
คอนโดเกรดเอยังไม่ล้น
บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) สำรวจตลาดคอนโดมิเนียมในตลาดระดับพรีเมียมพบว่า ได้รับความเสี่ยงน้อยสุดจากผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกและการเมืองในประเทศที่ผันผวน เนื่องจากจำนวนอุปทานที่มีไม่มากนักมีเพียง 1,461 ยูนิต จาก 11 โครงการในกรุงเทพฯ เกือบ 7% ของอุปทานคอนโดมิเนียมสะสมเป็นจำนวนจากที่เริ่มเข้าสู่ตลาดตั้งแต่ปี 2547
เพราะฉะนั้นตลาดคอนโดมิเนียมระดับพรีเมียมจึงไม่เกิดปัญหาล้นตลาด ในส่วนของยอดขายมีปริมาณ 57% ของทั้งหมด และจำนวนยูนิตคงเหลือประมาณ 835 ยูนิต
จุดที่น่ากังวลที่สุดของตลาดนี้คือ โควตาที่ชาวต่างชาติสามารถเป็นเจ้าของได้เพียง 49% และข้อจำกัดในการปล่อยกู้สินเชื่ออสังหาฯ แก่ชาวต่างชาติ
ภาพรวมของตลาดคอนโดระดับพรีเมียมในปี 2554 คือผู้ซื้อจะเปลี่ยนจากชาวยุโรปมาเป็นชาวเอเชีย เช่น ชาวจีน ชาวสิงคโปร์ ชาวอัฟกานิสถาน ประเทศอัฟกานิสถานเป็นประเทศที่ร่ำรวยด้วยทรัพยากรแร่
ในขณะที่เศรษฐกิจของจีนโตอย่างรวดเร็วเมื่อปีที่แล้ว ดังนั้นเราอาจจะเห็นจุดเปลี่ยนของลักษณะคอนโด มิเนียมและมาตรฐานสำหรับโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น
สำหรับคำจำกัดความของคอนโดมิเนียมระดับพรีเมียม โดยมีลักษณะดังนี้ คือ 1.สถานที่ตั้งอยู่ในบริเวณซีบีดี สุขุมวิท (ซอย 163 และซอย 242) และบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา 2.ราคาขายของยูนิตต้องไม่น้อยกว่า 1.5 แสนบาทต่อตารางเมตร
3.ขนาดของแต่ละยูนิตต้องไม่เล็กกว่า 120 ตารางเมตร 4.ความสูงถึงระดับเพดานอย่างน้อย 3 เมตร 5.การตกแต่งของยูนิตต้องมีคุณภาพระดับสูง







