
ครม.ไฟเขียวใส่เงินลงขันกองทุนเชียงใหม่ 4.77 พันล้านเหรียญ
ครม.อนุมัติ ข้อตกลงการจัดตั้งกองทุนริเริ่มเชียงใหม่ ร่วมทุนกว่า 4.77 พันล้านเหรียญสหรัฐ
ครม.อนุมัติ ข้อตกลงการจัดตั้งกองทุนริเริ่มเชียงใหม่ ร่วมทุนกว่า 4.77 พันล้านเหรียญสหรัฐ
นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2553 เห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ข้อตกลงการจัดตั้งกองทุนริเริ่มเชียงใหม่ ไปสู่การเป็นพหุภาคี (Chiangmai Mai Initiative Multilateralisation : CMIM) โดยในส่วนของประเทศไทยต้องร่วมลงเงินสำรองเข้ากองทุนจำนวน 4.77 พันล้านเหรียญสหรัฐ และหลังจากนี้จะนำข้อตกลงดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบต่อไป
ทั้งนี้ ที่ผ่านมารัฐสภาได้มีมติเห็นชอบกรอบการเจรจาจัดตั้งกองทุน CMIM เมื่อวันที่ 24-25 มีนาคม 2552 ซึ่งขณะนี้ประเทศสมาชิกอาเซียนบวก 3 จัดทำร่างความตกลงเสร็จสิ้นแล้ว เป็นไปตามหลักการที่ที่ประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาเซียนบวก 3 เมื่อเดือนพฤษภาคม 2552 ให้ความเห็นชอบ ในการจัดตั้งกองทุนที่มารองรับความผันผวนทางการเงินของกลุ่มสมาชิกอาเซียนบวก 3 ให้กู้ยืมจากกองทุนได้กรณีที่มีปัญหาดุลชำระการเงิน หรือขาดสภาพคล่องในระยะสั้น
นายวัชระ กล่าวว่า ขนาดและสัดส่วนของกองทุน กำหนดวงเงินไว้ที่ 120 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยแบ่งเป็นประเทศอาเซียน สมทบเข้ากองทุน 20% หรือ 24 พันล้านเหรียญสหรัฐ และกลุ่มประเทศอาเซียนบวก 3 ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สมทบ 80% หรือ 96 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยผู้ว่าการธนาคารกลางแต่ละประเทศจะลงนามในหนังสือยืนยันการสมทบเงินเข้ากองทุน ซึ่งจะมีผลเพียงภาระผูกพันธ์ยังไม่มีการโอนเงินสำรองระหว่างประเทศเข้ากองทุนจริง จนกว่าประเทศสมาชิกแสดงความต้องการกู้เงินจากกองทุน
สำหรับเงื่อนไขการขอกู้เงินจากกองทุน กลุ่มสมาชิกอาเซียนใหญ่ 5 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย รวมถึงฮ่องกง สามารถกู้ได้ 2.5 เท่าของวงเงินสมทบ ส่วนอีก 5 ประเทศที่เหลือ คือ บรูไน กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม เบิกได้ 5 เท่า ของวงเงินสมทบ เกาหลีใต้เบิกได้ 1 เท่า ส่วนจีนและญี่ปุ่นเบิกได้ 0.5 เท่าของวงเงินสมทบ
ทั้งนี้ การขอรับความช่วยเหลือจากกองทุน CMIM จะต้องได้รับการอนุมัติโดยคะแนนเสียงส่วนใหญ่ 2 ใน 3 จากที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสกระทรวงการคลังและธนาคารกลาง และเบิกถอนในรูปธุรกรรมการแลกเปลี่ยนเงินเหรียญสหรัฐ และเงินสกุลท้องถิ่นของประเทศสมาชิก (Swap) 90 วัน







