
“ศรีตรัง” ผู้ผลิตถุงมือรายใหญ่ ขยับทัพรุกธุรกิจปาล์มน้ำมัน นำร่อง 5 จังหวัด 1,461 ไร่
“ศรีตรัง” ขยับทัพรุกธุรกิจปาล์มน้ำมัน ทุ่ม 60 ล้านบาท นำร่อง 1,461 ไร่ 5 จังหวัด "ชลบุรี ระยอง สระแก้ว สุราษฎร์ธานี และสงขลา" ตั้งเป้าเก็บเกี่ยวปี 2572
บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA ขยายการลงทุนสู่ธุรกิจปาล์มน้ำมัน ผ่านบริษัท ศรีตรัง รับเบอร์ แอนด์ แพลนเทชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ โดยเปิดโครงการ "ปาล์มศรีตรัง เติบโตอย่างยั่งยืน" ใช้งบลงทุนกว่า 60 ล้านบาท นำร่องปลูกปาล์มน้ำมันเฟสแรกบนพื้นที่ 1,461 ไร่ ครอบคลุม 5 จังหวัด
โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนบริหารจัดการทรัพยากรและการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ของบริษัท ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีการเกษตรมาใช้ในการเพาะปลูกภายใต้แนวทางด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) โดยศรีตรังคาดการณ์ว่าจะสามารถเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตเชิงพาณิชย์ได้ภายในปี 2572
ซึ่งโครงการนำร่องนี้จะครอบคลุมพื้นที่ปลูกในจังหวัดชลบุรี ระยอง สระแก้ว สุราษฎร์ธานี และสงขลา รวมจำนวนทั้งสิ้น 28,072 ต้น
นายวีรสิทธิ์ สินเจริญกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์ของโครงการนี้ว่า โครงการ ‘ปาล์มศรีตรัง เติบโตอย่างยั่งยืน’ สะท้อนความมุ่งมั่นของกลุ่มบริษัทศรีตรังในการต่อยอดศักยภาพขององค์กรและจัดสรรทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตามแนวคิด Asset Optimization โดยการพัฒนาพื้นที่ของกลุ่มบริษัทฯ ให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว ควบคู่กับการเติบโตอย่างรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม
“สำหรับศรีตรัง โครงการนี้ไม่ใช่เพียงการขยายสู่พืชเศรษฐกิจใหม่ แต่เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างคุณค่าร่วมให้กับทุกภาคส่วน ทั้งการส่งเสริมการจ้างงาน การสร้างอาชีพ การสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น และการวางรากฐานสู่การเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนในอนาคต ต้นปาล์มที่ร่วมกันปลูกในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความตั้งใจของศรีตรังที่จะเติบโตเคียงข้างชุมชน พร้อมส่งต่ออนาคตที่ยั่งยืนให้กับสังคมในระยะยาว”
ด้าน นายอุดม พฤกษานุศักดิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ศรีตรัง รับเบอร์ แอนด์ แพลนเทชั่น จำกัด กล่าวเสริมว่า ศรีตรังให้ความสำคัญกับการพัฒนาธุรกิจปาล์มน้ำมันอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การคัดเลือกพื้นที่ การเลือกใช้กล้าพันธุ์คุณภาพ การวางแผนเพาะปลูก ไปจนถึงการบริหารจัดการสวนตามหลักเกษตรกรรมสมัยใหม่
โดยในการปลูกเฟสแรก เราได้ให้น้ำหนักการลงทุนมากที่สุดในจังหวัดสงขลา(43% ของพื้นที่ปลูกทั้งหมด) เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสมทั้งด้านสภาพภูมิอากาศ ปริมาณน้ำฝน ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายการดำเนินงานและโลจิสติกส์ของบริษัท ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสวนได้อย่างสูงสุด
“นอกจากนี้ โครงการยังดำเนินงานภายใต้หลัก ESG โดยให้ความสำคัญกับการจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน การอนุรักษ์ดินและน้ำ รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เช่น การจัดทำแผนที่แปลงปลูกด้วยระบบพิกัดภูมิศาสตร์ (GIS) การใช้โดรนเพื่อการเกษตรการติดตามข้อมูลภาคสนามแบบดิจิทัล และการบริหารจัดการด้วยข้อมูล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานสูงสุดลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการเติบโตของชุมชนโดยรอบ
ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ภายในระยะเวลาประมาณ 3 ปี หรือราวปี 2572 และจะติดตามแนวโน้มการเติบโตของต้นปาล์ม ประสิทธิภาพของสายพันธุ์ รวมถึงผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด เพื่อพิจารณาแนวทางการพัฒนาและโอกาสในการขยายพื้นที่ปลูกต่อไป







