
ธนชาตเป็นกุนซือระดมทุน4หมื่นล.
ปีนี้เข็นหุ้นน้องใหม่4บริษัทไทยฮั้วฯเข้าตลาดหุ้นทันปีนี้
โพสต์ทูเดย์
— “สุวภา” ฟันธงปีนี้เป็นตัวกลางระดมทุนให้ลูกค้าไม่ต่ำกว่า 4 หมื่นล้านบาท นำร่องไทยฮั้วฯ ขายไอพีโอปีนี้ หลังพับแผนปี 2549นางสุวภา เจริญยิ่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทคาดว่าจะเป็นที่ปรึกษาในการระดมทุนให้กับลูกค้ามูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 4 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น การเสนอขายหุ้นให้นักลงทุนครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวน 4 บริษัท ระดมทุนรวมกัน 12 หมื่นล้านบาท หุ้นกู้ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท และกองทุนอสังหาริมทรัพย์ 12 กอง มูลค่ากองละ 2,0003,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีงานควบรวมกิจการขนาดใหญ่ เช่น บริษัทในกลุ่ม ปตท. หรือการควบรวมระหว่างธนาคารพาณิชย์ด้วยกันเอง
สำหรับหุ้นไอพีโอ 4 บริษัท หนึ่งในนั้นคือบริษัท ไทยฮั้วยางพารา คาดว่ามูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) อยู่ในระดับ 1 หมื่นล้านบาท
“
แม้ว่าตอนนี้หุ้นยังไม่ดี แต่คาดว่าครึ่งปีหลังน่าจะดีขึ้น เพราะพื้นฐานตลาดไม่เปลี่ยนแปลลง ดังนั้นลูกค้าจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมเมื่อตลาดเปิด” นางสุวภา กล่าวนายหลักชัย กิตติพล ประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยฮั้วยางพารา กล่าวว่า บริษัทได้ชะลอแผนเข้าตลาดหุ้นตั้งแต่ปี 2549 เนื่องจากเกิดการปฏิวัติ ราคายางพาราไม่ดี แต่ขณะนี้ราคายางปรับตัวดีและสถานการณ์ต่างๆ ดีขึ้น รวมถึงภาวะตลาดหุ้นด้วย น่าจะเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าระดมทุน
ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าจะเสนอขายหุ้นไอพีโอ 400500 ล้านหุ้น หรือ 2530% ของทุนเรียกชำระแล้ว 1,650 ล้านหุ้น พาร์หุ้นละ 1 บาท คาดว่าหุ้นจะเข้าซื้อขายในตลาดหุ้นปลายไตรมาส 3 หรือต้นไตรมาส 4 ปีนี้
สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำไปขยายโรงงานน้ำยางข้น สวนยางพารา รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน
ด้านรายได้รวมปีนี้บริษัทคาดว่าจะสูงกว่า 5 หมื่นล้านบาท กำไรสุทธิ 1,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2553 ที่มีรายได้รวม 3 หมื่นล้านบาท มีกำไรสุทธิ 500 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทจะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นจาก 2.8 แสนตัน เป็น 5 แสนตันต่อปี เพราะเปิดโรงงานใหม่ 4 แห่ง และคาดว่าราคายางเฉลี่ยของปีนี้อยู่ที่ 150180 บาทกิโลกรัม จากปีก่อนที่เฉลี่ย 105 บาทต่อกิโลกรัม และต้นทุนลดลงจากการกรีดยางจากสวนยางของบริษัทเอง
ในปีนี้บริษัทมีแผนจะร่วมทุนกับบริษัท หางโจว จงเซอ รับเบอร์ เพื่อจัดตั้งโรงงานผลิตยางรถยนต์ในปีหน้า มูลค่าการลงทุน 5,000 ล้านบาท โดยบริษัทจะถือหุ้นสัดส่วน 15% เพื่อส่งออก โดยคาดว่าจะมีกำลังการผลิตเต็มที่ประมาณปีละ 3 ล้านเส้น







