posttoday

เปิดสาเหตุ SCB พับแผนซื้อ Home Cradit Vietnam 3.1 หมื่นล้าน แผนโตอาเซียนไม่สะดุด

27 มีนาคม 2569

SCB ยกเลิกซื้อ Home Credit Vietnam 3.1 หมื่นล้านบาท หลังปัจจัยภายนอกทำเงื่อนไขไม่สำเร็จตามกำหนด ยันไม่กระทบฐานะการเงิน พร้อมเดินหน้าโตในอาเซียนตามแผนเดิม

KEY

POINTS

  • SCB ประกาศยกเลิกข้อตกลงเข้าซื้อกิจการ Home Credit Vietnam มูลค่า 3.1 หมื่นล้านบาทอย่างเป็นทางการ
  • สาเหตุหลักเกิดจากปัจจัยภายนอกที่อยู่นอกเหนือการควบคุม ทำให้เงื่อนไขบังคับก่อนในสัญญาไม่สามารถบรรลุผลได้ตามกำหนด
  • การยกเลิกดีลไม่ส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเงิน และบริษัทยังคงเดินหน้าตามยุทธศาสตร์การเติบโตในภูมิภาคอาเซียนต่อไป

จากดีลประวัติศาสตร์ที่ถูกจับตามองอย่างมากในภูมิภาคอาเซียน เมื่อ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCBX โดยธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ประกาศแผนเข้าซื้อกิจการ Home Credit Vietnam ผู้นำด้านสินเชื่อรายย่อยในเวียดนาม ด้วยมูลค่ากว่า 3.1 หมื่นล้านบาท แต่ล่าสุดการเจรจาดังกล่าวได้ข้อยุติลงด้วยการ “ยกเลิกดีล” อย่างเป็นทางการ 

ย้อนรอยดีลยักษ์ 3.1 หมื่นล้านบาท

เมื่อช่วงต้นปี 2567 SCBX ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้วงการการเงินด้วยการประกาศลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นเพื่อเข้าถือหุ้น 100% ใน Home Credit Vietnam Finance Company Limited จาก Home Credit Group โดยมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 20,973 พันล้านดองเวียดนาม หรือประมาณ 3.1 หมื่นล้านบาท

เป้าหมายสำคัญในขณะนั้น คือการใช้ Home Credit Vietnam เป็น “ฐานที่มั่น” ในการขยายธุรกิจไปยังประเทศเวียดนามที่มีประชากรกว่า 100 ล้านคนที่ตื่นตัวด้านเทคโนโลยี และมีอัตราการเติบโตของ GDP เฉลี่ยถึง 7.5% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดย Home Credit Vietnam ถือเป็นเบอร์ 2 ในตลาดสินเชื่อผู้บริโภคของเวียดนาม มีฐานลูกค้าสูงถึง 15 ล้านราย และมีเครือข่ายจุดให้บริการ (POS) กว่า 14,000 จุดทั่วประเทศ

เปิดสาเหตุทำไมดีลถึงไปไม่ถึงฝัน?

แม้ว่าทั้ง 2 ฝ่าย จะมีการลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้น (SPA) และผ่านการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นไปแล้วเมื่อเดือนมีนาคม 2567 แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 คณะกรรมการธนาคารไทยพาณิชย์ได้มีมติให้ เลิกสัญญา SPA เพื่อยุติธุรกรรมดังกล่าว

โดยสาเหตุหลักที่ระบุไว้ คือ “ปัจจัยภายนอกบางประการซึ่งอยู่นอกเหนือการควบคุมของคู่สัญญา” ปัจจัยเหล่านี้ ส่งผลให้เงื่อนไขบังคับก่อนตามที่กำหนดไว้ในสัญญาไม่สามารถบรรลุผลสำเร็จได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ทำให้คู่สัญญาไม่สามารถดำเนินธุรกรรมให้เสร็จสิ้นตามแผนเดิมได้ 

แม้จะไม่มีการลงรายละเอียดเจาะจงว่าปัจจัยภายนอกนั้นคืออะไร แต่ภายใต้เงื่อนไขทางธุรกิจระดับภูมิภาค มักเกี่ยวข้องกับประเด็นด้านเกณฑ์การกำกับดูแลหรือสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป

ก้าวต่อไปของ SCBX

การพับแผนครั้งนี้ “ไม่ส่งผลกระทบต่อฐานะทางการเงินของธนาคารแต่อย่างใด” เนื่องจากธุรกรรมยังไม่เสร็จสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม SCBX และธนาคารยังคงยืนยันในแผนยุทธศาสตร์เดิม นั่นคือการมุ่งสู่การเป็น “กลุ่มเทคโนโลยีทางการเงินชั้นนำของภูมิภาค” โดยจะยังคงเดินหน้าเสริมสร้างความแข็งแกร่งในตลาดอาเซียนที่มีศักยภาพการเติบโตสูง เพื่อสร้างผลตอบแทนสูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาวต่อไป

มุมมองนักวิเคราะห์ “เสียโอกาส แต่ลดความเสี่ยง”

บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า การยกเลิกดีลนี้ ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงทางพื้นฐาน เนื่องจากฝ่ายวิจัยยังไม่ได้รวมผลของดีลนี้เข้าไปในประมาณการ แม้ในแง่หนึ่งจะถือเป็นการ “เสียโอกาสการเติบโต” ในประเทศเวียดนาม ซึ่งมีอัตราการเติบโตของ GDP สูง แต่ในอีกมุมหนึ่งกลับส่งผลบวกในด้านการบริหารความเสี่ยง ดังนี้

  • ไม่เพิ่ม Credit Risk: ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอนและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง การไม่ขยายพอร์ตสินเชื่อไปยังตลาดใหม่ช่วยลดความกังวลด้านคุณภาพสินทรัพย์
  • รักษาสถานะเงินกองทุน: ช่วยให้เงินกองทุนขั้นที่ 1 (Tier-1) ของกลุ่มยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 17.8% (สูงกว่าเกณฑ์ ธปท. ที่ 9.5% มาก)
  • ความสามารถในการจ่ายเงินปันผล: การไม่เสียเงินก้อนโตช่วยยืนยันความสามารถในการรักษาอัตราการจ่ายเงินปันผล (Dividend Payout Ratio) ได้ที่ระดับ 80%

แม้ดีล Home Credit Vietnam 3.1 หมื่นล้านบาท จะล่มลง เพราะเงื่อนไขตามสัญญาไม่ลงตัวตามกำหนดเวลา แต่ก็นับเป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่เน้นความมั่นคงของสถานะทางการเงินและการบริหารความเสี่ยงในวันที่ปัจจัยภายนอกมีความผันผวนสูง

ข่าวล่าสุด

'สิงคโปร์'ใช้กฎหมาย สั่งปรับสูงสุด 27 ล้านบาท หากปล่อยโฆษณาลวง-บัญชีปลอม