
สำรวจเผย AI Agents ภัยคุกคามใหม่ธนาคารโลก ไทยเสี่ยงฉ้อโกงสูงกว่าค่าเฉลี่ย
ผลสำรวจผู้บริหารธนาคาร 25 ประเทศชี้ AI Agents คือภัยคุกคามสำคัญต่ออุตสาหกรรมการเงิน ขณะที่ไทยเผชิญความเสี่ยงและความเสียหายจากการฉ้อโกงสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกอย่างมีนัยสำคัญ
KEY
POINTS
- ผู้บริหารธนาคารทั่วโลกมองว่า AI Agents คือภัยคุกคามทางการเงินที่สำคัญในอนาคตอันใกล้ โดยผู้บริหารธนาคารในไทย 100% เห็นตรงกันว่าเป็นความเสี่ยงอันดับหนึ่ง
- ผลสำรวจชี้ว่าประเทศไทยมีความเสี่ยงและความเสียหายจากการฉ้อโกงสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในด้านปริมาณการโจมตีและความสูญเสียทางการเงิน
- ความซับซ้อนของกลโกงที่ขับเคลื่อนด้วย AI ทำให้การแยกแยะภัยคุกคามเป็นเรื่องยาก ผู้บริหารธนาคารไทยจึงเชื่อว่าการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างสถาบันการเงินเป็นกุญแจสำคัญในการรับมือ
อุตสาหกรรมการเงินทั่วโลกกำลังเข้าสู่ยุคแห่งความท้าทายครั้งใหม่ เมื่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอีกต่อไป แต่ยังกลายเป็นเครื่องมือที่อาชญากรทางการเงินสามารถนำมาใช้เพื่อพัฒนารูปแบบการฉ้อโกงให้มีความซับซ้อนและตรวจจับได้ยากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการมาถึงของ “AI Agents” หรือระบบ AI ที่สามารถดำเนินการต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง ซึ่งกำลังถูกจับตามองว่าเป็นภัยคุกคามสำคัญอันดับต้น ๆ ของภาคธนาคารทั่วโลกในช่วงปีข้างหน้า
ผลสำรวจล่าสุดจาก BioCatch บริษัทผู้นำด้านการป้องกันการฉ้อโกงและอาชญากรรมทางการเงินผ่านการวิเคราะห์พฤติกรรมมนุษย์ ซึ่งเก็บข้อมูลจากผู้บริหารด้านการบริหารจัดการการทุจริต การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (AML) การบริหารความเสี่ยง และการกำกับดูแล จำนวน 1,440 คน จาก 25 ประเทศทั่วโลก สะท้อนภาพที่น่ากังวลว่า สถาบันการเงินทั่วโลกกำลังเผชิญแรงกดดันจากภัยฉ้อโกงที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ขณะที่ประเทศไทยกลับมีระดับความเสี่ยงและความเสียหายจากการฉ้อโกงสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกอย่างมีนัยสำคัญ
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่สุดของผลสำรวจครั้งนี้ คือการที่ผู้บริหารธนาคารทั่วโลกถึง 84% เห็นตรงกันว่า AI Agents จะกลายเป็นช่องโหว่สำคัญที่อาชญากรสามารถใช้ก่ออาชญากรรมทางการเงินได้ภายใน 12 เดือนข้างหน้า
ส่วนในประเทศไทย ผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญระดับอาวุโสในภาคธนาคารทั้ง 80 คนที่เข้าร่วมการสำรวจ กลับมีความเห็นสอดคล้องกันถึง 100% ว่า AI Agents คือความเสี่ยงสำคัญอันดับหนึ่งที่อุตสาหกรรมการเงินไทยต้องเฝ้าระวังในปีหน้า
ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นว่า แนวโน้มการฉ้อโกงทั่วโลกกำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสัดส่วนองค์กรที่รายงานว่าพบความพยายามในการฉ้อโกงเพิ่มขึ้น ขยับจาก 71% ในปี 2025 เป็น 81% ในปี 2026 ขณะเดียวกัน สัดส่วนองค์กรที่ประสบความเสียหายจากการฉ้อโกงเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ก็เพิ่มจาก 59% เป็น 76% สะท้อนให้เห็นว่าภัยคุกคามดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงความเสี่ยงเชิงทฤษฎี แต่กำลังสร้างผลกระทบทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม
“AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีที่ผู้บริโภคใช้โต้ตอบกับแพลตฟอร์ม E-commerce และสถาบันการเงิน ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการฉ้อโกงและการก่ออาชญากรรมทางการเงินของมิจฉาชี พด้วยเช่นกัน และเมื่อการโต้ตอบบนโลกดิจิทัลเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว หันไปพึ่งพาระบบอัตโนมัติ และถูกขับเคลื่อนโดย AI Agents มากขึ้นเรื่อย ๆ
เราจำเป็นต้องก้าวข้ามการยืนยันตัวตนในรูปแบบเดิม ๆ และหันมาให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรม เจตนา และความน่าเชื่อถืออย่างลึกซึ้งเพื่อให้สามารถตอบสนองผู้ใช้งานได้อย่างทันท่วงที” กาดี มาซอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ BioCatch กล่าว
ในแง่ของมูลค่าความเสียหาย เกือบครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสำรวจทั่วโลกระบุว่าองค์กรของตนสูญเสียเงินจากการฉ้อโกงมากกว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดย 20% สูญเสียมากกว่า 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และอีก 5% สูญเสียสูงกว่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจากอาชญากรรมทางการเงินในยุคดิจิทัล
สำหรับประเทศไทย ผลสำรวจสะท้อนภาพความเสี่ยงที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกในหลายมิติ โดยเฉพาะด้านความสูญเสียทางการเงินจากการฉ้อโกง ผู้บริหารธนาคารไทยกว่า 88% ระบุว่าองค์กรของตนมีความเสียหายจากการฉ้อโกงเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่อยู่ที่ 76% นอกจากนี้ 49% ของผู้ตอบแบบสำรวจในประเทศไทยยังระบุว่าองค์กรของตนสูญเสียเงินจากการฉ้อโกงมากกว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
ในด้านปริมาณภัยคุกคาม ผู้ตอบแบบสำรวจในประเทศไทยถึง 96% ระบุว่าความพยายามในการฉ้อโกงกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในสัดส่วนเท่ากันนี้ยังเชื่อว่า AI ทำให้รูปแบบการหลอกลวงมีความซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่อยู่ที่ 88% สะท้อนว่าผู้บริหารธนาคารไทยกำลังเผชิญกับความกังวลต่อเทคโนโลยี AI ในระดับที่เข้มข้นกว่าหลายประเทศทั่วโลก
ภัยคุกคามจาก AI ไม่ได้เป็นเพียงความกังวลในอนาคต แต่เกิดขึ้นจริงแล้วในประเทศไทย โดย 93% ของธนาคารไทยที่เข้าร่วมการสำรวจระบุว่าเคยเผชิญการโจมตีจาก Agentic AI มาแล้ว ขณะที่ 61% กำลังรับมือกับภัยคุกคามจาก Automated Phishing หรือการหลอกลวงแบบอัตโนมัติผ่าน AI ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่อยู่ที่ 80% และ 48% ตามลำดับ
นอกจากนี้ ผู้บริหารธนาคารไทยยังแสดงความกังวลอย่างมากต่อกระบวนการยืนยันตัวตนในยุค AI โดย 94% ระบุว่าการแยกแยะระหว่าง AI Agent ที่ถูกต้องตามกฎหมายกับ AI Agent ที่เป็นภัยคุกคามนั้นเป็นเรื่องยากมากหรือยากอย่างยิ่ง เทียบกับค่าเฉลี่ยโลกที่ 72% ขณะที่ 84% มีความกังวลอย่างมากต่อความรวดเร็วในการเพิ่มขึ้นของการฉ้อโกงในภูมิภาค ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 76%
ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว ผู้บริหารภาคธนาคารไทยจำนวนมากมองว่าความร่วมมือระหว่างสถาบันการเงินคือกุญแจสำคัญในการรับมือภัยคุกคามยุคใหม่ โดยผู้ตอบแบบสำรวจ 96% เชื่อว่าการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองระหว่างธนาคารจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพในการป้องกันการฉ้อโกงและอาชญากรรมทางการเงินได้อย่างมีนัยสำคัญ สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 85% ขณะที่ 93% เห็นว่าการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับบัญชีปลายทางของธุรกรรมระหว่างธนาคาร จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการตรวจจับและยับยั้งการหลอกลวงได้โดยตรง ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 86%
อย่างไรก็ตาม แม้ประเทศไทยจะเผชิญกับความท้าทายด้านการฉ้อโกงและภัยคุกคามทางเทคโนโลยีในระดับสูง แต่ผลสำรวจยังสะท้อนให้เห็นถึงจุดแข็งสำคัญของระบบการเงินไทย นั่นคือความสามารถในการตรวจจับ “บัญชีม้า” ได้ก่อนที่เงินจะถูกโอนออกจากระบบ โดยมีผู้บริหารธนาคารไทยเพียง 14% ที่ระบุว่าธนาคารของตนมักตรวจพบบัญชีม้าหลังจากเงินถูกโอนออกไปแล้ว ขณะที่ค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 31% แสดงให้เห็นว่ากลไกการตรวจสอบและป้องกันบัญชีม้าของไทยยังคงมีประสิทธิภาพเหนือกว่าหลายประเทศ
ในมุมของลูกค้า การรักษาความเชื่อมั่นยังคงเป็นภารกิจสำคัญของสถาบันการเงินทั่วโลก โดยผู้ตอบแบบสำรวจกว่า 96% ระบุว่าองค์กรของตนมีการติดตามอัตราการสูญเสียลูกค้าอันเนื่องมาจากประสบการณ์การถูกฉ้อโกงหรือหลอกลวง และ 39% ระบุว่าปัจจัยดังกล่าวเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ผลักดันการลงทุนด้านการป้องกันการฉ้อโกง
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญของภาคธนาคารในปัจจุบัน คือการสร้างสมดุลระหว่างความปลอดภัยกับประสบการณ์ของลูกค้า เนื่องจากมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดเกินไปอาจสร้างความยุ่งยากในการใช้งานและส่งผลให้ลูกค้าตัดสินใจยุติการใช้บริการได้ ผลสำรวจพบว่า 68% ของผู้บริหารธนาคารทั่วโลกเชื่อว่าแนวทางการป้องกันการฉ้อโกงและการชดเชยความเสียหายขององค์กรส่งผลต่อการสูญเสียลูกค้า
โดยในจำนวนนี้ 56% มองว่าลูกค้าเลือกย้ายไปใช้บริการที่อื่นเพราะไม่ได้รับการชดเชยความเสียหายจากการฉ้อโกง ขณะที่อีก 44% เชื่อว่าลูกค้าตัดสินใจยุติการใช้บริการเนื่องจากกระบวนการรักษาความปลอดภัยที่ซับซ้อนและสร้างความไม่สะดวกในการทำธุรกรรมประจำวัน
ผลสำรวจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า AI กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ของอาชญากรรมทางการเงินทั่วโลกอย่างรวดเร็ว และประเทศไทยกำลังอยู่ในกลุ่มประเทศที่เผชิญแรงกดดันจากภัยคุกคามดังกล่าวมากกว่าค่าเฉลี่ยโลก ทั้งในแง่ของปริมาณการโจมตี ความสูญเสียทางการเงิน และความซับซ้อนของกลโกงที่ขับเคลื่อนด้วย AI
ขณะเดียวกัน ความร่วมมือระหว่างสถาบันการเงิน การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง และการพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับพฤติกรรมที่แม่นยำยิ่งขึ้น จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความสามารถของอุตสาหกรรมการเงินในการรับมือกับความเสี่ยงรูปแบบใหม่ในอนาคต







