
เอพริล เบเกอรี่ ทุ่ม 200 ล้าน รีแบรนด์ใหญ่รอบ 10 ปี สู่ Regional Brand
สิงหาฟู้ดฯ ประกาศรีแบรนด์ April’s Bakery ครั้งใหญ่ ชูกลยุทธ์ Masstige หลังรายได้ปี 68 ทะลุ 1,300 ล้าน ตั้งเป้าโต 30% ชิงแชร์ตลาดเบเกอรี่ 4.6 หมื่นล้าน
KEY
POINTS
- เอพริล เบเกอรี่ ทุ่มงบลงทุน 200 ล้านบาท เพื่อรีแบรนด์ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 10 ปี
- ตั้งเป้าหมายยกระดับแบรนด์จาก Local Brand สู่การเป็นแบรนด์ระดับภูมิภาค (Regional Brand)
- ใช้กลยุทธ์ Masstige ชูสินค้าคุณภาพพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมปรับภาพลักษณ์องค์กรและโลโก้ใหม่
เอพริล เบเกอรี่ พลิกโฉมธุรกิจทุ่มงบ 200 ล้าน รีแบรนด์ใหญ่ในรอบ 10 ปี เดินหน้ากลยุทธ์ Masstige ปักธงสยายปีกสู่ระดับภูมิภาค
บริษัท สิงหาฟู้ด อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้บริหารแบรนด์ “เอพริล เบเกอรี่” (April’s Bakery) ประกาศแผนยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญด้วยการทุ่มงบลงทุนกว่า 200 ล้านบาท เพื่อรีแบรนด์ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 10 ปี
การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่แบรนด์สามารถสร้างรายได้ในปี 2568 ทะลุ 1,300 ล้านบาท และยังคงรักษาโมเมนตัมความแข็งแกร่งด้วยรายได้ไตรมาสแรกปี 2569 ที่สูงถึง 425 ล้านบาท
นางกนกกัญจน์ มธุรพร ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท สิงหาฟู้ด อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดเผยถึงเบื้องหลังความสำเร็จและทิศทางใหม่ว่า
“การรีแบรนด์ครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากปัญหาของแบรนด์ แต่เกิดจากการเติบโตของธุรกิจ เราจึงต้องปรับภาพลักษณ์ใหม่ให้สะท้อนความแข็งแกร่งของแบรนด์ในวันนี้ และรองรับโอกาสทางธุรกิจในอนาคตได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น"
"โดยครอบคลุมทั้งภาพลักษณ์องค์กร โลโก้ และแนวคิด ‘The Blessing City’ เพื่อสร้างภาพจำใหม่ให้ทันสมัย เข้าถึงง่าย และสะท้อนตัวตนของแบรนด์ที่กำลังก้าวจาก Local Brand สู่ Regional Brand อย่างเป็นระบบ”
กลยุทธ์ Masstige: คุณภาพพรีเมียมที่ทุกคนเข้าถึงได้
หัวใจสำคัญของการรีแบรนด์ครั้งนี้คือการวางตำแหน่งแบรนด์ในกลุ่ม Masstige ซึ่งหมายถึงการส่งมอบสินค้าคุณภาพระดับพรีเมียมในราคาที่จับต้องได้ ภายใต้คอนเซปต์ “คุณภาพดี ราคาจับต้องได้” เพื่อมอบความคุ้มค่าที่สูงขึ้นให้แก่ผู้บริโภค
ปัจจุบันเอพริล เบเกอรี่ มีสินค้าหลากหลายรวมกว่า 130 SKUs และยังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่องเฉลี่ยมากกว่า 15 รายการต่อเดือน เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
นอกจากนี้ แบรนด์ยังได้ปรับโฉม Corporate Identity (CI) ใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่โลโก้ที่ดูหรูหราทันสมัยไปจนถึงการใช้สีประจำแบรนด์ที่โดดเด่นอย่าง "April’s Fuchsia" (70%) และ "Blessing Yellow" (30%) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากสินค้าขายดีอันดับหนึ่งอย่างพายไส้หมูแดง
จาก 7-Eleven สู่ตลาดโลกและการเตรียมพร้อม IPO
ความแข็งแกร่งของเอพริล เบเกอรี่ ส่วนหนึ่งมาจากการเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นกับ 7-Eleven โดยมีสินค้าวางจำหน่ายกว่า 16,000 สาขาทั่วประเทศ และมีสินค้ากลุ่ม Exclusive (Only at 7-Eleven) ถึง 50 ชนิด
อย่างไรก็ตาม แบรนด์ไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น แต่ได้เริ่มรุกตลาดต่างประเทศในรูปแบบ OEM ที่ประเทศ เกาหลีและไต้หวัน เพื่อศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคก่อนจะขยายสู่การเปิดหน้าร้านในระดับสากลต่อไป
นางกนกกัญจน์ กล่าวเสริมถึงเป้าหมายในอนาคตว่า “สำหรับก้าวสำคัญในปีนี้ เราไม่ได้มองเพียงแค่การรักษามาตรฐานเดิม แต่เราตั้งเป้าหมายการเติบโตอย่างก้าวกระโดดอีก 30% โดยมีเป้าหมายหลักคือการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด ขึ้นสู่ 4% ภายในสิ้นปี 2569”
พร้อมทั้งระบุว่าบริษัทกำลังเดินหน้าวางรากฐานองค์กร ทั้งระบบบริหารจัดการและวินัยทางการเงินเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ในระยะถัดไป
นวัตกรรมและวัฒนธรรมองค์กรยุคใหม่
ในมิติของการบริหารจัดการ เอพริล เบเกอรี่ ให้ความสำคัญกับการนำ AI & Data มาใช้ในการขับเคลื่อนธุรกิจ ควบคู่ไปกับการ Upskill ทีมงานและดึงดูดคนรุ่นใหม่ (New Generation Talent) เข้ามาร่วมสร้างองค์กรแห่งอนาคต
เน้นย้ำถึงความจริงใจและคุณภาพในทุกคำที่ผู้บริโภคได้รับตามสโลแกนใหม่ "Every Bite is a Blessing"
“วันนี้ เอพริล เบเกอรี่ ไม่ได้กำลังเติบโตเพียงในเชิงธุรกิจ แต่ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพของการเติบโตไม่ใช่เพียงยอดขาย แต่รวมถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์"
"การกลับมาซื้อซ้ำของลูกค้า และการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้บริโภค ควบคู่กับการขับเคลื่อนองค์กรที่ให้ความสำคัญกับความจริงใจ คุณภาพ นวัตกรรม ความใส่ใจ และการแบ่งปัน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน” นางกนกกัญจน์ กล่าวทิ้งท้าย







