จบดราม่า OTT กสทช.เห็นพ้องมีอำนาจกำกับดูแล-บรรจุลงแผนแม่บทฯ ฉบับใหม่
เดือดก่อนจะแลนด์ วาระแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ บอร์ดกสทช.ถกเรื่องเดียว อำนาจกำกับ OTT กว่า 5 ชั่วโมง ก่อนจบสวย ย้ำคุม OTT ได้ นัดถกต่อหลังสงกรานต์
กว่า 5 ชั่วโมง กับการประชุมของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในวาระการพิจารณา (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง แผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2569 – 2573) ซึ่งมีหลายประเด็นที่เป็นรายละเอียดของแผนแม่บทฯก่อนจะนำไปสู่การพิจารณาโรดแมปทีวีดิจิทัล โดยประเด็นที่มีการถกเถียงกันในการประชุมวันนี้ (8 เม.ย.2569) คือ อำนาจในการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล หรือ OTT (Over-The-Top ) บริการสื่อดิจิทัล (วิดีโอ, เสียง, รายการทีวี) ที่ให้บริการส่งตรงถึงผู้ชมผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ตสาธารณะ เช่น ยูทูป ควรบรรจุเป็นอำนาจของกสทช.ในแผนแม่บทด้วยหรือไม่
ทั้งนี้ ประธานกสทช. สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ได้สอบถามในที่ประชุมถึงนิยามของ OTT ว่าเป็นอย่างไร อยู่เป็นเวลานาน ตั้งแต่เปิดประชุมเวลา 09.30 น.จนกระทั่ง กสทช.พิรงรอง รามสูต เกิดความไม่พอใจ เพราะไม่เข้าใจว่าเหตุใดประธานกสทช.ถึงถามแต่เรื่องนิยาม OTT วนไปมา และเกรงว่าเรื่องแผนเม่บทฯที่รอมานานจะไม่จบเสียที จนกระทั่งเกิดเหตุไฟดับ เพราะหม้อแปลงระเบิด ทำให้ต้องพักการประชุม ก่อนเวลา 12.00 น.และกลับมาเริ่มประชุมใหม่ในเวลา 13.00 น.
อย่างไรก็ตาม เมื่อเริ่มการประชุมใหม่อีกครั้ง ก็ยังดูทีท่าว่าประเด็น OTT ยังไม่มีวี่แววว่าจะตกลงกันได้ มีการออกความเห็นถึงนิยาม รวมถึงมีการชี้แจงถึงอำนาจที่เป็นมติบอร์ดไปแล้วตั้งแต่กสทช.ชุดที่แล้ว จนท้ายที่สุด กสทช.ศุภัช ศุภชลาศัย ก็เสนอให้มีการลงความเห็นร่วมกัน ไม่ควรตัดอำนาจของกสทช.ออก และการถกกันไปมาถึงนิยาม OTT ไม่เกิดประโยชน์ และจะไม่สามารถทำให้แผนแม่บทฯเดินหน้าได้
ทำให้กสทช.มีความเห็นร่วมกันว่า กสทช.มีอำนาจในการกำกับดูแล OTT และให้มาร่วมกันลงรายละเอียดนิยามร่วมกันดีกว่า ที่สำคัญคือต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA ที่มีพ.ร.ฎ. แพลตฟอร์มดิจิทัล พระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 ในการบังคับให้แพลตฟอร์มดิจิทัลจดแจ้งการประกอบธุรกิจ อยู่แล้ว
กสทช.พิรงรอง เปิดเผยภายหลังประชุมว่า จากการพิจารณาแผนแม่บทฯ ล่าสุด ได้มีการพูดคุยกันอย่างกว้างขวางในประเด็นการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลที่แพร่ภาพและกระจายเสียง หรือที่เดิมเรียกว่า OTT แม้ที่ผ่านมาจะมีความเห็นต่างว่า กสทช. มีอำนาจหน้าที่ในส่วนนี้หรือไม่ แต่ในที่สุดที่ประชุมสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ว่า กสทช. มีอำนาจในการกำกับดูแลตามกฎหมายและมติบอร์ดที่มีมาตั้งแต่ปี 2560 และ 2566 ซึ่งระบุว่า OTT เป็นกิจการโทรทัศน์ประเภทหนึ่ง
สำหรับแนวทางการกำกับดูแลจะเน้นไปที่การสร้าง "กลไกการรับผิดชอบของแพลตฟอร์ม" ไม่ใช่การเข้าไปควบคุมผู้ผลิตเนื้อหาหรืออินฟลูเอนเซอร์โดยตรง ซึ่งหลังจากแผนแม่บทฯเสร็จสิ้น ก็จะมีการออกหลักเกณฑ์ในการกำกับดูแลตามมา โดยการกำกับดูแลนี้มีความจำเป็นเพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เท่าเทียม
เนื่องจากผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลเดิมมีต้นทุนและความรับผิดชอบตามกฎหมายสูงกว่าแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ยังไม่มีการกำกับดูแล โดยเกณฑ์การพิจารณาจะมุ่งเน้นไปที่ แพลตฟอร์มที่มีการให้บริการในประเทศไทย มีการแสดงผลเป็นภาษาไทย และมีการแพร่ภาพกระจายเสียง
ด้าน พลอากาศโท ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ กสทช. ได้กล่าวเสริมถึงความสำคัญของการปิดช่องว่างทางกฎหมายในปัจจุบัน ในแผนแม่บทฉบับนี้จะพยายามใช้กฎหมายที่มีอยู่เข้าไปกำกับดูแลให้ได้มากที่สุด เพื่อแก้ปัญหาการเสพข้อมูลที่ไม่ถูกต้องออนไลน์ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
กสทช.พิรงรอง กล่าวต่อว่า เรื่อง OTT เป็นแค่รายละเอียดส่วนหนึ่งที่บรรจุในแผนแม่บทฯฉบับใหม่ ยังคงมีอีกหลายเรื่องที่ต้องพิจารณาในที่ประชุม อาทิ การผลักดันให้เกิดแพลตฟอร์มดิจิทัลแห่งชาติ เพื่อเป็นช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงวิทยุและโทรทัศน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้สะดวกขึ้น และช่วยส่งเสริมอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของไทยไม่ให้ถูกกลืนหายไปในแพลตฟอร์มระดับโลก ซึ่งจะกลายเป็นช่องทางสำคัญที่ให้ทีวีดิจิทัลของไทยอยู่บนแพลตฟอร์มนี้ จากนั้นถึงจะเป็นการพิจารณาเรื่องโรดแมปทีวีดิจิทัล
โดยจะนำเข้าสู่ที่ประชุมต่อเนื่องต่อไปหลังช่วงเทศกาลสงกรานต์ คือวันที่ 21-22 เม.ย.2569 ส่วนประเด็นการต่ออายุทีวีดิจิทัลที่กำลังจะสิ้นสุดลงในปี 72 นั้น ไม่ได้มีการพูดถึง เพราะต้องเป็นเรื่องของการแก้กฎหมายของกสทช.ต่อไป


