posttoday
คลัง-พลังงาน เร่งปั้นโซลาร์รูฟท็อป แก้จุดอ่อนพลังงานไทย

คลัง-พลังงาน เร่งปั้นโซลาร์รูฟท็อป แก้จุดอ่อนพลังงานไทย

26 มิถุนายน 2569

ความเสี่ยงจากไทยยังพึ่งพานำเข้าน้ำมัน และก๊าซในระดับสูง รัฐบาลเดินหน้าวาระแห่งชาติด้านพลังงาน ดันโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชนและธุรกิจ เสริมความมั่นคง ลดต้นทุน และเพิ่มศักยภาพแข่งขัน

KEY

POINTS

  • รัฐบาล โดยกระทรวงการคลังและพลังงาน เร่งผลักดันโครงการโซลาร์รูฟท็อปเพื่อแก้ปัญหาการพึ่งพาพลังงานนำเข้า ซึ่งเป็นจุดอ่อนสำคัญของประเทศ
  • เตรียมออกมาตรการส่งเสริมหลายรูปแบบ เช่น การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี จัดหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ และพัฒนาระบบรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกิน (Net Billing) เพื่อสร้างแรงจูงใจ
  • เป้าหมายเพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าของประชาชนและภาครัฐ สร้างความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

"การปฏิรูปพลังงาน" เป็นอีกหนึ่งโจทย์ใหญ่ของรัฐบาล หลังประเทศไทยยังพึ่งพาการนำเข้าพลังงานในระดับสูง จนถูกมองว่าเป็นจุดอ่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกที่ส่งผลต่อต้นทุนการผลิต ค่าครองชีพ และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ก่อนหน้านี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2569 มีมติเห็นชอบในหลักการ “วาระแห่งชาติด้านพลังงาน” เพื่อรับมือผลกระทบจากราคาพลังงานที่ผันผวน หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อ ขณะที่ความต้องการใช้พลังงานของโลกยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติปรับตัวเพิ่มขึ้น กระทบต้นทุนการผลิตไฟฟ้าและราคาสินค้าในประเทศ

ล่าสุด นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า "แนวทางส่งเสริมโซลาร์รูฟท็อปของรัฐบาลยังเดินหน้าต่อเนื่อง โดยขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างหารือร่วมกับกระทรวงพลังงาน" เพื่อกำหนดมาตรการส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น 

ทั้งนี้ ผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของ IMD สะท้อนว่า การพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศยังเป็นหนึ่งในจุดอ่อนสำคัญของไทย ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทำให้รัฐบาลเร่งเดินหน้ามาตรการเพิ่มความมั่นคงทางพลังงาน ลดการนำเข้า และผลักดันพลังงานสะอาดให้มีบทบาทมากขึ้นในระบบเศรษฐกิจ

"โซลาร์รูฟท็อป" ถูกมองเป็นกลไกสำคัญในการลดการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศ เพิ่มการใช้พลังงานสะอาด และสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว โดยครัวเรือนที่ติดตั้งสามารถลดค่าไฟฟ้าได้ราว 30-40% ขณะที่การเปิดทางให้ "ขายไฟฟ้า ส่วนเกินคืนเข้าสู่ระบบ" จะช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในการลงทุน ทำให้คืนทุนได้เร็วขึ้น และจูงใจให้ประชาชนหันมาติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปมากขึ้น

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังมีแนวคิดนำเงินลงทุนไปใช้ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าและค่าสาธารณูปโภคของรัฐได้ราว 20-30% ในระยะยาว หากขยายผลได้เต็มรูปแบบ จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการลดภาระงบประมาณด้านพลังงานของภาครัฐ

ในด้านมาตรการสนับสนุน กระทรวงการคลังกำลังพิจารณาใช้เครื่องมือทางภาษีเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนและภาคธุรกิจลงทุนด้านพลังงานสะอาดมากขึ้น ทั้งการเปิดทางให้นำค่าใช้จ่ายติดตั้งโซลาร์เซลล์มาหักลดหย่อนภาษี การส่งเสริมการลงทุนด้านประสิทธิภาพพลังงาน และการสนับสนุนเทคโนโลยีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อเร่งให้เกิดการใช้งานในวงกว้าง

นอกจากนี้ ภายใต้วาระแห่งชาติด้านพลังงาน รัฐบาลยังอยู่ระหว่างออกแบบระบบรองรับการซื้อขายไฟฟ้าจากภาคประชาชนผ่านรูปแบบ Net Billing เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าของการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ควบคู่กับการจัดหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำผ่านสถาบันการเงินของรัฐ เพื่อช่วยให้ครัวเรือนและภาคธุรกิจสามารถเข้าถึงการลงทุนด้านพลังงานสะอาดได้มากขึ้น

พร้อมกันนี้ ยังมีแผนลงทุนในระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) และระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) เพื่อรองรับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้นในอนาคต รวมถึงผลักดันให้หน่วยงานภาครัฐเป็นต้นแบบด้านการประหยัดพลังงาน โดยตั้งเป้าลดการใช้พลังงานลงอย่างน้อย 20% เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของประเทศโดยรวม

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังศึกษาระบบบริหารจัดการซากแผงโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่หลังหมดอายุการใช้งาน เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเป็นไปอย่างยั่งยืน และไม่สร้างภาระด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต

โดยภาพรวม รัฐบาลมองว่าโซลาร์รูฟท็อปไม่ใช่เพียงมาตรการลดค่าไฟ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปโครงสร้างพลังงานและเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้าที่ปัจจุบันยังอยู่ในระดับสูง เพิ่มความมั่นคงด้านพลังงาน ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย พร้อมวางรากฐานสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในระยะยาว

ข่าวล่าสุด

“ขอนแก่น” ขึ้นแท่นแหล่งปลูกมะพร้าวน้ำหอมคุณภาพแห่งใหม่อีสาน

“ขอนแก่น” ขึ้นแท่นแหล่งปลูกมะพร้าวน้ำหอมคุณภาพแห่งใหม่อีสาน