posttoday
Apple หุ้นร่วง 5.5% ชิปผลิตไม่ทันความต้องการ รายได้ต่ำกว่าเป้า

Apple หุ้นร่วง 5.5% ชิปผลิตไม่ทันความต้องการ รายได้ต่ำกว่าเป้า

31 กรกฎาคม 2569

หุ้น Apple ร่วงระนาว 5.5% หลังประกาศคาดการณ์รายได้ไตรมาสล่าสุด ส่อแววโตช้ากว่าวอลล์สตรีทตั้งเป้า "ทิม คุก" รับสาเหตุหลักจาก "ซัพพลายเชน" ผลิตชิปไม่ทันความต้องการ

Apple เปิดเผยตัวเลขคาดการณ์ยอดขายประจำไตรมาสปัจจุบันซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนกันยายน โดยคาดว่าจะเติบโตต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์จากวอลล์สตรีทประเมินไว้ ปัญหาหลักมาจากการขาดแคลนชิ้นส่วนในการผลิต ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทร่วงลง 5.5% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ (After-hours)

 

ปัจจุบัน Apple และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีโดยรวม ต่างกำลังดิ้นรนอย่างหนักเพื่อผลิตสินค้าให้ทันความต้องการ โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้ชิปประมวลผลและหน่วยความจำขั้นสูง ผู้บริหารของ Apple ยืนยันชัดเจนว่า ยอดขายที่คาดว่าจะชะลอตัวลงนั้นเกิดจากปัญหาฝั่ง "ซัพพลาย" (กำลังการผลิต) ขัดข้อง ไม่ใช่เพราะ "ดีมานด์" (ความต้องการของผู้บริโภค) หดตัวแต่อย่างใด

 

ทิม คุก (Tim Cook) ซีอีโอของ Apple กล่าวระหว่างการแถลงผลประกอบการว่า "ตอนนี้เรากำลังเผชิญกับปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วนอย่างหนัก และแทบไม่มีความยืดหยุ่นในห่วงโซ่อุปทานที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้เลย" พร้อมระบุเพิ่มเติมว่า Apple กำลังประเมินทุกวิถีทางเพื่อหาซัพพลายเออร์ชิปหน่วยความจำรายใหม่เข้ามาทดแทน

Apple หุ้นร่วง 5.5% ชิปผลิตไม่ทันความต้องการ รายได้ต่ำกว่าเป้า

ด้าน เควาน พาริกห์ (Kevan Parekh) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) เปิดเผยกับนักวิเคราะห์ว่า บริษัทคาดการณ์ว่ารายได้ในไตรมาสปัจจุบันจะเติบโตราว 9-11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งต่ำกว่าตัวเลข 12% ที่วอลล์สตรีทประเมินไว้ตามข้อมูลของ LSEG

 

นอกจากนี้ เขายังคาดว่ารายได้จาก iPhone จะเติบโตในระดับตัวเลขสองหลักช่วงกลาง (Mid-teens) ซึ่งต่ำกว่าเป้าที่ตลาดมองไว้ถึง 17.6% โดยประเมินอัตรากำไรขั้นต้นไว้ที่ราว 47-48%

 

ขณะเดียวกัน ทิม คุก ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าวรอยเตอร์ส (Reuters) โดยขยายความถึงเรื่องนี้ว่า ปัญหาคอขวดสำคัญในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา คือภาวะขาดแคลนเทคโนโลยีผลิตชิปขั้นสูงที่ใช้สร้างชิปตระกูล Apple Silicon ซึ่งเป็นหัวใจหลักของอุปกรณ์กลุ่ม Mac

 

ปัญหานี้ทำให้บริษัทไม่สามารถผลิตสินค้าตอบสนองความต้องการของตลาดได้ทัน แม้ว่ายอดขาย Mac จะเติบโตกระโดดถึง 29% จากความสำเร็จของ MacBook Neo รุ่นเริ่มต้นและ MacBook Pro รุ่นท็อป ที่ยังคงขายดีแม้จะปรับราคาขึ้นแล้วก็ตาม

 

"หากมองลึกลงไปถึงต้นตอ จะเห็นว่าเรากำลังอยู่ในช่วงที่ความต้องการสินค้าพุ่งสูงทะลุความคาดหมายไปมาก ในขณะที่ห่วงโซ่อุปทานฝั่งการผลิตชิปขั้นสูงกลับปรับตัวตามไม่ทัน และไม่ยืดหยุ่นพอที่จะรองรับความต้องการระดับมหาศาลนี้ได้" ทิม คุก กล่าวเสริม

 

Apple หุ้นร่วง 5.5% ชิปผลิตไม่ทันความต้องการ รายได้ต่ำกว่าเป้า

 

งบ Apple ไตรมาส 3 โตทะลุเป้า ทวงคืนบัลลังก์บริษัทมูลค่าสูงสุดในโลก

 

แม้ไตรมาสหน้าอาจต้องเผชิญกับความท้าทาย แต่ผลงานของ Apple ในช่วงไตรมาสที่ผ่านมาถือว่าทำได้ดีเกินคาด ล่าสุดบริษัทเพิ่งทวงคืนแชมป์บริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดในโลกจาก Nvidia ยักษ์ใหญ่ด้านชิป AI มาได้สำเร็จ พร้อมดันราคาหุ้นปีนี้ให้พุ่งขึ้นไปแล้วกว่า 22%

 

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3 (สิ้นสุด ณ วันที่ 27 มิถุนายน) Apple กวาดยอดขายเพิ่มขึ้น 16.4% แตะระดับ 1.094 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะเติบโต 15.5% โดยผู้บริโภคยังคงแห่ซื้อ iPhone และ MacBook กันอย่างคึกคัก แม้ว่าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกจะพากันปรับราคาขึ้นก็ตาม

 

ส่วนกำไรสุทธิไตรมาสนี้อยู่ที่ 2.02 ดอลลาร์ต่อหุ้น (รวมเงินคืนภาษีศุลกากรจากรัฐบาลสหรัฐฯ 11 เซนต์) และถึงแม้จะหักเงินคืนส่วนนี้ออก กำไรของ Apple ก็ยังคงสูงกว่าตัวเลข 1.89 ดอลลาร์ต่อหุ้นที่วอลล์สตรีทประเมินไว้อยู่ดี

 

ปัจจัยหลักที่ช่วยดันรายได้ในรอบนี้มาจากยอดขาย iPhone ที่พุ่งกระฉูดถึง 21.7% ทำเงินไปกว่า 5.425 หมื่นล้านดอลลาร์ ทะลุเป้า 5.386 หมื่นล้านดอลลาร์ที่ตั้งไว้ และทำสถิติเป็นยอดขาย iPhone ไตรมาส 3 ที่สูงที่สุดของบริษัท จากปกติที่ช่วงเวลานี้มักเป็นช่วงซบเซาของตลาดสมาร์ทโฟน เพราะลูกค้าส่วนใหญ่จะชะลอการซื้อเพื่อรอรุ่นใหม่เปิดตัวในฤดูใบไม้ร่วง

 

สำหรับปีนี้ ผู้บริโภคต่างรีบตัดสินใจซื้อ iPhone กันเร็วขึ้น หลังจากวิกฤตชิปหน่วยความจำขาดแคลนทั่วโลกส่งผลให้ Apple ต้องปรับขึ้นราคา Mac และ iPad ไปก่อนหน้านี้

 

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันบริษัทยังคงตรึงราคา iPhone ไว้ แต่นักวิเคราะห์หลายรายเชื่อว่า Apple น่าจะตัดสินใจประกาศขึ้นราคา iPhone ในงานเปิดตัวสินค้าใหม่ช่วงเดือนกันยายนที่จะถึงนี้

 

ด้านอัตรากำไรขั้นต้นที่ Apple เคยระบุว่าอาจเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนชิ้นส่วนหน่วยความจำ ตัวเลขจริงทำได้ที่ 50.1% (รวมเงินคืนภาษีศุลกากร 2%) และหากหักส่วนนี้ออกจะอยู่ที่ 48.1% ซึ่งยังเกาะกลุ่มค่ากลางตามที่บริษัทประเมินไว้ และสูงกว่าตัวเลข 47.92% ที่ตลาดคาดการณ์

 

ขณะที่ยอดขายกลุ่ม Mac เติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 28.7% กวาดรายได้ 1.035 หมื่นล้านดอลลาร์ (สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 8.74 พันล้านดอลลาร์) สวนทางกับกลุ่ม iPad ที่ยอดขายหดตัวลง 5.9% มาอยู่ที่ 6.19 พันล้านดอลลาร์ (ต่ำกว่าเป้า 6.92 พันล้านดอลลาร์)

 

ประเด็นนี้ ทิม คุก อธิบายว่า เป็นเพราะช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว บริษัททำยอดขายไว้สูงมากจากการเปิดตัว iPad รุ่นประหยัดชิป A16 ทำให้ฐานการเปรียบเทียบในปีนี้สูงตามไปด้วย

 

Apple หุ้นร่วง 5.5% ชิปผลิตไม่ทันความต้องการ รายได้ต่ำกว่าเป้า

 

ธุรกิจ "บริการ" เจอแรงกดดัน Apple เล็งหารายได้เพิ่มจากฟีเจอร์ AI

 

อีกประเด็นที่น่ากังวลคือ ธุรกิจบริการ (Services) ซึ่งเป็นแหล่งรายได้อันดับสองของ Apple แม้จะเติบโตถึง 12.1% และทำรายได้ 3.074 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ตัวเลขนี้ยังคงต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 3.122 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

กิล ลูเรีย (Gil Luria) นักวิเคราะห์จาก D.A. Davidson ชี้ว่าการเติบโตของธุรกิจกลุ่มนี้กำลังชะลอตัว "นักลงทุนกังวลว่าแม้ยอดขาย iPhone จะเติบโตกว่า 20% แต่ภาคบริการกลับโตช้าลง หากในอนาคตยอดขาย iPhone กลับเข้าสู่ระดับปกติ รายได้จากภาคบริการก็อาจทรุดหนักกว่านี้"

 

ด้านพาริกห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน (CFO) ของ Apple ชี้แจงว่า รายได้จากการซื้อแอปพลิเคชันเกมผ่าน App Store กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก เนื่องจากสหภาพยุโรป (EU) บังคับใช้กฎหมายที่กำหนดให้ Apple ต้องอนุญาตให้ผู้ใช้โหลดแอปสโตร์ทางเลือกอื่นบน iPhone ได้

 

รวมไปถึงผลกระทบจากคดีความกับค่าย Epic Games (ผู้สร้างเกม Fortnite) ในสหรัฐฯ ที่เปิดทางให้ผู้ใช้งานจ่ายเงินซื้อไอเทมผ่านช่องทางอื่นนอกระบบของ Apple ได้สำเร็จ

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา Apple ได้ร่วมมือกับ Google เปิดตัว Siri โฉมใหม่ที่ยกระดับการทำงานด้วยฟีเจอร์ AI โดย ทิม คุก ซีอีโอของ Apple ได้แย้มทิศทางการทำเงินจากเทคโนโลยีนี้ไว้ว่า

 

"บริษัทกำลังพิจารณาแนวทางอัปเกรดแพ็กเกจ iCloud Plus เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้ใช้งานที่ต้องการขีดความสามารถขั้นสูง สามารถจ่ายเงินเพิ่มเพื่อปลดล็อกฟีเจอร์ใหม่ ๆ ได้"

ข่าวล่าสุด

กระแสเจลาโต้ ปลุกตลาดไอศกรีมคึกคัก ยอดเดลิเวอรี่พุ่ง สเวนเซ่นส์-แดรี่ควีนขายดีสุด

กระแสเจลาโต้ ปลุกตลาดไอศกรีมคึกคัก ยอดเดลิเวอรี่พุ่ง สเวนเซ่นส์-แดรี่ควีนขายดีสุด