
เอกชนขอความชัดเจนห้ามส่งยุทธปัจจัยให้เขมร
เอกชนขอความชัดเจนการงดส่งสินค้ายุทธปัจจัยไปกัมพูชา ชี้ต้องมีการประกาศและระบุชนิดสินค้าอย่างชัดเจนจากฝ่ายความมั่นคง
เอกชนขอความชัดเจนการงดส่งสินค้ายุทธปัจจัยไปกัมพูชา ชี้ต้องมีการประกาศและระบุชนิดสินค้าอย่างชัดเจนจากฝ่ายความมั่นคง
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การประกาศระงับส่งออกสินค้ายุทธปัจจัยไปยังกัมพูชา รัฐบาลควรจะระบุให้ชัดเจนว่าเป็นสินค้าประเภทไหนบ้าง เพราะสินค้ายุทธปัจจัย ครอบคลุมถึงสินค้าประเภทอาวุธ ยา สารเคมี อาหาร เสื้อผ้า น้ำมัน รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคด้วย จึงต้องมีความชัดเจนว่าระงับสินค้าประเภทไหนบ้าง หากไม่ระบุจะหมายถึงครอบคลุมสินค้าทุกชนิด
นอกจากนี้ การประกาศดังกล่าวจะต้องออกมาจากฝ่ายความมั่นคง เพื่อดูแลสินค้าที่จะส่งไปยังประเทศกัมพูชาอย่างเข้มงวด
ด้าน นายพีระพล สาครินทร์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) กล่าวว่า จากการหารือกับฝ่ายความมั่นคงของประเทศเกี่ยวกับการประกาศห้ามส่งยุทธปัจจัยไปประเทศกัมพูชาว่าหมายความรวมถึงน้ำมันด้วยหรือไม่ พบว่า ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งห้าม แต่หากจะมีคำสั่งห้ามก็จะมีหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการมาอีกครั้ง อย่างไรก็ตามหากด่านตามแนวชายแดนปิด รถที่จะขนส่งไม่สามารถเข้าไปในกัมพูชาได้อยู่แล้ว
ทั้งนี้ ไทยส่งออกน้ำมันไปยังกัมพูชากว่า 400 ล้านลิตรต่อปี เป็นน้ำมันเบนซิน 91 และ 95 จำนวน 184.4 ล้านลิตร น้ำมันเครื่องบิน 30.5 ล้านลิตร น้ำมันเตา 79.7 ล้านลิตร และน้ำมันดีเซล 134 ล้านลิตร ส่วนก๊าซธรรมชาติ (แอลพีจี) อยู่ที่ 3,408 ตัน
ขณะที่ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานยังไม่ได้รับหนังสือ หรือมีการแจ้งให้หยุดการส่งออกก๊าซปิโตรเลียมไปยังประเทศกัมพูชา ซึ่งการดำเนินธุรกิจยังเดินตามปกติเพราะเป็นเรื่องของการค้าเสรี ส่วนรายละเอียดนั้นไม่ขอให้ความเห็นเพราะเป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคงประเทศ และกระทรวงการต่างประเทศที่จะต้องเป็นผู้ให้คำตอบ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องอ่อนไหว
นายทวีกิจ จตุรเจริญคุณ รองประธานส.อ.ท. สายงานแรงงาน กล่าวว่า แรงงานกัมพูชาที่เข้ามาทำงานอยู่ในเมืองไทยมีอยู่ประมาณ 1-2 แสนคน ทั้งในภาคเกษตรและอุตสาหกรรม ขณะนี้ยังทำงานกันตามปกติ ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่เกรงว่าหากปัญหาลุกลามแรงงานจะถูกเรียกกลับประเทศ ซึ่งเรื่องนี้จะส่งผลให้โรงงานขาดคนทำงาน ส่วนคนไทยที่ทำงานอยู่ในกัมพูชา ก็ยังทำงานกันปกติ ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับคนกัมพูชา เพราะทุกคนก็ตั้งใจทำงานกันมากกว่า
“อารมรณ์ร่วมระหว่างแรงงานไทยและกัมพูชาไม่มีอยู่แล้ว ทุกคนเข้าใจว่าเป็นเรื่องทางการเมืองเฉยๆ มาทำงานก็ตั้งใจทำงาน และทุกคนก็เป็นเพื่อร่วมงานกัน”นายทวีกิจ กล่าว







