
มิติใหม่วิชาชีพบริหารทรัพย์สิน
......นคร มุธุศรี
ปลายสัปดาห์ก่อน ผมมีโอกาสเข้าร่วมฟังการแถลงข่าวที่เกี่ยวกับธุรกิจอสังหาฯ ในด้านการเรียนการสอนของสถาบันการศึกษา การปรับแก้กฎหมายบริหารบ้านลอยฟ้าหลังการขาย และด้านพัฒนาวิชาชีพผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดที่จะปรับเปลี่ยนสู่ทศวรรษใหม่
กรมที่ดิน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย คือ สามองค์กรที่ช่วยกันแจกแจงบทบาทหน้าที่ของผู้จัดการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรและอาคารชุดในประเทศไทย ที่กำลังเข้ายุค
“ติวเข้ม” พร้อมๆ กับการ “ขึ้นทะเบียน” เตรียมออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ หรือ“ไลเซนส์” เฉกเช่นเดียวกับสถาปนิก วิศวกร และผู้ประเมินราคาผู้ช่วยศาสตราจารย์จิตตาภรณ์ ศรีบุญจิตต์ หรือ
“อาจารย์หนิง” คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อรรถาธิบายความว่า กำลังเปิดรับผู้เข้าอบรมรุ่นใหม่ หลังจากทำการฝึกสอนผ่านมาแล้ว 4 รุ่นส่วนท่านอธิบดีกรมที่ดิน อนุวัฒน์ เมธีวิบูลวุฒิ เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า กรมที่ดินกำลังยกร่างแก้ไขพระราชบัญญัติอาคารชุดเพิ่มเติมเพื่อให้ผู้จัดการคอนโดต้องมีคุณสมบัติผ่านการเรียนในหลักสูตรผู้บริหารทรัพย์สินระดับอุดมศึกษาเพื่อ
“คุ้มเข้ม” ในระยะ 2–3 ปีข้างหน้า ตอนนี้แค่ขึ้นทะเบียนรายชื่อไปพลางๆ ก่อนส่วน รังสรรค์ นันทกาวงศ์ นายกสมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย จะทำหน้าที่กำชับกำชาผู้จัดการคอนโดให้อยู่ในร่องในรอยที่ควรจะเป็น ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อยกระดับมาตรฐานวิชาชีพและรักษาไว้ซึ่งความสุขของผู้บริโภคที่อยู่อาศัย
ฟังแค่นี้บอกตรงๆ ว่าชื่นใจ...!!
จะว่าไปวิชาชีพบริหารหมู่บ้านและคอนโดมิเนียม ถือเป็นส่วนที่มีบทบาทสำคัญต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นอย่างยิ่ง เพราะส่งผลกระทบต่อทั้งมูลค่าบ้านและที่ดิน ทั้งต่อความปลอดภัยและทั้งต่อคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยตลอดเวลา
ว่าเฉพาะอาคารชุดปัจจุบันมีกว่า 5 แสนยูนิต และมีผู้พักอาศัยร่วมๆ2 ล้านคน หากรวมบ้านจัดสรรอีกหลายหมื่นโครงการ ถือว่ามีจำนวนมหาศาล
ด้วยเหตุฉะนี้ในหลายๆ ประเทศจึงเอาจริงเอาจังกับวิชาชีพบริหารทรัพย์สินทุกๆ มิติ โดยเฉพาะด้านการเรียนการสอนผู้บริหารบ้านและอาคารจะต้องจบหลักสูตร
“พร็อพเพอร์ตี้แมนเนจเมนต์” ในระดับอุดมศึกษาหรือปริญญาตรีเป็นอย่างน้อยสำหรับหมวดวิชาที่เล่าเรียน ประกอบด้วยความรู้หลักๆ 10 หมวดสำคัญ ประกอบด้วย กฎระเบียบข้อกฎหมายการดูแลบำรุงรักษาอาคารสถานที่และระบบสาธารณูปโภค การจัดการดูแลบำรุงรักษาความปลอดภัยและเทคโนโลยี การบริหารทรัพยากรบุคคล
เศรษฐศาสตร์ บัญชีการเงิน ภาษีอากร และงบประมาณ การบริหารสิ่งอำนวยความสะดวกและการบริการ การอนุรักษ์พลังงานและจัดการสิ่งแวดล้อม กลยุทธ์สร้างมูลค่าเพิ่มทรัพย์สินและการจัดกิจกรรมและการมีส่วนร่วมของชุมชน จริยธรรม และยุทธศาสตร์ประชาสัมพันธ์
การเรียนการสอนในวิชาหลักๆ ข้างต้นในบางประเทศมีการจัดแบ่งออกเป็นหลายระดับชั้น อย่างเช่นสิงคโปร์และเกาะฮ่องกงใกล้ๆ ประเทศไทยจัดแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่
ระดับ
“ผู้ช่วยผู้บริหารอาคาร” ร่ำเรียนจบหลักสูตรนี้แล้วสามารถบริหารโครงการขนาดเล็กที่มีจำนวนไม่เกิน 100 ยูนิต และระดับ “เจ้าหน้าที่บริหารอาคาร” จบแล้วสามารถบริหารโครงการที่มีจำนวนยูนิต 200–500 หน่วยและระดับ “ผู้จัดการโครงการ” หากจบหลักสูตรนี้สามารถรับบริหารหมู่บ้านจัดสรรและอาคารขนาดใหญ่ได้ไม่จำกัดจำนวนสำหรับสหรัฐอเมริกาที่ได้ชื่อว่าค่อนข้างจะเข้มงวดกวดขันในการดูแลอาคารจะมีกฎระเบียบในการประกอบวิชาชีพผู้บริหารทรัพย์สินอย่างเคร่งครัด 2
–3 ประการ อาทิ ต้องจบปริญญาตรี สาขาการบริหารทรัพย์สิน ต้องบริหารการจัดการโดยนิติบุคคลหรือในสังกัดบริษัทจำกัดเท่านั้น ต้องขึ้นทะเบียนมีใบรับรองวิชาชีพบริหารทรัพย์สินว่ามาถึงตรงนี้บอกได้เลยว่า อีกไม่นานสยามเมืองยิ้มของเราคงมีกฎกติกาแบบเดียวกัน รวมทั้งมีหลักสูตรการสอนที่ครอบคลุมทุกหมวดวิชาเหมือนกับหลายๆ ประเทศเขา สถาบันการศึกษาที่คิดว่าน่าจะเป็นผู้นำในเรื่องนี้คงหนีไม่พ้นคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ปัจจุบันจัดอบรมในระยะสั้น 3
–4 วัน และมีชั่วโมงสอบประมาณ 20 กว่าชั่วโมงอยู่แล้วในระยะเวลาอันใกล้เชื่อว่า อาจารย์หนิง และ รศ.เยาวมาลย์ เมธาภิรักษ์ ผู้อำนวยการโครงการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คงนำเสนอท่านคณบดีดร.กุลภัทรา สิโรดม ลงนามอนุมัติบรรจุหลักสูตร
“พร็อพเพอร์ตี้แมนเนจเมนต์” ในระดับปริญญาตรีหรือโทของคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อย่างแน่นอนนคร มุธุศรี ขอใจช่วยร่วมผลักร่วมดันอีกแรง..!!







