posttoday

ธปท. แจงไทยติด “บัญชีเฝ้าระวัง” ปั่นค่าเงิน ไม่กระทบดูแลเงินบาท-เจรจาภาษี

30 มกราคม 2569

แบงก์ชาติ ชี้แจงไทยติดโผ “Monitoring List" ปั่นค่าเงิน ของสหรัฐฯ ยันไม่กระทบการดูแลค่าเงิน และเจรจาภาษีสหรัฐฯ

KEY

POINTS

  • กระทรวงการคลังสหรัฐฯ จัดไทยกลับเข้า "บัญชีเฝ้าระวัง" (Monitoring List) อีกครั้ง เนื่องจากเกินดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดเกินเกณฑ์ที่กำหนด
  • ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยืนยันว่าการถูกจัดเข้าบัญชีดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายเพื่อดูแลเสถียรภาพค่าเงินบาท
  • การอยู่ในบัญชีเฝ้าระวังนี้ไม่ส่งผลต่อการเจรจาด้านภาษีการค้ากับสหรัฐฯ และโอกาสที่ไทยจะถูกระบุว่าเป็นผู้บิดเบือนค่าเงินมีน้อยมาก

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้เปิดเผยรายงานรอบครึ่งปีเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจและอัตราแลกเปลี่ยนของประเทศคู่ค้ารายใหญ่ของสหรัฐประจำปี 2025 ซึ่งพบว่ามี “ประเทศไทย” อยู่ในรายชื่อ “บัญชีเฝ้าระวัง” (Monitoring) ประเทศที่ที่ต้องจับตาพฤติกรรมการแลกเปลี่ยนเงินตราที่อาจไม่เป็นธรรม ทำให้ประเทศไทยกลับมาถูกเพ่งเล็งเรื่องค่าเงินอีกครั้ง หลังจากเคยถูกขึ้นบัญชีนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2022 (รายงานฉบับ มิ.ย.2022) และถูกถอดชื่อออกในปลายปีเดียวกันในรายงานเดือน พ.ย.2022

นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า กรณีประเทศไทยถูกจัดอยู่ในรายชื่อประเทศที่ต้องจับตามอง (Monitoring List) ของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ (US Treasury) ไม่กระทบการบริหารจัดการค่าเงิน 

ทั้งนี้ การที่ไทยกลับมาอยู่ใน Monitoring List อีกครั้ง ตามรายงานที่เผยแพร่ประจำปี 2025 เป็นผลมาจากการที่ไทยเข้าเกณฑ์ 2 ใน 3 ข้อ ของสหรัฐฯ ได้แก่ การเกินดุลการค้า และ การเกินดุลบัญชีเดินสะพัด ซึ่งไทยเกินดุลบัญชีเดินสะพัด อยู่ที่ 3.8% ต่อ GDP (ในช่วงเดือน ก.ค.2567 ถึงเดือน มิ.ย.2568) โดยไทยเป็น 1 ใน 10 ประเทศที่อยู่ในรายชื่อดังกล่าว 

“การถูกจับตามองนี้เป็นเรื่องของการเกินดุลการค้า และ การเกินดุลบัญชีเดินสะพัด ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับธุรกรรมทองคำที่ส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาทแต่อย่างใด” นางสาวชญาวดี กล่าว

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีผลต่อการดูแลค่าเงินบาทหรือเป็นข้อจำกัดในการดำเนินการ เนื่องจากที่ผ่านมา ธปท.เน้นการดูแลเรื่องความผันผวนของค่าเงินทั้ง 2 ด้าน ไม่ให้แข็งค่าหรืออ่อนค่าจนเกินไป ทำให้ยังมีความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการตามความเหมาะสม

นอกจากนี้ โอกาสที่ไทยจะถูกระบุว่าเป็นผู้ปั่นค่าเงิน (Currency Manipulator) นั้น เป็นไปได้ยาก เนื่องจากปัจจุบันแทบไม่มีประเทศใดใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ (Fix Exchange Rate) แล้ว นอกจากนี้ ในรายงานรอบล่าสุดก็ไม่มีประเทศใดถูกระบุว่าเป็น Currency Manipulator เช่นกัน 

สำหรับการเจรจาอัตราภาษี (Tariff) กับสหรัฐฯ นั้น เป็นการดำเนินการที่ควบคู่กันไปโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ (US Treasury) และผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (US Trade Representative) ซึ่งมีการพูดคุยกันอยู่แล้วในระดับหนึ่ง การติดรายชื่อ Monitoring List ของไทยในครั้งนี้จึงไม่ส่งผลกระทบต่อการเจรจาภาษีสหรัฐฯ

ข่าวล่าสุด

ทองดิ่งหนัก 6,100 บาท ชัตดาวน์สหรัฐฯ คลี่คลาย แต่ ม.ค.69 ยังพุ่ง 10,450 บาท