posttoday
ถอดสมการราคาน้ำมันโรงกลั่น ในวันที่ต้นทุนและราคาขายสวนทาง

ถอดสมการราคาน้ำมันโรงกลั่น ในวันที่ต้นทุนและราคาขายสวนทาง

18 พฤษภาคม 2569

คนส่วนใหญ่มักคิดว่าน้ำมันคือสินค้า ซื้อมาเท่าไหร่ ควรขายได้ราคาเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วโรงกลั่นต้องเผชิญกับ Time Lag การสั่งจองล่วงหน้านาน 1-2 เดือน ทำให้ต้นทุนไม่สอดคล้องกับราคาขายปัจจุบัน จนเกิดเป็นความเสี่ยงทางธุรกิจที่เลี่ยงไม่ได้

ในยุคดิจิทัลที่ทุกสิ่งถูกขับเคลื่อนด้วยความรวดเร็วระดับเรียลไทม์ เราต่างคุ้นชินกับตัวเลขบนกระดานซื้อขายที่กะพริบเปลี่ยนแปลงกันวินาทีต่อวินาที ทั้งดัชนีตลาดหุ้น ราคาทองคำ รวมไปถึงสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent)

 

ความคุ้นเคยนี้เองที่ได้หล่อหลอมให้เกิดความเชื่อที่คลาดเคลื่อนในสังคมไทยว่า เมื่อกราฟราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลง ต้นทุนการผลิตของโรงกลั่นย่อมลดลงตามไปด้วย และราคาหน้าสถานีบริการน้ำมันก็สมควรจะปรับลดลงตามได้ในทันที

 

ทว่าในความเป็นจริง อุตสาหกรรมหนักระดับประเทศอย่างธุรกิจโรงกลั่น มีกลไกทางเศรษฐศาสตร์ที่ซับซ้อน แบกรับความเสี่ยงสูง และมีกรอบระยะเวลาดำเนินการที่ยาวนานกว่าที่คิด 

 

ในการประเมินธุรกิจโรงกลั่น ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่หลายคนมักมองข้ามคือ 'ความเหลื่อมล้ำด้านเวลา' หรือที่แวดวงธุรกิจพลังงานเรียกว่า 'ความเสี่ยงจากความไม่สอดคล้องของเวลา' (Mismatch Risk) ปัจจัยนี้เองเป็นคำตอบว่า ทำไมความเชื่อ 'ซื้อมาถูก ก็ต้องขายถูกได้ทันที' จึงไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงในการดำเนินธุรกิจประเภทนี้ 

 

ถอดสมการราคาน้ำมันโรงกลั่น ในวันที่ต้นทุนและราคาขายสวนทาง

 

ราคาหน้าโรงกลั่น ไม่ได้ขยับตามตลาดโลกแบบวันต่อวัน

 

คนส่วนใหญ่มักมองธุรกิจโรงกลั่นเหมือนการซื้อมาขายไปแบบสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป โดยเข้าใจว่าหากตลาดโลกประกาศราคาน้ำมันดิบลดลง โรงกลั่นก็ควรจะขายน้ำมันสำเร็จรูปในราคาที่ถูกลงได้ทันที แต่ในความเป็นจริง ธุรกิจนี้ไม่ได้สามารถตอบสนองและปรับเปลี่ยนราคาได้รวดเร็วแบบเรียลไทม์ เนื่องจากมีปัจจัยสำคัญที่เข้ามาเป็นเงื่อนไขควบคุมก็คือ “ระยะเวลา” หรือ Time Lag 

 

ธุรกิจโรงกลั่นมี 'ต้นทุน' จากการจัดหาน้ำมันดิบ กับ 'ราคาขาย' น้ำมันสำเร็จรูป ที่ระยะเวลาทิ้งช่วงห่างกันพอสมควร การสั่งซื้อน้ำมันดิบจากแหล่งผลิตต่าง ๆ  ไม่สามารถทำได้รวดเร็วเหมือนการเลือกซื้อสินค้าสำเร็จรูปทั่วไป แต่เป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยการเจรจา ทำสัญญาตกลงกัน และต้องสั่งจองล่วงหน้านานถึง 1-2 เดือน

 

กว่าที่น้ำมันดิบหลายล้านบาร์เรลจะเดินทางข้ามมหาสมุทรมาเทียบท่าที่ประเทศไทย ผ่านกระบวนการเข้าหอกลั่นและแยกส่วนประกอบ จนออกมาเป็นน้ำมันสำเร็จรูปพร้อมจำหน่าย กระบวนการทั้งหมดนี้ต้องกินเวลาหลายสิบวัน นั่นหมายความว่าต้นทุนน้ำมันดิบที่แท้จริง ณ วันที่ส่งถึงมือผู้บริโภค คือต้นทุนที่โรงกลั่นต้องรับภาระจ่ายไปแล้วตั้งแต่ 1-2 เดือนก่อนหน้า  ในขณะที่ราคาขายหน้าโรงกลั่นในแต่ละวัน กลับต้องอิงกับ 'ราคาตลาดโลกปัจจุบัน' ตามกลไกตลาดเสรี 

 

ทั้งหมดนี้คือต้นตอของ ปัญหา Mismatch เมื่อต้นทุนที่จ่ายไปกับราคาที่ขายได้ ไม่ได้เกิดขึ้นในห้วงเวลาเดียวกัน ภาระ ความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด จึงตกอยู่กับผู้ประกอบการโรงกลั่นไปโดยปริยาย 

ถอดสมการราคาน้ำมันโรงกลั่น ในวันที่ต้นทุนและราคาขายสวนทาง

 

วิกฤตตะวันออกกลาง กับราคาของ “ความมั่นคงทางพลังงาน”

 

ตัวอย่างที่สะท้อนภาพนี้ได้ชัดเจนที่สุด คือสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นเป็นระยะ เมื่อใดก็ตามที่เกิดความไม่สงบหรือมีภัยคุกคามต่อเส้นทางขนส่งน้ำมัน สิ่งแรกที่เกิดขึ้นเสมอคือ 'ความผันผวน' อย่างรุนแรงของตลาดโลก 

 

ประเทศไทยในฐานะประเทศผู้นำเข้าพลังงานและต้องพึ่งพาน้ำมันดิบจากต่างประเทศในสัดส่วนที่สูงถึง 90% โรงกลั่นในประเทศจึงไม่อาจรอให้สถานการณ์ความขัดแย้งคลี่คลายหรือราคาปรับตัวลดลงได้ สิ่งที่ต้องดำเนินการทันทีคือ 'การเร่งจัดหาน้ำมันดิบ' ท่ามกลางภาวะตลาดโลกที่ตึงตัว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตขาดแคลนพลังงานในประเทศ

 

ภาวะการแย่งชิงน้ำมันดิบในช่วงเวลาวิกฤต ส่งผลให้ต้นทุนน้ำมันดิบพุ่งสูงและผันผวนอย่างรุนแรง ผู้ประกอบการโรงกลั่นจึงต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ไปจนถึงการยอมจ่ายค่าพรีเมียมที่สูงขึ้น เพื่อเป็นหลักประกันว่าจะมีน้ำมันส่งมอบมายังประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง 

 

ผลที่ตามมาคือ น้ำมันดิบล็อตใหม่ที่เดินทางมาถึงและเตรียมเข้าสู่กระบวนการผลิตในเดือนพฤษภาคม กลายเป็น 'วัตถุดิบราคาแพง' ที่แบกต้นทุนจากช่วงวิกฤตมาเต็มพิกัด ท้ายที่สุดแล้ว ภาระความเสี่ยงด้านราคา (Price Risk) จึงตกเป็นของผู้ประกอบการโรงกลั่นที่ต้องรับมือกับความผันผวนนี้โดยตรงและไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ 

 

ถอดสมการราคาน้ำมันโรงกลั่น ในวันที่ต้นทุนและราคาขายสวนทาง

 

วิกฤตซ้อนวิกฤต ยิ่งเดินเครื่องผลิต ยิ่งขาดทุนสะสม 

 

ความท้าทายสูงสุดของธุรกิจโรงกลั่นมักจะเกิดขึ้นเมื่อสถานการณ์โลกเริ่มคลี่คลาย หรือเมื่อทิศทางเศรษฐกิจส่งสัญญาณชะลอตัว ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลกพร้อมจะปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงจุดนี้ ผู้ประกอบการโรงกลั่นจะตกอยู่ในสภาวะกดดันอย่างหนัก เนื่องจากน้ำมันสำเร็จรูปที่ผลิตพร้อมจำหน่ายในวันนี้ ต้องอิงกับ ราคาตลาดโลกที่ปรับลดลงแล้ว ในขณะที่ต้นทุนที่แท้จริงกลับเป็น น้ำมันดิบราคาสูง ที่สั่งซื้อมาตั้งแต่ 1-2 เดือนก่อนหน้า 

 

ในทางบัญชีและเศรษฐศาสตร์ ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Stock Loss (การขาดทุนจากมูลค่าสต็อกสินค้า) ซึ่งสร้างความเสียหายเป็นเม็ดเงินมหาศาลหลักพันล้านถึงหมื่นล้านบาท ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงที่ความต้องการในตลาดชะลอตัวจนต่ำกว่ากำลังการผลิต ค่าการกลั่น (Gross Refining Margin) ซึ่งถือเป็นรายได้หลักของโรงกลั่น อาจดิ่งลงขนเข้าสู่ 'สภาวะติดลบ' (Negative Margin)  หรืออาจกล่าวได้ว่า ยิ่งเดินเครื่อง ก็ยิ่งขาดทุน

 

ธุรกิจโรงกลั่น วัฏจักรแห่งความผันผวน 

 

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจคือ โรงกลั่นไม่ใช่ธุรกิจที่มีอัตรากำไรตายตัว (Fixed Profit) ที่จะสามารถกำหนดส่วนต่างกำไรได้ตามใจชอบ แต่เป็นธุรกิจที่มีลักษณะเป็นวัฏจักร (Cyclical Business) ซึ่งผลประกอบการและสภาพคล่องขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

แม้ในบางช่วงเวลาที่ความต้องการในตลาดสูง ค่าการกลั่นอาจปรับตัวดีขึ้น แต่ในทางกลับกัน ก็มีหลายช่วงเวลาที่ธุรกิจต้องประสบกับภาวะขาดทุนอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นการขาดทุนจากมูลค่าสต๊อกน้ำมัน (Stock Loss) หรือจากค่าการกลั่นที่ตกต่ำ ธุรกิจนี้จึงเป็นวงจรที่ผู้ประกอบการต้องบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรัดกุม เพื่อรับมือกับความผันผวนทั้งขาขึ้นและขาลงที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา

 

หากประเมินภาพรวมในระยะต่อไป ทิศทางราคาน้ำมันซื้อขายล่วงหน้า (Future Curve) ในตลาดโลกกำลังส่งสัญญาณปรับตัวลดลง โรงกลั่นที่สั่งซื้อน้ำมันดิบสำรองไว้ล่วงหน้า มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเผชิญตัวเลขขาดทุนจากสต๊อก (Stock Loss) มหาศาล เมื่อต้องตีราคามูลค่าน้ำมันตามภาวะตลาด ณ ปัจจุบัน 

 

ตามหลักบริหารธุรกิจทั่วไป หากแนวโน้มการผลิตส่อแววขาดทุน การลดกำลังการผลิตย่อมเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุด ทว่าสำหรับกลุ่มบริษัทพลังงานแห่งชาติ กลับเลือกที่จะเดินหน้าผลิตเต็มกำลังต่อไปโดยไม่ได้คำนึงถึงผลกำไรทางธุรกิจเป็นหลัก หากแต่เป็นการแบกรับภารกิจที่สำคัญยิ่งกว่า นั่นคือ 'การสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ' เพื่อเป็นหลักประกันว่าภาคการขนส่งและโลจิสติกส์ ภาคอุตสาหกรรม รวมถึงประชาชนคนไทย จะมีน้ำมันเชื้อเพลิงใช้อย่างเพียงพอและต่อเนื่อง โดยไม่เกิดภาวะขาดแคลน 

 

ท้ายที่สุดแล้ว การประเมินสถานการณ์ของอุตสาหกรรมโรงกลั่น ไม่อาจพิจารณาจากราคาขายปลีกน้ำมันแบบรายวันได้เพียงอย่างเดียว ธุรกิจนี้ต้องเผชิญกับข้อจำกัดจากความเหลื่อมล้ำทางเวลา ทั้งการแบกรับต้นทุนวัตถุดิบที่จัดซื้อล่วงหน้า และความผันผวนของตลาดโลกที่ยากจะคาดเดา การรักษาเสถียรภาพทางพลังงานของประเทศ จึงหมายถึงการที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับความเสี่ยงมหาศาลที่ซ่อนอยู่อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท