คลัง หั่น GDP ปี 68 จาก 2.4% เหลือ 2.2% คงปี 69 โต 2.0% จากแรงหนุนท่องเที่ยว
สศค.ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจปี 68 จากเดิม 2.4% เหลือ 2.2% จากแรงกดดันภาษีสหรัฐและงบประมาณล่าช้า แต่ยังมั่นใจปี 69 GDP โต 2.0% จากแรงหนุนภาคท่องเที่ยวฟื้นตัว
KEY
POINTS
- กระทรวงการคลังปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 2568 เหลือ 2.2% เนื่องจากเศรษฐกิจไตรมาส 3 ของปีก่อนหน้าขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้
- คงประมาณการเศรษฐกิจปี 2569 ให้ขยายตัวที่ 2.0% โดยมีแนวโน้มชะลอตัวลงจากแรงส่งออกที่อ่อนตัวตามทิศทางเศรษฐกิจโลก
- ภาคการท่องเที่ยวจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจในปี 2569 โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยประมาณ 35.5 ล้านคน
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยผลการประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2568 และปี 2569 ว่า เศรษฐกิจไทยกำลังอยู่ในช่วงรอยต่อที่สำคัญของการฟื้นตัวและการปรับโครงสร้าง ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดย สศค.คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวที่ 2.2% ต่อปี (ช่วงคาดการณ์ 2.0-2.5%) ชะลอลงจากปี 2567 ที่ขยายตัว 2.5% โดยเศรษฐกิจไตรมาส 3 ขยายตัวต่ำกว่าคาดเพียง 1.2% จากการชะลอตัวของภาคการผลิตและปัจจัยชั่วคราว เช่น การปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นน้ำมัน อย่างไรก็ตาม คาดว่าไตรมาส 4 จะฟื้นตัวเร่งขึ้น จากแรงหนุนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ
“สาเหตุสำคัญที่ต้องปรับลดประมาณการเศรษฐกิจปี 2568 มาจากการขยายตัวของเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 3 ซึ่งออกมาต่ำกว่าที่ประเมินไว้ โดยขยายตัวเพียง 1.2% ต่ำกว่าสมมติฐานเดิมอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้แรงส่งของเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปีอ่อนแรงลงกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า” นายวินิจ กล่าว
มาตรการสำคัญ ได้แก่ โครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ที่ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในระบบกว่า 8.4 หมื่นล้านบาท และมาตรการ “เที่ยวดีมีคืน” ส่งผลให้การบริโภคภาคเอกชนปี 2568 คาดว่าจะขยายตัว 3.3% ขณะที่ภาคการส่งออกขยายตัวโดดเด่น โดยมูลค่าส่งออกสินค้า (BOP) คาดว่าจะเติบโต 12.7% จากการเร่งส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ และการขยายตัวของตลาดศักยภาพใหม่ เช่น อินเดียและจีน
ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจในประเทศ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ -0.1% จากราคาพลังงานที่ลดลง ขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดปี 2568 มีแนวโน้มเกินดุล 1.54 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 2.8% ของ GDP ทั้งนี้ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จะประกาศตัวเลข GDP อย่างเป็นทางการในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569
สำหรับเศรษฐกิจไทยปี 2569 คาดว่าจะขยายตัว 2.0% ต่อปี (ช่วงคาดการณ์ 1.5-2.5%) โดยมีแนวโน้มชะลอลงจากปีก่อนหน้า จากแรงส่งภาคการส่งออกที่อ่อนตัวตามเศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลก รวมถึงผลของฐานที่สูงในปี 2568 โดยมูลค่าการส่งออกคาดว่าจะขยายตัวเพียง 1.0% ขณะที่การนำเข้าขยายตัว 3.9% สะท้อนแรงหนุนจากอุปสงค์ในประเทศ
อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยยังเผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐฯ โดยเฉพาะมาตรการกีดกันทางการค้าและภาษีนำเข้า ซึ่งอาจกระทบต่อการส่งออกไทยและห่วงโซ่อุปทานโลก และเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไป
“แม้ภาคการส่งออกจะชะลอตัวลงตามทิศทางเศรษฐกิจโลก แต่เศรษฐกิจไทยยังมีแรงพยุงสำคัญจากภาคการท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าจะฟื้นตัวในระดับสูง โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 35.5 ล้านคน ช่วยหนุนรายได้ภาคบริการ การจ้างงาน และอุปสงค์ภายในประเทศให้ขยายตัวต่อเนื่อง”
ขณะเดียวกัน การบริโภคภาคเอกชนยังขยายตัวต่อเนื่องที่ 2.5% จากรายได้ภาคบริการและความเชื่อมั่นที่ทยอยฟื้นตัว ส่วนการลงทุนภาคเอกชนคาดว่าจะขยายตัว 3.2% จากการลงทุนจริงหลังได้รับการส่งเสริมการลงทุน ขณะที่การบริโภคภาครัฐขยายตัว 1.3% แต่การลงทุนภาครัฐมีแนวโน้มหดตัว -1.7% จากความล่าช้าของงบประมาณปี 2570 ในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมือง ซึ่งกระทบการเบิกจ่ายและการลงทุนช่วงต้นปี
อย่างไรก็ตามยังควรติดตามปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างใกล้ชิด อาทิ
1.ทิศทางเศรษฐกิจและการค้าโลก โดยเฉพาะความไม่แน่นอนจากนโยบายกีดกันทางการค้าและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจกดดันภาคการส่งออกไทย
2.ความล่าช้าของงบประมาณปี 2570 จากช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมือง อาจกระทบการเบิกจ่ายและการลงทุนภาครัฐในช่วงต้นปี
3.ความเปราะบางด้านการเงินในประเทศ โดยเฉพาะระดับหนี้ครัวเรือนและหนี้ SMEs ที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจจำกัดการขยายตัวของการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน
4.ความต่อเนื่องและเสถียรภาพเชิงนโยบาย เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนและสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไป


