
ประมวลความพร้อม CLICX-BankX-Ascend Bank ก่อนไทยมี Virtual Bank ครั้งแรก มิ.ย.นี้
นับถอยหลังเช็กความพร้อมก่อนไทยมี Virtual Bank ครั้งแรก มุ่งช่วยรายย่อยเข้าถึงบริการทางการเงินและแหล่งเงินทุนง่ายขึ้น “CLICX” ประเดิมเปิดรายแรก 19 มิ.ย.69 ส่วน BankX และ Ascend Bank ขอเลื่อนเป็นปี 69-70
KEY
POINTS
- นับถอยหลังเช็กความพร้อมก่อนไทยมี Virtual Bank ครั้งแรก มุ่งช่วยรายย่อยเข้าถึงบริการทางการเงินและแหล่งเงินทุนง่ายขึ้น
- “CLICX” ประเดิมเปิดให้บริการรายแรก วันที่ 19 มิ.ย.69
- ส่วน BankX และ Ascend Bank ขอเลื่อนออกไป โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในปี 2569 และปี 2570
นับถอยหลังอีกไม่ถึง 1 เดือน ประเทศไทยกำลังจะมีธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ภายในกลางปี 2569 ที่จะเข้ามาเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมธนาคารไทย ก้าวเข้าสู่บทใหม่ของระบบการเงิน ที่บริการทางการเงินต้องไม่ใช่แค่การทำให้คนไทยมีบัญชีธนาคารหรือเข้าถึงบริการพื้นฐานเท่านั้น แต่ต้องเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นได้อย่างเท่าเทียม
ในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นไปตามกำหนดที่ต้องเปิดดำเนินการภายใน 1 ปี หลังจากได้รับความเห็นชอบให้จัดตั้ง Virtual Bank เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.2568
สำหรับผู้ที่ได้รับความเห็นชอบให้จัดตั้ง Virtual Bank จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย
1.บริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด (ACMH) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม แอสเซนด์ มันนี่ ผู้ให้บริการอีวอลเล็ต ภายใต้ชื่อ “ทรูมันนี่” เป็นกลุ่มบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) จัดตั้ง “แอสเซนด์ แบงก์” (Ascend Bank)
2.ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB, บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC และ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR จัดตั้ง “ธนาคารคลิกซ์” (CLICX)
3.บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCBX, WeTechnology Limited และ KakaoBank Corp. จัดตั้ง “แบงก์เอกซ์” (BankX)
อย่างไรก็ตาม ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกมาระบุว่า มี Virtual Bank เพียงรายเดียวที่มีความพร้อมเปิดให้บริการภายในเดือน มิ.ย.นี้ คือ ธนาคารคลิกซ์” (CLICX)
ขณะที่ Virtual Bank อีก 2 ราย ได้แก่ “แบงก์เอกซ์” (BankX) และ “แอสเซนด์ แบงก์” (Ascend Bank) ได้ทำเรื่องขอผ่อนผันการเปิดดำเนินการออกไปจากกำหนดแรกในวันที่ 19 มิ.ย.2569 โดย 1 ราย แจ้งจะเปิดได้ภายในปี 2569 และอีก 1 ราย พร้อมเปิดให้บริการในปี 2570
ดังนั้น มาเช็กความพร้อมของแต่ละรายกันว่าดำเนินการไปถึงไหนกันแล้วบ้าง
CLICX เตรียมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ 19 มิ.ย.นี้
เริ่มกันที่ “ธนาคารคลิกซ์” (CLICX) น่าจะเป็น Virtual Bank รายเดียวที่เปิดดำเนินการได้ตามกรอบระยะเวลาภายในกลางปี 2569 หลังจากเข้ารับใบอนุญาตประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) จาก ธปท. อย่างเป็นทางการ ไปเมื่อวันที่ 18 พ.ค.2569 ที่ผ่านมา
จากนั้นเมื่อวันที่ 27 พ.ค.2569 CLICX ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ภายใต้การรวมตัวกันของ 3 องค์กรระดับประเทศ ที่มีฐานลูกค้ารวมกันมากกว่า 50 ล้านราย และนำจุดแข็งของและรายมาใช้ผสานเพื่อยกระดับระบบการเงินของประเทศ ได้แก่
- KTB ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและระบบดิจิทัลขนาดใหญ่
- ADVANC เสริมความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยีและความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัล
- OR เติมเต็มด้วยเครือข่ายที่ครอบคลุมและเข้าใจไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวันของคนไทยทั่วประเทศ
ภายใต้วิสัยทัศน์ ”Bank in One CLICX“ ที่ต้องการทำให้เรื่องการเงินเป็นเรื่องง่ายและใกล้ตัวมากขึ้น ผ่านประสบการณ์ทางการเงินที่ก้าวไปไกลกว่าการทำธุรกรรมบนมือถือ ไม่ว่าจะเป็นการเก็บออม การใช้จ่าย การเข้าถึงสินเชื่อ หรือสิทธิประโยชน์ที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน
CLICX ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์คนไทยกลุ่มที่ระบบการเงินปัจจุบันยังดูแลได้ไม่ดีพอ (Underserved) โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้ไม่แน่นอน เช่น ฟรีแลนซ์ อาชีพอิสระ แม่ค้าออนไลน์ ไรเดอร์ เจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพ แต่ขาดเอกสารทางการเงินในการเข้าถึงโอกาส
และในวันที่ 2 มิ.ย.2569 CLICX เตรียมให้ลูกค้าเปิดจองเลขบัญชีที่ลูกค้าสามารถเลือก หรือกำหนดเลขบัญชีของตัวเองได้ ด้วยฟีเจอร์ใหม่ “เลขบัญชีเลือกได้” รวมถึงการเลือกเลขบัญชีให้ตรงกับ 7 หลักท้ายของเบอร์โทรศัพท์ หรือเลข 4 หลักท้าย
ก่อนที่จะเปิดตัวแอปพลิเคชัน CLICX และเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 19 มิ.ย.2569 นำร่องด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์เงินฝาก ขั้นต่ำ 0 บาท ที่มีการออกแบบผลิตภัณฑ์เชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ เช่น การออมเงินที่มอบสิทธิประโยชน์เป็นกาแฟ น้ำมัน หรืออินเทอร์เน็ต แทนการเน้นเพียงแค่ดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว และจะมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินออกมาอย่างต่อเนื่อง
หลังจากนั้นในเดือน ก.ค.2569 คาดว่าจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์สินเชื่อ ที่ CLICX จะใช้ “ข้อมูลทางเลือก” (Alternative Data) จากพันธมิตรทั้ง 3 ราย มาวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าแทนการใช้เอกสารรายได้แบบเดิม ทำให้ผู้ที่ไม่มีสลิปเงินเดือนสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น
"BankX" ลุ้นเปิดดำเนินการภายในปี 69
มาต่อกันที่ความคืบหน้าของ “แบงก์เอกซ์” (BankX) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่ SCBX ถือหุ้น 90% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ได้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นบริษัทมหาชนจำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 10,000 บาท และมีแผนเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 5,000 ล้านบาท เมื่อบริษัทยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank)
ปัจจุบัน BankX อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมเพื่อเริ่มประกอบธุรกิจร่วมกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ได้แก่ KakaoBank Corp. หนึ่งในผู้ถือหุ้นของบริษัทและเป็นผู้ให้บริการธนาคารดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในสาธารณรัฐเกาหลี และ WeBank Technology Services Limited บริษัทย่อยของกลุ่มธนาคาร WeBank Co., Ltd. ซึ่งเป็นธนาคารดิจิทัลชั้นนำในสาธารณรัฐประชาชนจีน
โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันทันสมัยมาประยุกต์เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และการบริการด้านการเงินที่มีประโยชน์ต่อลูกค้าในประเทศไทย ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะเปิดให้บริการภายในปี 2569
Ascend Bank จัดการหลังบ้านก่อนเปิดบริการปี 70
สุดท้าย “แอสเซนด์ แบงก์” (Ascend Bank) อยู่ระหว่างดำเนินการแยกธุรกิจที่ถือใบอนุญาตประกอบธุรกิจทางการเงินที่ตนเองมีอำนาจควบคุม มาอยู่ในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน ออกจากธุรกิจนอกภาคการเงิน (Real Sector) ตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงื่อนไขในการขอใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) เพื่อให้กำกับดูแลความเสี่ยงของธุรกิจทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และป้องกันไม่ให้ Virtual Bank เอื้อประโยชน์ (Conflict of Interest) แก่ธุรกิจในเครือทั้งในและนอกภาคการเงินอย่างไม่เหมาะสม
จากหลักเกณฑ์ดังกล่าว ทำให้ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL มีแผนนำ 3 บริษัทย่อย ได้แก่ บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด, บริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด จำกัด และบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT เข้าไปอยู่ในกลุ่มธุรกิจการเงินของธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ภายใต้ บริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด (ACMH) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group)
แต่แล้วกรรมการจำนวน 13 ราย ซึ่งไม่มีส่วนได้เสีย ได้ลงมติเมื่อวันที่ 17 เม.ย.2569 ไม่เห็นชอบต่อการโอนบริษัทย่อยทั้ง 3 แห่ง ไปยัง ACMH โดยให้เหตุผลว่าธุรกรรมดังกล่าวมีความซับซ้อนและอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของ CPALL
อย่างไรก็ตาม ธุรกรรมดังกล่าวยังคงต้องนำเสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณา มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 29 พ.ค.2569 ซึ่งต้องได้รับอนุมัติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุมและมีสิทธิออกเสียง โดยไม่รวมเสียงของผู้ถือหุ้นที่มีส่วนได้เสีย
ล่าสุด CPALL ได้ออกมาชี้แจงว่า การประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ในวันที่ 29 พ.ค.2569 เป็นการพิจารณาอนุมัติในหลักการว่าจะให้ธุรกิจและกิจการของ บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด, บริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด จำกัด และ CPAXT แค่เฉพาะในส่วนธุรกิจบริการทางการเงิน เข้ามาอยู่ในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาหรือไม่นั้น เป็นการดำเนินการตามกระบวนการ ซึ่งไม่รวมถึงธุรกิจหลักในด้านค้าปลีก ค้าส่ง และธุรกิจอื่น ๆ และขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้ถือหุ้นในที่สุดตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์และคณะกรรมการกำกับตลาดทุนและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
จับตาผลประชุมผู้ถือหุ้นของ CPALL ในวันที่ 29 พ.ค.นี้ ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร และ CP Group จะดำเนินการอย่างไรต่อไปเพื่อให้เปิดบริการ “แอสเซนด์ แบงก์” (Ascend Bank) ได้ภายในปี 2570!!







