
“พาณิชย์” ผนึกกำลังปราบสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
“ศุภจี” นำทีมภาครัฐ-เอกชน รณรงค์เคารพสิทธิทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมเซ็น MOU ร่วมกับ Shopee และ บก.ปอศ. ยกระดับปราบสินค้าปลอมออนไลน์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน
KEY
POINTS
- กระทรวงพาณิชย์ผนึกกำลังกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จัดกิจกรรมรณรงค์ต่อต้านสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ภายใต้แนวคิด “ไม่ซื้อ ไม่ใช้ ไม่สนับสนุน”
- มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างช้อปปี้ เพื่อยกระดับความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการจำหน่ายสินค้าละเมิดบนอินเทอร์เน็ต
- ในช่วง 6 เดือนแรกของปี สามารถจับกุมคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาได้ 456 คดี และยึดของกลางได้กว่า 1.6 ล้านชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 786 ล้านบาท
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเคารพสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ภายใต้แนวคิด “ไม่ซื้อ ไม่ใช้ ไม่สนับสนุนการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา” โดยมีผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนเจ้าของสิทธิ สถานเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย และหน่วยงานต่างประเทศเข้าร่วม ณ พารากอน ฮอลล์ศูนย์การค้าสยามพารากอน และบริเวณ Walking Street สยามสแควร์
ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมดังกล่าว เพื่อรณรงค์สร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนในความสำคัญของการเคารพสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมยกระดับความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาทั้งในท้องตลาดและบนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างเป็นรูปธรรม
นางศุภจี เปิดเผยว่า การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเป็นปัญหาที่ฉุดรั้งความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดผลกระทบโดยตรงต่อผู้ผลิตผู้ประกอบการ และผู้บริโภค อีกทั้งยังบั่นทอนขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าของประเทศ นอกจากนี้ ประเด็นการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญายังเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ประเทศคู่ค้าสำคัญ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ใช้ประกอบการพิจารณาสถานะการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทย ซึ่งส่งผลต่อภาพลักษณ์ ความเชื่อมั่นของนักลงทุน และบรรยากาศการค้าการลงทุนของประเทศกระทรวงพาณิชย์
โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา จึงได้เดินหน้าพัฒนาระบบการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้เข้มแข็ง ควบคู่กับการส่งเสริมระบบนิเวศนวัตกรรมที่เอื้อต่อผู้สร้างสรรค์และผู้ประกอบการไทย รวมทั้งพัฒนากลไกความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ เพื่อยกระดับมาตรฐานระบบทรัพย์สินทางปัญญาให้ทัดเทียมสากล และผลักดันประเทศไทยสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการต่อยอดและยกระดับความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเจ้าของสิทธิ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เรื่อง การป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ต ระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญา กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) และบริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อยกระดับความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูล การสืบสวน และการขยายผลดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด
รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนแพลตฟอร์มออนไลน์โดยมีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วย นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ร่วมเป็นสักขีพยาน ในการลงนาม
พร้อมกันนี้ ยังมีพิธีรับมอบบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาบนอินเทอร์เน็ตระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญากับบริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญารายล่าสุดที่แสดงเจตจำนงเข้าร่วมเครือข่ายความร่วมมือในการนำมาตรการ Notice and Takedown มาใช้ระงับการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนอินเทอร์เน็ต
ดังนั้น ส่งผลให้ปัจจุบันเครือข่ายความร่วมมือดังกล่าวมีสมาชิกเพิ่มเป็น 45 องค์กร ประกอบด้วย หน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์ 3 องค์กร ได้แก่ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ภาคเอกชนเจ้าของสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา 37 องค์กร และผู้ประกอบการด้านอินเทอร์เน็ต 5 แพลตฟอร์ม ได้แก่ ลาซาด้า, ช้อปปี้, TikTok Shop, Nex Gen Commerce และ LINE สะท้อนถึงความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างภาครัฐ เจ้าของสิทธิ และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ในการยกระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทย
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการรณรงค์ “ไม่ซื้อ ไม่ใช้ ไม่สนับสนุนการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา” เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความสำคัญของการเคารพสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และให้ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบและโทษภัยของสินค้าปลอมต่อประชาชนผู้บริโภค และการปกป้องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาแก่ผู้สร้างสรรค์ ผู้ประกอบการ ไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมปลูกฝังค่านิยมการเลือกซื้อสินค้าและบริการที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยนิทรรศการดังกล่าวจะจัดแสดงถึงวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ณ บริเวณห้องโถง (Foyer) ชั้น 5 พารากอนฮอลล์
จากนั้น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวง ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ สถานเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย หน่วยงานต่างประเทศ และภาคเอกชนเจ้าของสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ได้ร่วมกิจกรรมเดินรณรงค์จากบริเวณลานหน้า Siam Square One ไปยัง Walking Street สยามสแควร์ เพื่อเชิญชวนประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนคนรุ่นใหม่ ร่วมกันแสดงพลัง “ไม่ซื้อ ไม่ใช้ ไม่สนับสนุนการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา” สร้างค่านิยมในการเคารพสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และตระหนักถึงภัยอันตรายของสินค้าปลอม หลีกเลี่ยงการซื้อและใช้สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อตัดวงจรการผลิตและจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาออกจากตลาด
ด้าน นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยมุ่งเน้นการจัดการกับแหล่งผลิต แหล่งจำหน่าย และผู้กระทำผิดรายใหญ่ ควบคู่กับการประสานความร่วมมือกับแพลตฟอร์มออนไลน์ในการสกัดกั้นและระงับการจำหน่ายสินค้าละเมิดอย่างทันท่วงที ส่งผลให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างรวดเร็ว ตรงเป้าหมาย และเกิดประสิทธิผลในเชิงป้องปรามอย่างชัดเจน
โดย 6 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม - มิถุนายน) สามารถจับกุมคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาได้ 456 คดี และตรวจยึดของกลางได้ 1,654,698 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 786 ล้านบาท
นางอรมน กล่าวทิ้งท้ายว่า การป้องกันและแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาจะเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะประชาชนผู้บริโภค จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกัน “ไม่ซื้อ ไม่ใช้ ไม่สนับสนุนการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา” เพื่อร่วมสร้างสังคมที่เคารพสิทธิ สนับสนุนผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริต และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
พร้อมทั้งขอความร่วมมือประชาชนหากพบการกระทำที่เข้าข่ายละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่กองป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา กรมทรัพย์สินทางปัญญาโทร. 0 2547 4702 หรือสายด่วน 1368







