็นลำดับ ก่อนขยายมาตรการไปยังครูและบุคลากรทางการศึกษากลุ่มอื่นต่อไป

 

นายทรงพล กล่าวถึง ภาพรวมคุณภาพสินเชื่อของธนาคารออมสินว่า ยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ โดยคาดว่าหนี้ NPL ของธนาคารในปีนี้จะอยู่ในระดับต่ำกว่า 4% ขณะที่มาตรการลดดอกเบี้ยหนี้ครูจะช่วยให้ลูกหนี้กลับมาบริหารจัดการภาระหนี้ได้ดีขึ้น และลดความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ในระยะต่อไป

 

นอกจากนี้ สำหรับลูกหนี้ครูที่มีประวัติการชำระหนี้ดี ธนาคารยังมีแนวทางพัฒนาผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม ทั้งบัตรเครดิตและสินเชื่อรายย่อย เพื่อดูแลลูกค้ากลุ่มดังกล่าวให้มีความคล่องตัวทางการเงินมากขึ้น

 

ออมสินเร่งปล่อยสินเชื่อหนุนเศรษฐกิจ

ขณะที่ผลการดำเนินงานของธนาคารในช่วง 8-9 เดือน ปี 2569 ว่า สินเชื่อซอฟต์โลนวงเงินรวม 100,000 ล้านบาท ปัจจุบันเบิกจ่ายแล้วประมาณ 50,000 ล้านบาท ขณะที่สินเชื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยเฉพาะสินเชื่อยานยนต์ไฟฟ้า (EV) วงเงินก้อนแรก 5,000 ล้านบาท ได้รับการจัดสรรเต็มจำนวนแล้ว และธนาคารเพิ่มวงเงินอีก 5,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะถูกใช้เต็มในระยะเวลาอันใกล้ หากยังมีความต้องการ ออมสินพร้อมพิจารณาขยายวงเงินเพิ่มเติม

 

สำหรับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Spread) ของธนาคาร ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 1.7-1.9% ถือเป็นระดับต่ำ เนื่องจากออมสินมีนโยบายลดต้นทุนทางการเงินให้กับผู้กู้ ขณะเดียวกันเพิ่มผลตอบแทนให้ผู้ฝากเงิน แม้ Spread อยู่ในระดับต่ำ แต่ผลกำไรของธนาคารยังปรับตัวดีขึ้น จากการขยายฐานทั้งสินเชื่อและเงินฝาก โดยเฉพาะสลากออมสินระยะ 5 ปี และเงินฝากออมทรัพย์พิเศษที่จ่ายดอกเบี้ยรายเดือน ซึ่งยังได้รับความสนใจจากประชาชน

 

ส่วนโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส กระทรวงการคลังร่วมกับธนาคารกรุงไทยและธนาคารออมสิน เตรียมนำข้อมูลการค้าขายจาก “นกกระซิบ” บนแอปถุงเงิน มาเป็นข้อมูลทางเลือกประกอบการพิจารณาสินเชื่อ ช่วยให้ร้านค้าและผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งหลักประกันเพียงอย่างเดียว

 

ธนาคารออมสิน ยังเดินหน้าสนับสนุนสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนผ่านพลังงาน โดยร่วมกับ ธอส. สนับสนุนสินเชื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์ภาคประชาชนตามนโยบายรัฐบาล เหมาะกับครัวเรือนที่ใช้ไฟช่วงกลางวันไม่น้อยกว่า 50% ปัจจุบันแผงมีอายุใช้งาน 15-20 ปี และคืนทุนได้ภายในไม่เกิน 7 ปี ขณะที่รัฐบาลเตรียมช่วยลดต้นทุนติดตั้งบางส่วน และออมสินเตรียมออกสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ โดยรอประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการ

 

ข่าวล่าสุด

รมว.สุริยะ ติดตามน้ำท่วมเมืองปัว พร้อมสั่ง ชป.ระดมเครื่องจักรเร่งช่วยเหลือประชาชน

รมว.สุริยะ ติดตามน้ำท่วมเมืองปัว พร้อมสั่ง ชป.ระดมเครื่องจักรเร่งช่วยเหลือประชาชน