เอกนิติ ลั่นลุยทันที คนละครึ่งพลัสเฟส 2 หลังตั้งรัฐบาล ให้สิทธิ์รายเก่า-ใหม่-เน้นร้านเล็ก
เอกนิติ เผย คนละครึ่งพลัสเฟส 2 เตรียมพร้อมแล้วกว่า 99% พร้อมเดินหน้าทันทีหลังตั้งรัฐบาล เปิดทางทั้งผู้ใช้สิทธิ์เดิมและรายใหม่ ไม่เปิดให้รายใหญ่เข้าร่วม กระจายรายได้สู่ชุมชนทั่วประเทศ
KEY
POINTS
- กระทรวงการคลังพร้อมผลักดันโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เฟส 2 ทันทีหลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่แล้วเสร็จ
- เปิดให้ประชาชนทั้งรายเก่าและรายใหม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ โดยจะเน้นให้สิทธิ์เฉพาะร้านค้ารายย่อยทั่วประเทศ
- โครงการมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อควบคู่ไปกับการเพิ่มทักษะให้กับประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อย
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ภายหลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่แล้วเสร็จ กระทรวงการคลังพร้อมจะผลักดันโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เฟส2 ทันที หลังเตรียมความพร้อมไว้เกือบสมบูรณ์แล้ว พร้อมมีการปรับกระบวนการดำเนินงาน เพื่อตอบโจทย์ประชาชนมากขึ้น
สำหรับโครงการคนละครึ่งพลัส ใหม่นี้ นายเอกนิติ ระบุว่า หัวใจสำคัญอยู่ที่การ เพิ่มทักษะ ให้กับประชาชนและร้านค้ารายย่อย ควบคู่กับการกระตุ้นกำลังซื้อ โดยจากการทดสอบที่ผ่านมา พบว่าผู้ประกอบการที่ผ่านการอบรมสามารถเพิ่มรายได้จากระดับประมาณ 10,000 บาทต่อเดือน เป็นกว่า 50,000 บาทต่อเดือน
ในด้านกลุ่มเป้าหมายในส่วนของร้านค้า โครงการจะเน้นเฉพาะร้านค้ารายเล็กทั่วประเทศ ไม่เปิดให้ร้านค้ารายใหญ่เข้าร่วม เพื่อให้เม็ดเงินกระจายสู่ชุมชนและต่างจังหวัดอย่างทั่วถึง โดยในโครงการคนละครึ่งพลัสที่ผ่านมา พบว่าเม็ดเงินกว่า 80,000 ล้านบาทเงินหมุนเวียนกระจายสู่ต่างภูมิภาคราว 85% และอยู่ในกรุงเทพฯ เพียง 15%
ส่วนประชาชนผู้ใช้สิทธิ์ จะใช้ระบบลงทะเบียนเดิมเป็นหลัก แต่ปรับให้ง่ายขึ้นจากฐานข้อมูลที่มีอยู่ โดยจะเปิดโอกาสให้กลุ่มใหม่ที่ไม่เคยได้รับสิทธิ์มาก่อนเข้าร่วมก่อน ขณะเดียวกัน กลุ่มเดิมยังสามารถใช้สิทธิ์ได้เช่นเดิม
“โครงการคนละครึ่งพลัสเฟสใหม่ จะเปิดโอกาสให้ทั้งประชาชนกลุ่มใหม่ที่ยังไม่เคยได้รับสิทธิ์มาก่อน และกลุ่มเดิมที่อยู่ในระบบ สามารถเข้าร่วมโครงการได้ ซึ่งจะช่วยให้การลงทะเบียนง่ายขึ้น ขณะนี้การเตรียมการอยู่ในระดับ 99% และพร้อมผลักดันทันทีเมื่อรัฐบาลใหม่เข้าบริหารประเทศ” นายเอกนิติ กล่าว
ในส่วนของงบประมาณ นายเอกนิติ ระบุว่า ยังต้องรอความชัดเจนเรื่องระยะเวลาการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ หากสามารถจัดตั้งได้เร็ว คาดว่าจะสามารถใช้งบกลางของงบประมาณปี 2569 ได้ แต่หากล่าช้า อาจจำเป็นต้องขยับไปใช้งบกลางของงบประมาณปี 2570 แทน
สำหรับงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 นายเอกนิติ กล่าวว่า ในช่วงที่เคยดูแลสำนักงบประมาณ ได้สั่งการให้ทุกกระทรวงจัดทำกรอบงบประมาณล่วงหน้าไว้แล้ว หากโครงสร้างรัฐบาลใหม่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากจะช่วยให้งบประมาณไม่ล่าช้า และสร้างความต่อเนื่องให้กับระบบเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ การเริ่มจัดทำงบประมาณปี 2570 ใหม่ ยังจะช่วยเปิด ช่องว่างทางการคลัง ให้รัฐบาลสามารถจัดสรรงบประมาณเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสำคัญได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะยังคงยึดหลักวินัยการเงินการคลัง ไม่ดำเนินนโยบายประชานิยมในลักษณะการแจกเงิน เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนและอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ โดยจะดำเนินนโยบายภายใต้กรอบแผนการคลังระยะปานกลาง
“ เศรษฐกิจไทยยังอยู่ในช่วงฟื้นตัว คล้ายรถที่เคยติดหล่มหรือผู้ป่วยที่เพิ่งออกจากห้อง ICU จำเป็นต้องเร่งปรับโครงสร้าง เพื่อกลับมาแข็งแรง ผ่านการลงทุนใน 4 ด้านหลัก คือ ทรัพยากรมนุษย์ ทักษะแรงงาน โครงสร้างพื้นฐาน และเศรษฐกิจสีเขียว ส่วนแนวคิดการปรับภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)ในปี 2570 จะต้องรอให้เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างชัดเจนก่อน” นายเอกนิติ กล่าว


