
คลังชง ครม. สัปดาห์หน้า เคาะแผนการคลังระยะปานกลาง ขาดดุลไม่เกิน 3% ปี 72
หลังถูกปรับมุมมองเครดิตเป็นลบ “เอกนิติ” เร่งฟื้นวินัยการคลัง เตรียมเสนอแผนการคลังระยะปานกลางต่อ ครม.สัปดาห์หน้า ตั้งเป้าลดขาดดุลต่ำ 3% ปี 2572 คุมหนี้ไม่เกิน 70% GDP
KEY
POINTS
- กระทรวงการคลังเตรียมเสนอ "แผนการคลังระยะปานกลาง" ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบในสัปดาห์หน้า
- เป้าหมายสำคัญของแผนคือการลดการขาดดุลงบประมาณให้เหลือไม่เกิน 3% ของจีดีพี ภายในปีงบประมาณ 2572
- แผนนี้มุ่งสร้างความเชื่อมั่นด้านวินัยการคลัง โดยจะรักษากรอบหนี้สาธารณะไม่ให้เกิน 70% ของจีดีพี
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลัง มีมติเห็นชอบ แผนการคลังระยะปานกลาง (Medium Term Fiscal Framework: MTFF) ซึ่งจะนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันอังคารที่ 18 พ.ย.2568 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านวินัยการคลัง โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การปรับลดดุลการคลังให้ขาดดุลไม่เกิน 3% ของจีดีพี ภายในปี 2572 สำหรับร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 จะเสนอให้ครม.พิจารณาในวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ ก่อนส่งต่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาในเดือนมกราคม 2569
โดยแผนการคลังครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากประเทศไทยเพิ่งถูกสถาบันจัดอันดับเครดิตปรับลดมุมมองจาก Stable เป็น Negative รัฐบาลจึงให้ความสำคัญสูงสุดกับ “วินัยการคลัง” ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน “ฐานราก” ภายใต้นโยบาย Quick Big Win 5 เสาหลัก 1 ฐานราก เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว
“รัฐบาลต้องการให้ MTFF เป็นการส่งสัญญาณความมุ่งมั่นด้านวินัยการคลังที่น่าเชื่อถือ โดยตั้งเป้าลดขาดดุลการคลังไม่เกิน 3% ของจีดีพี ภายในปีงบประมาณ 2572 และยืนยันว่าจะไม่มีการขยายเพดานหนี้สาธารณะ โดยคงกรอบหนี้ไม่เกิน 70% ของจีดีพีอย่างเข้มงวด” นายเอกนิติกล่าว
สำหรับ แผน MTFF ที่จะเสนอ ครม. ในสัปดาห์หน้า มี 3 แนวทางหลักในการสร้างความเชื่อมั่นและความโปร่งใสทางการคลัง ได้แก่
1. กำหนดแนวทางการจัดการด้านรายได้ รายจ่าย และหนี้สินให้เป็นรูปธรรม
2. ปรับปรุงและเพิ่มกฎเกณฑ์การคลัง รวมถึงยกระดับความโปร่งใสเกี่ยวกับต้นทุนการคลังต่างๆ รวมถึงรายได้ที่สูญเสียไปจากสิทธิประโยชน์ภาษี ซึ่งจะมีการรายงานรายได้สูญเสียจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างชัดเจนในอนาคต เพื่อสร้างความโปร่งใส
3. วางแนวทางกำกับการดำเนินมาตรการกึ่งการคลังตามมาตรา 28 แห่ง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ซึ่งแม้ไทยจะยึดกรอบเพดานตามมาตรา 28 ที่ 32% ของงบประมาณ แต่จะเน้นความเข้มงวดในกระบวนการอนุมัติการใช้จ่ายมากขึ้น
นายเอกนิติ ระบุด้วยว่า การลดการขาดดุลงบประมาณจะไม่กระทบต่องบลงทุน โดยรัฐบาลจะใช้เครื่องมือทางการคลังที่เป็นนวัตกรรมและไม่ก่อให้เกิดหนี้สาธารณะ เพื่อสนับสนุนให้เศรษฐกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน ตัวอย่างเครื่องมือทางการคลังที่เป็นนวัตกรรมได้แก่ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานประเทศไทย (TFF) และโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP)
ด้านนายอนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวว่า ได้มีการเร่งจัดทำกรอบงบประมาณปี 2570 เพื่อเสนอ ครม. เห็นชอบภายในวันที่ 27 ม.ค. 69 ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะประกาศยุบสภา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุปสรรคต่อการจัดทำงบประมาณแผ่นดิน พร้อมยืนยันว่า “แม้จะมีการประกาศยุบสภา แต่ก็จะไม่มีผลกระทบต่อร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 อย่างแน่นอน”







