
ตั้งเป้าค้าชายแดนปีนี้โตต่อ10%
โพสต์ทูเดย์
— “พาณิชย์” ตั้งเป้าผลักดันส่งออกผ่านค้าชายแดนปีนี้โต 10.5%น.ส.ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ปี 2554 คาดว่าการค้าชายแดนจะยังคงขยายตัวได้อยู่ แต่อาจชะลอกว่าปี 2553 โดยตั้งเป้าเติบโต 10.5% มูลค่า 8.6 แสนล้านบาท เป็นการค้ากับประเทศมาเลเซีย คาดว่ามีมูลค่า 5.47 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% พม่า 1.48 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.8% สปป. ลาว 1.04 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% และกัมพูชา 5.98 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 8%
ปัจจัยเสี่ยงที่อาจกระทบกับยอดการค้าชายแดนไทยปีนี้ ได้แก่ ผลกระทบจากปัญหาการเมืองบริเวณชายแดนไทยกัมพูชา ทำให้เวียดนามใช้ประโยชน์แย่งชิงส่วนแบ่งตลาดสินค้าที่ส่งออกไปกัมพูชาจากไทยเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการปิดด่านเมียวดี ตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค. 2553 ที่ขณะนี้ยังไม่มีการเปิดทำการ และการสู้รบของชนกลุ่มน้อยดีเคบีเอ กับทหารรัฐบาลพม่าที่จะส่งผลกระทบต่อการค้าชายแดน
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนการค้าชายแดนในปีนี้ ได้แก่ เศรษฐกิจประเทศเพื่อนบ้านมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นจากปี 2553 ได้แก่ กัมพูชา 6% สปป.ลาว 7.5% พม่า 5.5% และมาเลเซีย 5% ส่งผลให้ประเทศเพื่อนบ้านมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น
ขณะที่พม่าหลังจากมีการเลือกตั้งแล้ว รัฐบาลมีท่าทีผ่อนคลายกฎระเบียบที่เข้มงวดทางด้านการค้าลง พร้อมส่งเสริมการลงทุนและการบริโภคของประชาชน มีผลต่อการนำเข้าสินค้าเพิ่มขึ้น และลาวมีการก่อสร้างเขื่อนไชยะบุรี ซึ่งจะมีการนำเข้าวัสดุก่อสร้างและน้ำมันเชื้อเพลิงจากไทยเพิ่มขึ้น
สำหรับการค้าชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านปี 2553 มีมูลค่ารวม 7.78 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.74% เป็นการส่งออกมูลค่า 4.86 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.88% และนำเข้ามูลค่า 2.91 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.8% โดยไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้ามูลค่า 1.94 แสนล้านบาท
ปัจจัยที่ทำให้การค้าชายแดนเพิ่มสูงขึ้น เป็นผลมาจากการที่ไทยและอาเซียนเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟตา) ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค .2553 มีการลดภาษีสินค้ากว่า 8,300 รายการ เหลือ 0% และเศรษฐกิจประเทศเพื่อนบ้านมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับสูง 57% เป็นผลให้มีความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้น ทำให้การค้าไทยกับเพื่อนบ้านครึ่งปีแรกขยายตัวสูง







