posttoday

ไอแบงก์ ลดอัตรากำไรสินเชื่อสูงสุด 0.10% ตรึงผลตอบแทนเงินฝาก มีผล 4 มี.ค.69

27 กุมภาพันธ์ 2569

ไอแบงก์ ขานรับมติ กนง. ลดอัตรากำไรสินเชื่อสูงสุด 0.10% พร้อมตรึงผลตอบแทนเงินฝาก หนุนลดต้นทุนการเงินธุรกิจ-ประชาชน มีผล 4 มี.ค. 2569

KEY

POINTS

  • ไอแบงก์ประกาศลดอัตรากำไรสินเชื่อ แต่ยังคงอัตราผลตอบแทนเงินฝากไว้เท่าเดิม
  • การปรับลดครั้งนี้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เพื่อช่วยลดต้นทุนทางการเงินและสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
  • อัตราใหม่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) เดินหน้าสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง ขานรับมติคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ด้วยการปรับลดอัตรากำไรสินเชื่อ ควบคู่กับการตรึงอัตราผลตอบแทนเงินฝาก เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบการเงิน และส่งผ่านประโยชน์ด้านต้นทุนทางการเงินไปยังภาคธุรกิจและประชาชน สอดคล้องกับทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป

นางวิมลรัตน์ ปิยสถาพรพงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารกลุ่มงานการเงิน ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การปรับอัตราดังกล่าวเป็นการดำเนินการให้สอดคล้องกับมติของ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และทิศทางนโยบายการเงินของประเทศ รวมถึงแนวทางของรัฐบาลในการใช้มาตรการทางการเงินเป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านการลดต้นทุนทางการเงินในระบบ เพื่อสนับสนุนการลงทุน การใช้จ่าย และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของภาคเอกชนและประชาชน ไอแบงก์ให้ความสำคัญกับบทบาทการเป็นกลไกทางการเงินของรัฐในการสนับสนุนเศรษฐกิจ

การปรับลดอัตรากำไรสินเชื่อควบคู่กับการตรึงอัตราผลตอบแทนเงินฝากในครั้งนี้ เป็นการสร้างสมดุลระหว่างผู้ฝากเงินและผู้ใช้สินเชื่อ เพื่อให้ระบบการเงินมีเสถียรภาพ และสามารถส่งผ่านประโยชน์ไปสู่เศรษฐกิจจริงได้อย่างเหมาะสม

ไอแบงก์ ลดอัตรากำไรสินเชื่อสูงสุด 0.10% ตรึงผลตอบแทนเงินฝาก มีผล 4 มี.ค.69
 

สำหรับรายละเอียดการปรับอัตรา ธนาคารได้ปรับลดอัตรากำไรสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (SPR) คงเหลือ 7.55% ต่อปี อัตรากำไรสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทสินเชื่อแบบมีกำหนดระยะเวลา (SPRL) คงเหลือ 7.68% ต่อปี และอัตรากำไรสินเชื่อสำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี (SPRR) คงเหลือ 7.85% ต่อปี

ทั้งนี้ ไอแบงก์ยังคงติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและทิศทางนโยบายของภาครัฐอย่างใกล้ชิด พร้อมปรับกลยุทธ์ด้านอัตราผลตอบแทนและอัตรากำไรให้เหมาะสม เพื่อสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง ภายใต้บทบาทของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่ดำเนินงานตามหลักการเงินอิสลาม ที่มุ่งมั่นยกระดับคุณภาพการดำเนินงาน เสริมสร้างความมั่นคงทางการเงิน และขับเคลื่อนบทบาทสู่การเป็นสถาบันการเงินที่ขับเคลื่อนด้วยคุณค่า เพื่อสร้างความเชื่อถือ เชื่อมั่น และการเติบโตอย่างยั่งยืน ร่วมกับลูกค้า สังคม และประเทศต่อไป

ข่าวล่าสุด

รฟม.-BEM เชื่อมต่อทุกการเดินทาง แตะจ่ายบัตรเดียวไร้รอยต่อ 1 มิ.ย. 69