posttoday

ครั้งแรกในรอบ 5 ปี คนไทยครอง S2O 60% ลุ้นต่างชาติเที่ยวไทย หลังจีนหาย

11 มีนาคม 2569

เศรษฐกิจโลกป่วน สงครามสะเทือนท่องเที่ยว ครั้งแรกในรอบ 5 ปี S2O คนไทยพุ่ง 60% จีนลด ตะวันออกกลางยังมา ความบันเทิงยังเป็นพื้นที่ฮีลใจ

ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐ และอิหร่าน ที่กดดันบรรยากาศการท่องเที่ยวและกำลังซื้อทั่วโลก ภาพสะท้อนของเทศกาลดนตรีสงกรานต์อย่าง S2O Songkran Music Festival กลับเผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของโครงสร้างผู้เข้าร่วมงาน โดยปีนี้คาดว่าคนไทยจะเป็นสัดส่วนหลักของผู้ชมงานมากที่สุดในรอบ 5 ปี หรือกว่า 60% ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนซึ่งเคยเป็นตลาดใหญ่ของงานลดลงอย่างเห็นได้ชัด

 

วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา ผู้ก่อตั้งเทศกาลดนตรี S2O (เอสทูโอ) และปุลิน มิลินทจินดา กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ ผู้ร่วมก่อตั้ง S2O ระบุว่า ภาพรวมของสงกรานต์ปีนี้ หากดูจากการจองบัตรร่วมงาน S2O Songkran Music Festival แล้ว ในปีนี้คาดว่าจะมีคนไทยเข้าชมงานสูงที่สุดในรอบ 5 ปี โดยสัดส่วนคนไทยในงาน S2O เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 60% ขณะที่งานน้องใหม่อย่าง K2O กลุ่มเป้าหมายหลักเกือบทั้งหมดคือคนไทย ที่เป็นแฟนคลับศิลปินเกาหลี

วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา

กลุ่มนักท่องเที่ยว จีนหาย แต่ตะวันออกกลางและอาเซียนพุ่ง

จำนวนผู้เข้าชมงาน S2O จะสะท้อนตามตัวเลขการท่องเที่ยวภาพรวมของประเทศไทย หากปีไหนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยน้อยลง (เช่น กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัดในปีนี้) สัดส่วนชาวต่างชาติในงานก็จะลดลงตามไปด้วยจากเดิมกลุ่มคนจีน

 

เป็นกลุ่มที่เข้าร่วมมากสุดในตลอดการจัดงาน 10 ปีที่ผ่านมา แต่จำนวนคนจีนหายไปตั้งแต่ปีที่แล้ว ปัจจัยส่วนหนึ่งคาดว่า เนื่องจากรัฐบาลจีนสนับสนุนให้คนเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น ประกอบกับเศรษฐกิจจีนเองก็ชะลอตัว มีการปิดโรงงานและย้ายฐานการผลิต นอกจากนี้ยังมีปัญหา "สแกมเมอร์" คนจีนหลอกกันเองเรื่องบัตรปลอมที่สร้างความเสียหายหน้างาน 

 

แม้จะมีสถานการณ์สงคราม แต่ตัวเลขนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางและอินเดียในไทยเพิ่มสูงขึ้น โดยมองว่าพวกเขาอาจจะเลือกมาเพื่อพักผ่อนหรือ "หลบ" จากความตึงเครียดในพื้นที่มาหาความสุขในงานเทศกาลแทน

 

รวมถึงกลุ่ม อาเซียน (มาเลเซีย, เวียดนาม, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย) คาดว่าจะเป็นกลุ่มที่เข้า S2O ที่เป็นกลุ่มตัดสินใจเร็ว (Short planning) บินมาเที่ยวได้ทันทีโดยไม่ต้องวางแผนนาน สอดคล้องกับอินไซต์ พฤติกรรมชอบตัดสินใจซื้อบัตรใกล้ช่วงวันงาน (Wait and see) มากกว่าการซื้อล่วงหน้านานๆ

ปุลิน มิลินทจินดา

ในอีกด้านหนึ่ง โอกาสที่ผู้เข้าร่วมงานจะได้บัตรในราคาปกติมีมากขึ้น เนื่องจากในอดีตมักเกิดปัญหาการกวาดซื้อบัตรเพื่อนำไปขายต่อให้ชาวต่างชาติในราคาสูง แต่ปีนี้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจากจีน ลดลง ทำให้ตลาดรีเซลมีความเคลื่อนไหวน้อยลง ส่งผลให้ผู้ชมชาวไทยที่ต้องการเข้าร่วมงานจริงสามารถซื้อบัตรได้ในราคาปกติ ไม่ต้องเผชิญกับการปรับราคาสูงเหมือนในอดีต

 

สำหรับมาตรการป้องกันปัญหาบัตรปลอม ผู้จัดงานได้ร่วมมือกับ Eventpop จัดทำระบบตลาดซื้อขายบัตรมือสอง (Secondary Market) ที่สามารถตรวจสอบได้ โดยการเปลี่ยนสิทธิ์บัตรจะต้องดำเนินการผ่านระบบออนไลน์เท่านั้น เพื่อป้องกันการหลอกลวงจากสแกมเมอร์ ขณะเดียวกันกลไกราคาในระบบจะปรับขึ้นลงตามความต้องการซื้อขายคล้ายตลาดหุ้น แต่มีการกำหนดเพดานราคาเพื่อไม่ให้บัตรถูกขายเกินราคาที่เหมาะสม

 

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีบริการบูธตรวจสอบสายรัดข้อมือ (Wristband) เพื่อยืนยันความถูกต้องของบัตรให้กับผู้เข้าร่วมงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่ซื้อบัตรต่อจากผู้อื่น

 

ทั้งนี้ ปัจจุบันบัตรประเภท 3 วัน และบัตร VIP ถูกจำหน่ายหมดแล้ว โดยภาพรวมบัตรทั้งหมดถูกจำหน่ายไปแล้วกว่า 70% ของจำนวนที่เปิดขาย

 

เศรษฐกิจและสงคราม ความท้าทายที่ต้อง "สู้เป็นพิเศษ"

ด้วยสภาพเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของปี 2026 ยังคง "หนัก" และท้าทายกว่าปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ส่งผลให้แบรนด์ต่าง ๆ มีงบประมาณการตลาดน้อยลงตามไปด้วย ขณะที่สถานการณ์สงครามและความไม่สงบในต่างประเทศ (เช่น อิหร่าน) ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการเดินทางและการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวจากฝั่งยุโรป

 

อย่างไรก็ตาม มองว่าในยุคที่ผู้คนเครียดจากทั้งเศรษฐกิจ สงคราม และโซเชียลมีเดีย อุตสาหกรรมบันเทิงจะทำหน้าที่เป็น "Healing" หรือการเยียวยาจิตใจ สงกรานต์จึงเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนอยาก "ทิ้งตัว" และหลบหนีจากความจริงที่เหนื่อยล้าเพื่อหาความสุขให้ตัวเอง

ครั้งแรกในรอบ 5 ปี คนไทยครอง S2O 60% ลุ้นต่างชาติเที่ยวไทย หลังจีนหาย

ภาพรวมตลาด EDM ในไทย แบรนด์นอกปักหมุดชิงเค้ก

ปัจจุบันมีเทศกาลดนตรีระดับโลก (Global Brand) เข้ามาจัดในไทยมากขึ้น แต่ทั้งวู้ดดี้ และปุลิน วิเคราะห์ว่าแบรนด์ต่างชาติมักเน้นปักหมุดในเมืองท่องเที่ยวอย่าง พัทยา หรือ ภูเก็ต เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก ในขณะที่ S2O เป็นแบรนด์สัญชาติไทย (Made in Thailand) ที่เน้นสร้างมาตรฐานและส่งออก (Export) วัฒนธรรมไทยไปทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันขยายไปแล้ว 8-9 ประเทศและยังมีแนวโน้มขยาย K2O แบรนด์ใหม่ตามรอยไปด้วย 

 

ข่าวล่าสุด

ศาลอาญายกฟ้อง “แอม ไซยาไนด์” ถูกกล่าวหา วางยาฆ่า “วิศวกรสาว”