"อรรถวิชช์" เผยพรบ.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใหม่ ทำธุรกิจเดือดร้อน
“อรรถวิชช์” ชี้ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใหม่ทำธุรกิจเดือดร้อน หลังเริ่มใช้ 8 พ.ย.68 เหตุเวลาห้ามขายยังไม่ชัด เสี่ยงถูกปรับแม้นั่งดื่มในร้าน
KEY
POINTS
- พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ได้โอนอำนาจกำหนดเวลาจำหน่ายสุราให้คณะกรรมการชุดใหม่ แต่ยังไม่มีการแต่งตั้ง ทำให้เกิดความไม่ชัดเจนทางกฎหมาย
- กฎหมายใหม่ยกเลิกประกาศคณะปฏิวัติเดิม แต่ยังขัดแย้งกับประกาศสำนักนายกฯ ปี 2558 ที่กำหนดเวลาห้ามขายไว้เหมือนกัน ทำให้เกิดปัญหาในการตีความช่วงรอยต่อ
- ความไม่ชัดเจนดังกล่าวสร้างความเสี่ยงให้ผู้ประกอบการและผู้บริโภคอาจถูกปรับ 10,000 บาท และอาจนำไปสู่ปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์
ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยถึงผลกระทบจากพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 โดยระบุว่า กฎหมายดังกล่าวสร้างความไม่ชัดเจนในช่วงเวลาการจำหน่ายสุรา และอาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการร้านอาหารและสถานบริการ
ดร.อรรถวิชช์ กล่าวถึงที่มาของกฎหมายเดิมว่า ตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 253 พ.ศ. 2515 ซึ่งออกในสมัยจอมพลถนอม กิตติขจร กำหนดเวลาห้ามขายสุราไว้ 2 ช่วง คือ เวลา 14.00–17.00 น. และ 24.00–11.00 น. โดยมีเหตุผลเพื่อป้องกันไม่ให้ข้าราชการละทิ้งหน้าที่ไปดื่มสุราในเวลาราชการ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันหลายฝ่ายเห็นว่ามาตรการดังกล่าวไม่สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทยที่เป็นประเทศท่องเที่ยว
สำหรับ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ ได้โอนอำนาจการกำหนดเวลาจำหน่ายสุราไปให้ “คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์” แทนนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งยกเลิกประกาศคณะปฏิวัติฉบับเดิม โดยกำหนดให้กฎหมายลูกที่มีอยู่เดิมใช้ได้เฉพาะในส่วนที่ไม่ขัดต่อ พ.ร.บ.ใหม่ อย่างไรก็ตาม ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีปี 2558 ที่กำหนดเวลาห้ามขายสุราไว้เช่นเดียวกับประกาศปี 2515 ถือว่าขัดแย้งกับกฎหมายฉบับใหม่โดยตรง
“ปัญหาคือ ขณะนี้ยังไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยังไม่ได้กำหนดเวลาห้ามขายสุราอย่างเป็นทางการ หากต้องตีความกฎหมายในช่วงรอยต่อ ผู้ประกอบการอาจได้รับผลกระทบ เพราะกฎหมายใหม่กำหนดโทษปรับ 10,000 บาท สำหรับทั้งผู้จำหน่ายและผู้ดื่มในร้านในเวลาห้ามขาย ซึ่งหากปล่อยไว้นานอาจนำไปสู่ปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์ได้” ดร.อรรถวิชช์ กล่าว


