posttoday

กรมเจรจาการค้าฯรุกเจรจาสหรัฐฯ-อียู เร่งปิดดีล FTA ปี 2569

27 กุมภาพันธ์ 2569

กรมเจรจาการค้าฯ กระทรวงพาณิชย์ เตรียมหารือสหรัฐฯ รับมือนโยบายภาษีใหม่ พร้อมเร่งปิดดีล FTA ไทย-อียู และตลาดศักยภาพ เสริมขีดความสามารถการแข่งขันไทยในเวทีโลก

นางสาวโชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงแนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การค้าเชิงรุกของไทย โดยเฉพาะการรับมือกับความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าจากสหรัฐอเมริกา และการเร่งรัดเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับประเทศคู่ค้าสำคัญ เพื่อสร้างแต้มต่อให้กับผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก

 

จับตาภาษีสหรัฐฯ และการเตรียมความพร้อมภาคเอกชน

จากการที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศนโยบายจัดเก็บภาษีนำเข้าตามกฎหมายการค้ามาตรา 122 ในอัตรา 15% กับประเทศคู่ค้า กรมเจรจาการค้าฯ ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อรอเอกสารยืนยันอย่างเป็นทางการ โดยปัจจุบันภาษีนำเข้าสินค้าไทยอยู่ที่ 10% ซึ่งหากมีการปรับขึ้นเป็น 15% ตามคำสั่งฝ่ายบริหาร (Executive Order) จริง แม้จะเป็นอัตราที่ดีกว่า 19% ที่เคยมีการหารือกันก่อนหน้า แต่ก็สร้างความกังวลในด้านการแข่งขัน เนื่องจากประเทศที่เคยถูกเก็บภาษีสูงถึง 30% หากได้รับอัตรา 15% เท่ากัน จะกลายเป็นคู่แข่งที่สำคัญของไทยทันที

 

ทั้งนี้ กรมฯ เตรียมดำเนินการเชิงรุก ดังนี้:

-เร่งเจรจาระดับเทคนิค: จัดเตรียมรายการสินค้าเพื่อขอยกเว้นภาษีเพิ่มเติมจากบัญชีเดิมเสนอต่อสหรัฐฯ

-รับมือมาตรา 301: เตรียมแผนรองรับมาตรการที่อาจถูกนำมาใช้ภายใน 150 วันนับจากนี้

-ผนึกกำลังภาคเอกชน: เตรียมเชิญสมาคมการค้าขนาดใหญ่ร่วมหารือเพื่อรับฟังข้อเสนอแนะและชี้แจงรายละเอียดข้อยกเว้นภาษีตามมาตรา 122

-แก้ไขปัญหาการสวมสิทธิ์: ที่ผ่านมาไทยได้รับความเชื่อชมจากสหรัฐฯ ในการจัดการปัญหาการสวมสิทธิ์ (Transshipment) ผ่านความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างกรมการค้าต่างประเทศและศุลกากรสหรัฐฯ

กรมเจรจาการค้าฯรุกเจรจาสหรัฐฯ-อียู เร่งปิดดีล FTA ปี 2569

 

เร่งปิดดีล FTA ไทย-อียู ภายในปี 2569

สำหรับการเจรจา FTA ไทย-สหภาพยุโรป (อียู) มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยผลการเจรจาเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ณ จังหวัดเชียงใหม่ สามารถปิดบทเจรจาได้แล้ว 11 บท จากทั้งหมด 24 บท โดยตั้งเป้าหมายสรุปผลการเจรจาทั้งหมดภายในปี 2569 เพื่อไม่ให้ไทยเสียเปรียบประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน

 

อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นท้าทายที่ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบในการเจรจา ได้แก่:

-การเข้าถึงตลาด: การเปิดเสรีทั้งในส่วนสินค้า บริการ การลงทุน และการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ

-ทรัพย์สินทางปัญญา: ข้อเสนอของอียูที่ต้องการให้ไทยขยายระยะเวลาคุ้มครองข้อมูล (Data Protection) นานขึ้น เช่น จาก 10 หรือ 25 ปี เป็น 50 ปี

-มาตรฐานและกฎระเบียบ: ประเด็นเรื่องสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ที่มีความซับซ้อน พลังงานและวัตถุดิบ รวมถึงมาตรฐานการผลิตสินค้าเกษตร

 

กางโรดแมป FTA และความร่วมมือตลาดใหม่

นอกเหนือจากสหรัฐฯ และอียู ไทยยังอยู่ระหว่างการผลักดันความตกลงทางการค้ากับอีกหลายประเทศ:

-เกาหลีใต้ และ ยูเออี: อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการเจรจาเพื่อหาจุดสมดุลในการเปิดตลาด

 -เอฟต้า (EFTA): ลงนามเรียบร้อยแล้ว คาดเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนมกราคม 2570

-ภูฏาน และ ศรีลังกา: การเจรจาเสร็จสิ้นแล้ว อยู่ระหว่างขั้นตอนทางรัฐสภาและการตรวจสอบทางกฎหมาย

-แคนาดา: เร่งรัดทั้งในกรอบไทย-แคนาดา และอาเซียน-แคนาดา โดยตั้งเป้าจบการเจรจาภายในปีนี้

-ซาอุดีอาระเบีย: เน้นสร้างความร่วมมือทางการค้าที่ชูมาตรฐานสินค้าสูง โดยเฉพาะกลุ่มมันสำปะหลังอัดเม็ดและอาหารสัตว์

-อาเซียน (DEFA): ไทยในฐานะประธาน ตั้งเป้าปิดดีลกรอบความร่วมมือเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียนให้ได้ภายในเดือนเมษายน 2569 เพื่อเป็นความตกลงดิจิทัลระดับภูมิภาคฉบับแรกของโลก

 

การเร่งเจรจาและกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าในทุกมิตินี้ ถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและขยายโอกาสทางการค้าให้กับประเทศไทยท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก

ข่าวล่าสุด

เผยหาดอ่าวนาง กระบี่ จุดหมายยอดนิยมชาวจีน ตรุษจีนยอดค้นหาทะลุ 400%