
พลัง ARMY ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ "บังทันโนมิกส์" ดัน GDP เกาหลีใต้พุ่ง
พลังของแฟนคลับวง BTS หรือ "อาร์มี่" ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ! คาด "บังทันโนมิกส์" ดัน GDP เกาหลีใต้พุ่งทะลุ 6 พันล้านดอลลาร์
วันศุกร์นี้ แฟนคลับวง BTS หลายหมื่นคนเตรียมหลั่งไหลเข้าเมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ เพื่อร่วมชมคอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์ Arirang รอบที่สองในประเทศ แน่นอนว่าแฟนคลับวง BTS หรือ "อาร์มี่" ไม่ได้มาตัวเปล่า เพราะนอกจากแท่งไฟ ป้ายเชียร์ ที่สำคัญคือเม็ดเงินมหาศาลที่พร้อมอัดฉีดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ซึ่งปรากฏการณ์นี้สร้างแรงกระเพื่อมจนนักวิเคราะห์ต้องนิยามคำศัพท์ใหม่ที่เรียกว่า บังทันโนมิกส์ (Bangtan-nomics)
อิทธิพลของ Pop culture ที่มีต่อเศรษฐกิจไม่ใช่เรื่องใหม่ หากย้อนกลับไป เราเคยเห็นความสำเร็จของปรากฏการณ์ "Swiftnomics" ที่ เทย์เลอร์ สวิฟต์ สร้างรายได้มหาศาลให้ธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารทั่วโลกผ่านคอนเสิร์ต Eras Tour มาแล้ว
ล่าสุด บริษัทหลักทรัพย์ NH (NH Investment & Securities) ของเกาหลีใต้ ได้นำแนวคิดนี้มาบัญญัติศัพท์ใหม่ "บังทันโนมิกส์" ซึ่งผสมระหว่างคำว่า "Bangtan" (ชื่อวงในภาษาเกาหลี) และ "Economics" (เศรษฐศาสตร์) เพื่ออธิบายอิมแพ็คของ BTS โดยเฉพาะ
ARMY จากแฟนคลับสู่เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเกาหลีใต้
บทวิเคราะห์ของ NH อธิบายว่า การใช้จ่ายของแฟนคลับเริ่มต้นจากพื้นที่ออนไลน์ เช่น การสตรีมเพลง การซื้ออัลบั้ม และสินค้าออฟฟิเชียล จากนั้นความสนใจจะขยายวงกว้างไปยังสินค้าความงาม อาหาร แฟชั่น และนำไปสู่การตัดสินใจเดินทางเยือนเกาหลีใต้ในที่สุด
รายงานฉบับวันที่ 21 พฤษภาคมของบริษัทหลักทรัพย์แห่งนี้ ระบุว่ากลุ่มแฟนคลับอาร์มี่ (ARMY) ทั่วโลกราว 84% อยู่ในกลุ่มวัยรุ่นและวัยยี่สิบต้นๆ เมื่อคนกลุ่มนี้เติบโตและมีกำลังซื้อมากขึ้น จึงมีแนวโน้มที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวเกาหลีใต้ ซึ่งจะกลายเป็นท่อน้ำเลี้ยงสำคัญที่ช่วยหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของประเทศ
บังทันโนมิกส์ ดัน GDP พุ่งทะลุ 6 พันล้านดอลลาร์
บริษัทหลักทรัพย์ NH คาดการณ์ว่าภายในปี 2040 การใช้จ่ายของแฟนคลับ BTS อาจกระตุ้นผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของเกาหลีใต้ได้สูงสุดถึง 0.35% ต่อปี ซึ่งเมื่อสำนักข่าวต่างประเทศ นำตัวเลขดังกล่าวมาคำนวณผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศที่เป็นตัวเงิน (Nominal GDP) ของปี 2024 พบว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 6.58 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ข้อมูลเบื้องต้นแสดงให้เห็นทิศทางเชิงบวก สื่อเกาหลีใต้อ้างอิงตัวเลขจากภาครัฐว่า กลุ่มแฟนคลับที่เดินทางมาชมคอนเสิร์ต BTS เมื่อเดือนเมษายน ใช้เวลาพำนักในประเทศนานกว่าและจับจ่ายใช้สอยมากกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป
สอดคล้องกับงานวิจัยปี 2019 ของ พยอน จูฮยอน ศาสตราจารย์ด้านธุรกิจและเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศแห่งมหาวิทยาลัยเกาหลี (Korea University) ที่พบว่าคอนเสิร์ตของวง BTS ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนมหาศาล
นอกจากนี้ ผลสำรวจชาวต่างชาติที่เข้าชมคอนเสิร์ตในกรุงโซลจากงานวิจัยของศาสตราจารย์พยอน ระบุว่า 98% ของผู้ตอบแบบสอบถามวางแผนจะกลับมาโซลอีกครั้งภายใน 5 ปี และ 2 ใน 3 ตั้งใจจะกลับมาเยือน 5 ครั้งหรือมากกว่านั้น
สำหรับคอนเสิร์ตที่ปูซาน ความต้องการที่พักพุ่งสูงอย่างรวดเร็วจนทางการท้องถิ่นต้องเข้ามาจัดการพ่อค้าแม่ค้าที่ฉวยโอกาสโก่งราคา พร้อมทั้งเร่งเปิดสถานที่รองรับเพิ่มเติมเพื่อรับมือกับคลื่นมหาชน
อย่างไรก็ตาม แม้หลายฝ่ายจะคาดหวังว่าความสำเร็จของวง BTS และกระแสฮันรยู (Korean Wave) จะช่วยพยุงตัวเลข GDP ของประเทศได้ แต่นาตาเลีย กรินเชวา รองศาสตราจารย์ประจำคณะอุตสาหกรรมสร้างสรรค์แห่งมหาวิทยาลัย Lasalle ประเทศสิงคโปร์ มองว่าการด่วนสรุปว่าแนวโน้มดังกล่าวจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนนั้น เป็นมุมมองที่ตื้นเขินจนเกินไป
ความเสี่ยงประการแรกคือปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ ตัวอย่างเช่น ในปี 2016 ทางการจีนได้ใช้มาตรการแบนทางอ้อม (Soft ban) กับสินค้าและวัฒนธรรมเกาหลีใต้ เพื่อตอบโต้กรณีที่รัฐบาลโซลติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD ของสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลให้การแสดงของศิลปินเคป๊อปในจีนแผ่นดินใหญ่ต้องหยุดชะงักลง
นอกจากนี้ รองศาสตราจารย์กรินเชวายังระบุเพิ่มเติมว่า พฤติกรรมของกลุ่มแฟนคลับนั้นขับเคลื่อนด้วยความผูกพันทางอารมณ์ ซึ่งมีความอ่อนไหวและมีความไม่แน่นอนสูง
"แม้แบบจำลองของ NH จะชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่เป็นไปได้ แต่การคาดการณ์ที่น่าเชื่อถือจำเป็นต้องนำปัจจัยแทรกซ้อนเหล่านี้มาคำนวณด้วย แทนที่จะทึกทักไปเองว่าเส้นทางเศรษฐกิจจะราบรื่นไปตลอด ตั้งแต่ช่วงที่แฟนคลับยังเป็นวัยรุ่นไปจนถึงวัยทำงานที่มีกำลังซื้อ" รองศาสตราจารย์กรินเชวากล่าว







