คลังชง “Fast Pass” ปลดล็อกลงทุนดันเงินใหม่ 3 แสนลบ. เข้าครม.ศก. 24 พ.ย.นี้
เอกนิติเผย คลัง เตรียมเสนอมาตรการ “Fast Pass” เข้าพิจารณา ครม.เศรษฐกิจ 24 พ.ย. นี้ เร่งปลดล็อกโครงการค้างท่อและแก้คอขวดอนุญาต คาดดันเม็ดเงินใหม่กว่า 3 แสนล้านบาท เข้าระบบตั้งแต่ต้นปี 2569
KEY
POINTS
- กระทรวงการคลังเตรียมเสนอมาตรการ “Fast Pass” ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจในวันที่ 24 พ.ย. เพื่อกระตุ้นการลงทุน
- มีเป้าหมายเพื่อเร่งรัดโครงการที่ได้รับอนุมัติจาก BOI แล้วแต่ยังติดขัดขั้นตอน (ล้างท่อ) คาดว่าจะปลดล็อกเม็ดเงินลงทุนได้ไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้านบาท
- กลไกหลักคือการกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน (เช่น 15-30 วัน) ให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องต้องอนุมัติโครงการ เพื่อแก้ปัญหาคอขวดและความล่าช้า
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 กระทรวงการคลังจะเสนอมาตรการกระตุ้นการลงทุน ผ่านกลไกล “Fast Pass” เข้าสู่พิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) เพื่อขอความเห็นชอบในหลักการโดยมีเป้าหมายเร่ง “ล้างท่อลงทุน” มูลค่ารวมกว่า 1.3 ล้านล้านบาท ที่ค้างอยู่ในคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ให้กลายเป็นโครงการ “ลงทุนจริง” ภายในกรอบเวลารัฐบาลชุดปัจจุบัน
มาตรการนี้ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาความล่าช้าจากและข้อติดขัดในขั้นตอนอนุญาตของภาครัฐ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้นักลงทุนยังไม่สามารถเริ่มลงทุนได้ โดยใช้หลักการเดียวกับระบบ Easy Pass คือ เมื่อโครงการได้รับสิทธิส่งเสริมการลงทุนจาก BOI และเข้าสู่ระบบ Fast Pass หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องอนุมัติหรือให้ความเห็นชอบภายในกรอบเวลาที่กำหนด เช่น 15-30 วัน พร้อมปลดล็อกข้อจำกัดที่ขัดขวางการเริ่มลงทุน
นายเอกนิติ ระบุว่า แม้ภาพรวมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ทั่วโลกจะชะลอตัว แต่ประเทศไทยยังได้รับความสนใจจากนักลงทุน โดยคำขอที่ได้รับอนุมัติจาก BOI มีมูลค่ารวม 1.3 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 90% จากปีก่อน ในจำนวนนี้มีโครงการขนาดใหญ่ที่มูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาทรวมกว่า 70 โครงการ ซึ่งพร้อมลงทุนทันทีหากได้รับการปลดล็อกคอขวดด้านอนุญาต โครงการกลุ่มนี้มีเม็ดเงินรอการลงทุนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 300,000 ล้านบาทในปี 2569 จากค้างท่อราว 470,000 ล้านบาท
สำหรับ ภาคอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์สูงสุด ได้แก่ ดาต้าเซ็นเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ -PCB พลังงาน โรงไฟฟ้า อุตสาหกรรม BCG ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และพลังงานสะอาด โดยปัญหาใหญ่ที่ต้องเร่งแก้คือการขออนุญาตแรงงานทักษะสูง ซึ่งปัจจุบันต้องเดินเรื่องหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงต่างประเทศ ตรวจคนเข้าเมือง และ BOI ทำให้ใช้เวลานานกว่าที่นักลงทุนต้องการ
“การปลดล็อกโครงการที่ค้างท่อจะช่วยกระตุ้นการลงทุนได้อย่างชัดเจน คาดว่าเม็ดเงินใหม่จากการปลดล็อกจะทยอยเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในปีหน้าไม่น้อยกว่า 300,000 ล้านบาท ซึ่งจะไหลเข้าประเทศและเสริมศักยภาพเศรษฐกิจไทย” นายเอกนิติ กล่าว” นายเอกนิติ กล่าว
นอกจากนี้ รัฐบาลยังประสานกระทรวงพลังงานเพื่อเร่งแก้คอขวดด้านพลังงาน เช่น โครงการ Floating Solar Farm ของกรมธนารักษ์ ซึ่งจะเป็นฐานพลังงานสะอาดสำคัญในอนาคต ขณะเดียวกัน แผน Fast Pass จะทำงานควบคู่กับโครงการ Quick Big Win เพื่อเพิ่มกำลังแรงงานทักษะสูงให้ภาคอุตสาหกรรม โดยมั่นใจว่าการปลดล็อกครั้งนี้จะช่วยผลักดันดัชนีอุตสาหกรรมและความเชื่อมั่นฟื้นตัวได้ต่อเนื่องในปีหน้า
ส่วนสถานการณ์ตลาดทุนที่ซบเซา กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างหารือแนวทางส่งเสริมการออมและการลงทุน โดยเตรียมผลักดัน กองทุน Thailand Individual Saving Account เพื่อจูงใจให้ประชาชนนำเงินออมเข้าลงทุนในตลาดทุนมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องและสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว โดยตั้งใจจะดำเนินการให้เสร็จภายในปี 2568 นี้
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าว ยังได้สอบถามนายเอกนิติถึงกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า นายเอกนิติ เป็นหนึ่งใน 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย นั้น นายเอกนิติได้ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม เพียงแต่ยิ้มให้ผู้สื่อข่าวเท่านั้น โดยไม่ได้ให้ความเห็นใด ๆ เพิ่มเติม


