
ไทยพาณิชย์เปิดม่าน3จี ปล่อยกู้ก้อนโต1.5หมื่นล้าน
...ทีมข่าวการเงิน
ต้องบอกว่าเป็น
“เมกะดีล” ในแวดวงการเงินอีกครั้งหนึ่งเมื่อธนาคารไทยพาณิชย์ลงล็อกสินเชื่อเบ็ดเสร็จ 1.53 หมื่นล้านบาท ให้บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น เข้าซื้อกิจการบริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย (ฮัทช์) และลงทุนพัฒนาโครงข่ายมือถือในระบบ 3จี ให้แก่บริษัท กสท โทรคมนาคม
แม้โครงการนี้จะถูกมองว่าเป็นโครงการที่แปร่งๆ สำหรับคนในแวดวงโทรคมนาคม แต่สำหรับแวดวงการเงินแล้ว ถือเป็นโครงการที่น่าจะให้ผลตอบแทนคุ้มค่า
รวมทั้งยังแสดงให้เห็นฝีมือในการเจรจาดึงดูดลูกค้ารายใหญ่ของเครือไทยพาณิชย์ว่ายังคงได้รับความเชื่อถืออันดับต้นๆ ของธุรกิจแบงก์พาณิชย์
เพราะงานนี้
“แบ็กอัพ” ของกลุ่มทรู ก็คือบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี ยักษ์ใหญ่วงการอุตสาหกรรมการเกษตรเข้ามาเกี่ยวข้องเต็มพิกัดโดยเฉพาะเจ้าสัว ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานเครือซีพี ลงมาเล่นเอง เมื่อกำหนดจะแถลงข่าวเปิดตัวร่วมกับวิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ในการเซ็นสัญญาร่วมกันในดีลนี้ วันที่ 9 ก.พ. 2554
มีการนัดแนะสื่อมวลชนเรียบร้อย แต่งานต้องมายกเลิกในนาทีสุดท้าย โดยทางธนาคารไทยพาณิชย์แจ้งว่า วิชิต ไม่ว่าง ทำให้ต้องเลื่อนไปอย่างไม่มีกำหนด ท่ามกลางข่าวลือว่าโครงการนี้ถูกตรวจสอบจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และนายกรัฐมนตรีต้องการให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ชี้ขาดการทำสัญญาซื้อขายกิจการ
อย่างไรก็ตาม เสียงเชียร์ของผู้บริโภคชาวไทยที่กำลังรอคอยมือถือ 3จี จำนวนมาก ถือว่ายังให้การสนับสนุน เพราะต้องการให้เทคโนโลยีมือถือมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วทัดเทียมประเทศต่างๆ
อาทิตย์ นันทวิทยา รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า บริษัทได้ทำสัญญาปล่อยกู้ให้กับบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น เข้าซื้อกิจการบริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย (ฮัทช์) ไปแล้ว โดยวงเงินกู้จึงได้เบิกถอนไปแล้ว 6,300 ล้านบาท เป็นเงินกู้ของธนาคารเพียงรายเดียว
โดยเป็นเงินที่ทรูต้องใช้ซื้อกิจการในช่วงแรก รวมถึงนำไปลงทุนด้านเครือข่าย และการจัดการด้านการตลาด
อาทิตย์ กล่าวว่า แผนในระยะต่อไป ธนาคารต้องจัดหาเงินกู้ให้กับทรูอีกกว่า 9,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการลงทุนตามแผนการลงทุนระยะยาวของทรู โดยจะแบ่งเป็นงวดๆ
“
ขณะนี้อยู่ระหว่างหาธนาคารร่วมปล่อยกู้ เป็นโปรเจกต์ไฟแนนซ์ มีหลายธนาคารร่วมสนใจติดต่อไม่เป็นทางการมาบ้างแล้ว” อาทิตย์ระบุทั้งนี้ ในส่วนของเงินกู้ที่ธนาคารสามารถปล่อยให้กับแต่ละกลุ่มผู้ประกอบการขนาดใหญ่ได้นั้น วงเงินสูงสุดอยู่ที่กลุ่มละ 3.5 หมื่นล้านบาท
ขณะที่ปัจจุบันกลุ่มทรูมีสินเชื่อกับธนาคารยังไม่มาก สามารถขอสินเชื่อได้อีกมาก หลังจากที่ผ่านมาทรูจะใช้บริการกับธนาคารในด้านการออกตราสารหนี้เป็นส่วนใหญ่
รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ยังกล่าวอีกว่า สินเชื่อที่ปล่อยโครงการนี้ มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และได้รับการการันตีจากบริษัทแม่ของทรู ซึ่งก็คือกลุ่มซีพี โดยมีสัญญาสัมปทานเป็นหลักทรัพย์หลัก รวมถึงหลักทรัพย์ค้ำประกันบางส่วนที่ทำไว้กับซีพี ฉะนั้นจึงไม่น่ากังวล
สำหรับกรณีประเด็นทางกฎหมายนั้น ถือว่าทางธนาคารมีหน้าที่เพียงพิจารณาโครงการเพื่อให้สินเชื่อ คงไม่สามารถบอกได้ว่าใครบริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์
อีกทั้งโปรเจกต์นี้ธนาคารก็ได้ให้ทีมที่ปรึกษากฎหมายซึ่งว่าจ้างบริษัทภายนอกจากต่างประเทศเป็นผู้ให้คำแนะนำ และดูในเอกสารต่างๆ ก่อนจะมาถึงจุดที่ธนาคารจะให้สินเชื่อได้
“
ถ้าตามที่เห็นจากบริษัทที่ปรึกษาทางกฎหมาย ก็ไม่มีอะไร ทุกอย่างทำได้ มีเอกสารถูกต้องตามกฎหมาย ถึงเป็นคำตอบที่ว่าทำไมเราถึงสนับสนุนโครงการนี้” อาทิตย์ระบุไม่เพียงแต่ธนาคารไทยพาณิชย์ ที่จ้างที่ปรึกษากฎหมายเข้ามาศึกษาการปล่อยสินเชื่อกรณีนี้อย่างละเอียดเท่านั้น ทางด้านผู้ขอสินเชื่ออย่างบริษัท ทรู ก็มีการว่าจ้างบริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเคนซี่ เข้ามาเป็นผู้ดูแลเรื่องของกฎหมายภาษีอากร
ขณะเดียวกันทรูยังว่าจ้างบริษัท ไวท์ แอนด์ เคส เข้ามาดูแลเรื่องของกฎหมายร่วมทุนเสริมเข้าไปอีกแรง ทำให้มั่นใจได้ว่า โครงการนี้จะดำเนินการไปอย่างโปร่งใส
อาทิตย์ กล่าวว่า อัยการสูงสุดได้ตีความให้บริษัท กสท โทรคมนาคม หรือแคท เทเลคอม คู่สัญญากลุ่มทรู สามารถลงทุนระบบ 3จี ได้ ซึ่งหากรัฐวิสาหกิจผ่านความเห็นชอบจากอัยการแล้ว ก็ถือว่าขั้นตอนบรรลุถึงขั้นที่ธนาคารควรให้การสนับสนุนด้านเงินทุน โดยกลุ่มทรูจะได้อายุสัญญาการดำเนินการระบบ 3จี เป็นเวลาถึง 14 ปี
ด้านแหล่งข่าวจากธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า การปล่อยสินเชื่อครั้งนี้ของธนาคารไทยพาณิชย์ น่าจะเป็นสินเชื่อก้อนเดิมที่เตรียมไว้สำหรับโครงการลงทุน 3จี ที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ได้เปิดประมูลเมื่อเดือน ต.ค. 2553 แต่สุดท้ายต้องพับไปเมื่อศาลปกครองตีความว่า กทช.ไม่มีอำนาจเปิดประมูล
อย่างไรก็ตาม ทางกสิกรไทยยังไม่ได้รับการประสานจากธนาคารไทยพาณิชย์ในการร่วมปล่อยสินเชื่อให้แก่กลุ่มทรูในก้อนที่เหลืออีก 9,000 ล้านบาท แต่ที่ผ่านมาทางกลุ่มทรูก็มีการใช้บริการสินเชื่อของธนาคารกสิกรไทยอยู่แล้ว
นอกจากนั้น ยังมีโครงการลงทุนในระบบ 3จี ส่วนของบริษัท ทีโอที ที่ขณะนี้ได้ผู้ชนะการประมูลไปแล้ว น่าจะเริ่มกระบวนการหาที่ปรึกษาทางการเงินต่อไป
ทิศทางดังกล่าว ทำให้เชื่อได้แน่นอนว่า การแย่งชิงเค้กลูกค้ารายใหญ่ยังคงเป็นไปอย่างรุนแรงและต่อเนื่องในปี 2554
แม้ว่าทางธนาคารแห่งประเทศไทยจะมีการเตือนสถาบันการเงินให้ระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อลูกค้ารายใหญ่ เนื่องจากเกรงเรื่องของความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ซึ่งยังไม่รู้ว่าอนาคตอีก 35 เดือนข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นอีกหรือไม่เหมือนเมื่อปี 2540 ที่แบงก์แข่งกันปล่อยสินเชื่อจนเกิดฟองสบู่ นำไปสู่วิกฤตต้มยำกุ้ง
“
ปกติแบงก์พาณิชย์จะไม่ปล่อยสินเชื่อก้อนใหญ่ให้แก่ลูกค้ารายเดียวอยู่แล้ว ยกเว้นกรณีที่ลูกค้ารายนั้นมีหลักประกันที่คุ้มค่าหรือไม่ก็เป็นบริษัทที่น่าเชื่อถือ” แหล่งข่าวระบุการเปิดศักราชด้วยสินเชื่อ 3จี ของไทยพาณิชย์ จึงเป็นการปลุกตลาดสินเชื่อลูกค้ารายใหญ่ให้ทุกแบงก์อยู่นิ่งไม่ได้ ต้องกวักมือเรียกลูกค้า และหาพันธมิตรในการปล่อยสินเชื่อควบคู่กันไป
งานนี้แค่ชิมลางเท่านั้น เชื่อว่าทุกแบงก์ต่างมีทีเด็ดที่จะปล่อยออกมาอีกเพียบ!!!







