
ทีทีเอเอเผยเหตุปะทะทำทัวร์เขมร์เจ๊ง100ล้าน
ทีทีเอเอเผยทัวร์ไทย-เขมรเจ๊ง 100 ล้านบาท ด้านททท.ตั้งศูนย์วอร์รูมจับตาสถานการณ์ใกล้ชิด ชี้เบื้องต้นไม่กระทบ
ทีทีเอเอเผยทัวร์ไทย-เขมรเจ๊ง 100 ล้านบาท ด้านททท.ตั้งศูนย์วอร์รูมจับตาสถานการณ์ใกล้ชิด ชี้เบื้องต้นไม่กระทบ
นายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) เปิดเผยว่า เหตุการณ์การปะทะกันระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา บริเวณปราสาทเขาพระวิหาร คาดว่าจะกระทบต่อธุรกิจการท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศ ทำให้เสียรายได้ทางการท่องเที่ยวในช่วง 1 เดือนนี้ เฉพาะกลุ่มที่เป็นนักท่องเที่ยวอย่างแท้จริง กว่า 100 ล้านบาท แบ่งเป็นกัมพูชาเสียรายได้ทางการท่องเที่ยว 70 ล้านบาท และบริษัททัวร์ไทย 30 ล้านบาท
ทั้งนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมการท่องเที่ยวไม่มากนัก เนื่องจากนักท่องเที่ยวกัมพูชาที่เดินทางมาไทย ราว 7 หมื่นคน/ปี ขณะที่คนไทยเดินทางไปกัมพูชา 3 แสนคน โดยไม่รวมกับนักท่องเที่ยวทั้งสองประเทศที่เดินทางข้ามฝั่ง เพื่อเล่นการพนัน กว่า 1 แสนคน/ปี
ด้านนายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ได้สั่งการให้ศูนย์ปฎิบัติการวางแผนการท่องเที่ยวและศูนย์ปฎิบัติการในภาวะฉุกเฉิน (ศวก.) ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เบื้องต้นยังไม่สามารถประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ เนื่องจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวระหว่างสองประเทศยังคงเดินทางตามปกติ
นายอภิชาติ อินทร์พงษ์พันธุ์ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือททท. กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทบต่อการท่องเที่ยวไทยเพียงเล็กน้อย โดยสำนักงานจังหวัดสุรินทร์ ได้รายงานอัตราการเข้าพักล่าสุดระหว่างวันที่ 4 -7 ก.พ. นี้ เฉลี่ย 50 % บุรีรัมย์ เฉลี่ย 30 % อัตราการเข้าพักดังกล่าวเท่ากับช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อน ซึ่งภาพรวมนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ได้หลีกเลี่ยงการเดินทางแถบอีสานบริเวณชายแดนจุดเกิดเหตุ แต่ได้เปลี่ยนเส้นทางเที่ยวประเทศลาวมากขึ้น
นายสุรพล กล่าวถึงการประชุมหารือร่วมกับเอกชนท่องเที่ยว ว่า การหารือร่วมกันเพื่อกำหนดแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวในปี 2555 รวมถึงแผนวิสาหกิจททท.ระหว่างปี 2555- 2559 โดยในปีดังกล่าวจะมีปัจจัยลบที่เข้ามากระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว การแข่งขันที่รุนแรงด้านการท่องเที่ยว อุปสรรคและคู่แข่ง ซึ่งทททงจะหารือร่วมกันอีกครั้งในวันที่ 10 ก.พ.นี้ โดยมีนายชุมพล ศิลปะอาชา ร่วมเป็นประธานการประชุม
นายอภิชาติ สังฆอารี ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า ภาครัฐต้องวางแผนรับมือกับการแข่งขันจากประเทสต่างๆ โดยมองถึงจุดอ่อนจุดแข็งในการทำงาน เพื่อมาเปรียบเทียบในการวางกรอบแผนด้านการท่องเที่ยวปี 2555 เพื่อนำมาปรับยุทธศษสตร์ด้านการท่องเที่ยวให้เหนือกว่าคู่แข่งขัน
นอกจากนั้นยังจะมีการหารือเรื่องการจัดตั้งคณะกรรมการในรูปแบบการส่งเสริมการท่องเที่ยวและการแก้ไขปัญหาร่วมกัน เน้นการทำการตลาดด้านคุณภาพมากกว่าด้านปริมาณส่งเสริมการสร้างจริยธรรมดูแลนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยว มุ่งเน้นที่จะดึงหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วม เช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ. ) และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต. ) รวมถึงมองว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาควรกำหนดนโยบายที่เป็นรูปธรรมากกว่าปัจจุบันนี้
นอกจากนี้รัฐบาลควรแยกกระทรวงท่องเที่ยวฯ ขึ้นตรงต่อสำนักนายกรัฐมนตรี เพราะจะบริหารงานง่ายกว่าเพื่อให้เกิดการประสานงานที่ครอบคลุมกับกระทรวงอื่นๆได้อย่างรอบด้าน







