
ลลิลฯเล็งปรับราคาบ้าน3%สู้ต้นทุนพุ่ง
โพสต์ทูเดย์
— ลลิลฯ จ่อปรับราคาบ้านใหม่อย่างน้อย 3% ครึ่งปีหลัง รับมือต้นทุนก่อสร้าง ค่าแรงงาน ราคาวัสดุก่อสร้างขยับนายไชยยันต์ ชาครกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เปิดเผยว่า ในครึ่งปีหลังบริษัทคาดว่าจะปรับราคาขายบ้านขึ้นอีกอย่างน้อย 3% เนื่องจากต้นทุนการก่อสร้างสูงขึ้น ทั้งค่าแรงงานการก่อสร้าง โดยเฉพาะราคาเหล็กในตลาดโลกเฉพาะเดือน ธ.ค. 2553ม.ค. 2554 ที่ปรับสูงขึ้นถึง 10%
ดังนั้น แม้ว่าในปีนี้บริษัทได้เจรจาซื้อวัสดุก่อสร้างหลักไว้ทั้งปีแล้ว อาทิ เหล็กเส้น ปูนซีเมนต์ แต่ก็จำเป็นต้องปรับราคาขึ้น เนื่องจากราคาที่ดินแปลงใหม่ที่จะซื้อปรับสูงขึ้นมาก
“
ในปีนี้บริษัทมีสต๊อกบ้านพร้อมขายอยู่ 400 ยูนิต ส่วนใหญ่เป็นบ้านพร้อมขาย ราคาเฉลี่ย 2.5 ล้านบาทต่อยูนิต ซึ่งเป็นบ้านที่ก่อสร้างด้วยต้นทุนเดิม” นายไชยยันต์ กล่าวอย่างไรก็ตาม ในปีนี้บริษัทมีแผนจะเปิดตัวโครงการใหม่ 57 โครงการ มูลค่ารวม 3,500 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 6 โครงการ อาคารชุด 1 โครงการ โดยตั้งเป้ายอดขายไว้ 2,150 ล้านบาท และเป้ารับรู้รายได้ 1,935 ล้านบาท
นายไชยยันต์ กล่าวว่า ในปีนี้มีผู้ประกอบการหลายรายได้หันมาเน้นที่อยู่อาศัยแนวราบเพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้ตลาดมีการแข่งขันรุนแรงขึ้น เนื่องจากแรงกระตุ้นจากมาตรการของรัฐหมดลง อย่างไรก็ตาม โครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ ถนนที่ตัดใหม่ จะทำให้ดีมานด์ใหม่เริ่มมีการโยกย้ายและกระจายตัวเพิ่มขึ้น
สำหรับภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศยังโตได้ต่อเนื่อง โดยมีตัวเลขจีดีพีเติบโต 4% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยภาคการส่งออกยังเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และเสริมด้วยการลงทุนจากภาครัฐผ่านโครงการต่างๆ
ขณะที่ภาคการเงินยังมีสภาพคล่องอยู่สูง แม้อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น แต่ในแง่ธนาคารพาณิชย์ระมัดระวังการปล่อยโครงการอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาคารชุด เพราะซัพพลายในช่วง 2 ปีมีค่อนข้างมาก และมีกฎของธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง LTV Ratio แต่จะเป็นผลดีต่อตลาดในระยะยาวโดยภาพรวมในปี 54 ยอดสินเชื่อส่วนบุคคลสำหรับบ้านยังเป็นบวก เนื่องจากมียอดอาคารชุดครบโอนสูง และแนวราบยังเจริญเติบโตได้ดี







