posttoday
มิติใหม่วิชาชีพบริหารทรัพย์สิน

มิติใหม่วิชาชีพบริหารทรัพย์สิน

15 กุมภาพันธ์ 2554

......นคร มุธุศรี

ปลายสัปดาห์ก่อน ผมมีโอกาสเข้าร่วมฟังการแถลงข่าวที่เกี่ยวกับธุรกิจอสังหาฯ ในด้านการเรียนการสอนของสถาบันการศึกษา การปรับแก้กฎหมายบริหารบ้านลอยฟ้าหลังการขาย และด้านพัฒนาวิชาชีพผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดที่จะปรับเปลี่ยนสู่ทศวรรษใหม่

กรมที่ดิน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย คือ สามองค์กรที่ช่วยกันแจกแจงบทบาทหน้าที่ของผู้จัดการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรและอาคารชุดในประเทศไทย ที่กำลังเข้ายุค “ติวเข้ม” พร้อมๆ กับการ “ขึ้นทะเบียน” เตรียมออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ หรือ“ไลเซนส์” เฉกเช่นเดียวกับสถาปนิก วิศวกร และผู้ประเมินราคา

ผู้ช่วยศาสตราจารย์จิตตาภรณ์ ศรีบุญจิตต์ หรือ “อาจารย์หนิง” คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อรรถาธิบายความว่า กำลังเปิดรับผู้เข้าอบรมรุ่นใหม่ หลังจากทำการฝึกสอนผ่านมาแล้ว 4 รุ่น

ส่วนท่านอธิบดีกรมที่ดิน อนุวัฒน์ เมธีวิบูลวุฒิ เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า กรมที่ดินกำลังยกร่างแก้ไขพระราชบัญญัติอาคารชุดเพิ่มเติมเพื่อให้ผู้จัดการคอนโดต้องมีคุณสมบัติผ่านการเรียนในหลักสูตรผู้บริหารทรัพย์สินระดับอุดมศึกษาเพื่อ “คุ้มเข้ม” ในระยะ 2–3 ปีข้างหน้า ตอนนี้แค่ขึ้นทะเบียนรายชื่อไปพลางๆ ก่อน

ส่วน รังสรรค์ นันทกาวงศ์ นายกสมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย จะทำหน้าที่กำชับกำชาผู้จัดการคอนโดให้อยู่ในร่องในรอยที่ควรจะเป็น ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อยกระดับมาตรฐานวิชาชีพและรักษาไว้ซึ่งความสุขของผู้บริโภคที่อยู่อาศัย

ฟังแค่นี้บอกตรงๆ ว่าชื่นใจ...!!

จะว่าไปวิชาชีพบริหารหมู่บ้านและคอนโดมิเนียม ถือเป็นส่วนที่มีบทบาทสำคัญต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นอย่างยิ่ง เพราะส่งผลกระทบต่อทั้งมูลค่าบ้านและที่ดิน ทั้งต่อความปลอดภัยและทั้งต่อคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยตลอดเวลา

ว่าเฉพาะอาคารชุดปัจจุบันมีกว่า 5 แสนยูนิต และมีผู้พักอาศัยร่วมๆ2 ล้านคน หากรวมบ้านจัดสรรอีกหลายหมื่นโครงการ ถือว่ามีจำนวนมหาศาล

ด้วยเหตุฉะนี้ในหลายๆ ประเทศจึงเอาจริงเอาจังกับวิชาชีพบริหารทรัพย์สินทุกๆ มิติ โดยเฉพาะด้านการเรียนการสอนผู้บริหารบ้านและอาคารจะต้องจบหลักสูตร “พร็อพเพอร์ตี้แมนเนจเมนต์” ในระดับอุดมศึกษาหรือปริญญาตรีเป็นอย่างน้อย

สำหรับหมวดวิชาที่เล่าเรียน ประกอบด้วยความรู้หลักๆ 10 หมวดสำคัญ ประกอบด้วย กฎระเบียบข้อกฎหมายการดูแลบำรุงรักษาอาคารสถานที่และระบบสาธารณูปโภค การจัดการดูแลบำรุงรักษาความปลอดภัยและเทคโนโลยี การบริหารทรัพยากรบุคคล

เศรษฐศาสตร์ บัญชีการเงิน ภาษีอากร และงบประมาณ การบริหารสิ่งอำนวยความสะดวกและการบริการ การอนุรักษ์พลังงานและจัดการสิ่งแวดล้อม กลยุทธ์สร้างมูลค่าเพิ่มทรัพย์สินและการจัดกิจกรรมและการมีส่วนร่วมของชุมชน จริยธรรม และยุทธศาสตร์ประชาสัมพันธ์

การเรียนการสอนในวิชาหลักๆ ข้างต้นในบางประเทศมีการจัดแบ่งออกเป็นหลายระดับชั้น อย่างเช่นสิงคโปร์และเกาะฮ่องกงใกล้ๆ ประเทศไทยจัดแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่

ระดับ “ผู้ช่วยผู้บริหารอาคาร” ร่ำเรียนจบหลักสูตรนี้แล้วสามารถบริหารโครงการขนาดเล็กที่มีจำนวนไม่เกิน 100 ยูนิต และระดับ “เจ้าหน้าที่บริหารอาคาร” จบแล้วสามารถบริหารโครงการที่มีจำนวนยูนิต 200–500 หน่วยและระดับ “ผู้จัดการโครงการ” หากจบหลักสูตรนี้สามารถรับบริหารหมู่บ้านจัดสรรและอาคารขนาดใหญ่ได้ไม่จำกัดจำนวน

สำหรับสหรัฐอเมริกาที่ได้ชื่อว่าค่อนข้างจะเข้มงวดกวดขันในการดูแลอาคารจะมีกฎระเบียบในการประกอบวิชาชีพผู้บริหารทรัพย์สินอย่างเคร่งครัด 2–3 ประการ อาทิ ต้องจบปริญญาตรี สาขาการบริหารทรัพย์สิน ต้องบริหารการจัดการโดยนิติบุคคลหรือในสังกัดบริษัทจำกัดเท่านั้น ต้องขึ้นทะเบียนมีใบรับรองวิชาชีพบริหารทรัพย์สิน

ว่ามาถึงตรงนี้บอกได้เลยว่า อีกไม่นานสยามเมืองยิ้มของเราคงมีกฎกติกาแบบเดียวกัน รวมทั้งมีหลักสูตรการสอนที่ครอบคลุมทุกหมวดวิชาเหมือนกับหลายๆ ประเทศเขา สถาบันการศึกษาที่คิดว่าน่าจะเป็นผู้นำในเรื่องนี้คงหนีไม่พ้นคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ปัจจุบันจัดอบรมในระยะสั้น 3–4 วัน และมีชั่วโมงสอบประมาณ 20 กว่าชั่วโมงอยู่แล้ว

ในระยะเวลาอันใกล้เชื่อว่า อาจารย์หนิง และ รศ.เยาวมาลย์ เมธาภิรักษ์ ผู้อำนวยการโครงการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คงนำเสนอท่านคณบดีดร.กุลภัทรา สิโรดม ลงนามอนุมัติบรรจุหลักสูตร “พร็อพเพอร์ตี้แมนเนจเมนต์” ในระดับปริญญาตรีหรือโทของคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อย่างแน่นอน

นคร มุธุศรี ขอใจช่วยร่วมผลักร่วมดันอีกแรง..!!

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท