posttoday

20 มี.ค.สรรพสามิต ทดลองเชื่อมข้อมูลน้ำมันดิจิทัลทั่วประเทศ ปูทางเก็บภาษีคาร์บอน

20 กุมภาพันธ์ 2569

สรรพสามิต จับมือ 18 บริษัทยักษ์พลังงาน เริ่มทดลอง 21 มี.ค.69 เชื่อมข้อมูลน้ำมัน 18 บริษัท ทดสอบ 3-4 เดือนก่อนใช้จริงกลางปี รองรับเก็บภษีภาษีคาร์บอน-เครดิต เพิ่มความโปร่งใส หนุนรายได้รัฐแม่นยำ

KEY

POINTS

  • กรมสรรพสามิตจะเริ่มทดลองระบบเชื่อมโยงข้อมูลปริมาณน้ำมันแบบดิจิทัลกับผู้ประกอบการ 18 แห่งทั่วประเทศในวันที่ 21 มีนาคม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการจัดเก็บภาษี
  • ระบบใหม่จะเชื่อมข้อมูลการรับ-จ่ายน้ำมันจากโรงอุตสาหกรรมเข้าสู่ฐานข้อมูลกลางของกรมสรรพสามิตโดยตรงแบบเรียลไทม์ ทดแทนระบบเอกสารเดิม
  • การพัฒนาระบบข้อมูลดิจิทัลนี้ถือเป็นรากฐานสำคัญสำหรับเตรียมความพร้อมในการจัดเก็บภาษีคาร์บอนในอนาคตตามนโยบายกฎหมาย Climate Change

วันนี้ 20 กุมภาพันธ์ 2569 กรมสรรพสามิตเดินหน้า “ปฏิรูปโครงสร้างภาษีพลังงาน” ครั้งสำคัญ ด้วยการลงนามความร่วมมือกับผู้ประกอบการรวม 18 บริษัท อาทิ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) , บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ,บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ,7. บริษัท เซลล์แห่งประเทศไทย จำกัด และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันในรูปแบบดิจิทัล จากต้นทางโรงอุตสาหกรรมเข้าสู่ระบบจัดเก็บภาษีแบบเรียลไทม์ ยกระดับประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และความแม่นยำของการจัดเก็บรายได้รัฐ

นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า กรมสรรพสามิตร่วมกับบริษัทพันธมิตร 18 แห่ง ซึ่งเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ในธุรกิจน้ำมัน ขนส่งน้ำมัน และเชื้อเพลิงการบิน เตรียมเริ่มทดลองระบบเชื่อมโยงข้อมูลในวันที่ 20 มีนาคมนี้เป็นวันแรก โดยจะเชื่อมข้อมูลการรับ-จ่ายน้ำมันจากโรงอุตสาหกรรมเข้าสู่ฐานข้อมูลกลางของกรมโดยตรง

20 มี.ค.สรรพสามิต ทดลองเชื่อมข้อมูลน้ำมันดิจิทัลทั่วประเทศ ปูทางเก็บภาษีคาร์บอน

โดยการทดสอบระบบจะดำเนินการประมาณ 3-4 เดือน เพื่อปรับปรุงความเสถียร ความถูกต้อง และความสมบูรณ์ของข้อมูล ก่อนเปิดใช้งานเต็มรูปแบบทั่วประเทศในช่วงกลางปี 2569 นับเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญจากระบบเอกสารกระดาษและการทำงานด้วยแรงงานคน ไปสู่ระบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ครบวงจรที่สามารถตรวจสอบได้แบบเรียลไทม์ และลดขั้นตอนทางธุรการอย่างมีนัยสำคัญ

20 มี.ค.สรรพสามิต ทดลองเชื่อมข้อมูลน้ำมันดิจิทัลทั่วประเทศ ปูทางเก็บภาษีคาร์บอน

“ ระบบนี้จะทำให้รู้ว่า เราควรกำหนดสัดส่วนคาร์บอนในน้ำมันเท่าไร ต่อหน่วยปริมาณหรือระดับราคาอย่างไร ข้อมูลที่ได้จะทำให้การคำนวณมีความแม่นยำและอ้างอิงได้ เมื่อทดลองใช้และปรับปรุงฐานข้อมูลให้สมบูรณ์ ระบบจะเริ่มดำเนินการเต็มรูปแบบได้ในช่วงกลางปีนี้ และการพัฒนาระบบดังกล่าวเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการรองรับภาษีคาร์บอนในอนาคต” นายพรชัยกล่าว

 

นอกจากนี้ ระบบดิจิทัลใหม่นี้จะช่วยให้กรมสรรพสามิตรับข้อมูลปริมาณและราคาน้ำมันจากต้นทางได้โดยตรง ลดความคลาดเคลื่อนจากการกรอกข้อมูลด้วยมือ เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบย้อนหลัง และลดภาระการจัดทำเอกสารของภาคเอกชน ยังช่วยแก้ปัญหาภาษีซ้ำซ้อนในกระบวนการผลิตสินค้ากึ่งสำเร็จรูป ทำให้การคำนวณและคืนภาษีเป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ลดข้อพิพาทและต้นทุนทางธุรการของผู้ประกอบการ

ในด้านรายได้รัฐ ปัจจุบันการปรับเพิ่มภาษีน้ำมัน 1 บาทต่อลิตร ทำให้รัฐมีรายได้เฉลี่ยเดือนละประมาณ 2,700–2,800 ล้านบาท ระบบใหม่นี้จะช่วยให้การจัดเก็บมีความโปร่งใส ครบถ้วน และตรวจสอบได้ชัดเจน โดยไม่จำเป็นต้องปรับอัตราภาษีเพิ่มเติม

ฐานข้อมูลดังกล่าวยังรองรับกลไกภาษีคาร์บอนตามแนวนโยบายกฎหมาย Climate Change ที่อยู่ระหว่างผลักดัน ซึ่งจะกำหนดราคาคาร์บอนต่อหน่วยน้ำมันบนพื้นฐานข้อมูลจริง ช่วยยกระดับโครงสร้างภาษีไทยให้สอดคล้องมาตรฐานสากล และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในระยะยาว

ทั้งนี้ การเชื่อมโยงข้อมูลน้ำมันในรูปแบบดิจิทัลจึงไม่ใช่เพียงการปรับปรุงระบบงานภาษี แต่เป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลของประเทศ เพื่อเสริมความโปร่งใส สร้างความเชื่อมั่น และเตรียมความพร้อมสู่ยุคภาษีสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรมในปี 2569
 

ข่าวล่าสุด

SCBX ผงาดเวทีโลก! ติด Top 10% แบงก์ยั่งยืน S&P Global 2026 ครองอันดับ 1 ในไทย