posttoday
หวั่นรัฐอุ้มค่าไฟทำยอดใช้พุ่ง

หวั่นรัฐอุ้มค่าไฟทำยอดใช้พุ่ง

07 กุมภาพันธ์ 2554

กกร.หวั่นรัฐอุ้มค่าไฟ 90 หน่วย ทำให้คนหันมาใช้เพิ่มจนชนเพดาน คิดเป็นค่าไฟ 3 หมื่นล้าน ต้นทุนพุ่ง 4-7% ส่วนผลกระทบแอลพีจีเตรียมหารือกระทรวงพลังงานขอชะลอการลอยตัว 1-2 ปี

กกร.หวั่นรัฐอุ้มค่าไฟ 90 หน่วย ทำให้คนหันมาใช้เพิ่มจนชนเพดาน คิดเป็นค่าไฟ 3 หมื่นล้าน ต้นทุนพุ่ง 4-7% ส่วนผลกระทบแอลพีจีเตรียมหารือกระทรวงพลังงานขอชะลอการลอยตัว 1-2 ปี

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย ส.อ.ท. สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ว่า ที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับนโยบายประชาวิวัฒน์ของรัฐบาล ซึ่งเอกชนเห็นด้วยในหลักการ แต่มีประเด็นที่กระทบต่อภาคธุรกิจ คือ ให้ผู้ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 90 หน่วยต่อเดือนใช้ไฟฟรี ซึ่งเอกชนเกรงว่าหากให้ใช้ไฟฟรี จะมีผู้ที่ใช้ไฟไม่ถึง 90 หน่วย หันมาใช้ไฟเพิ่มขึ้นจนชนเพดาน 90 หน่วย  ส่งผลต่อต้นทุนค่าไฟฟ้าของผู้ประกอบการ จึงต้องการให้รัฐบาลพิจารณาที่ 40-50 หน่วย เพื่อบรรเทาผลกระทบ

ในปัจจุบันมีครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 90 หน่วยต่อเดือนประมาณ 9 ล้านครัวเรือน คิดเป็นค่าไฟฟ้าต่อปี 1.5 หมื่นล้านบาท เป็นค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นสำหรับภาคอุตสาหกรรม 10 สตางค์ต่อหน่วย หากในจำนวนนี้หันมาใช้ไฟครบ 90 หน่วยต่อเดือนทั้งหมดจะคิดเป็นเป็นค่าไฟประมาณ 3 หมื่นล้านบาท เป็นค่าไฟที่เพิ่มขึ้น 22 สตางค์ หรือเป็นภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น 4-7%

ดังนั้น จึงต้องการให้รัฐบาลพิจารณาทบทวนให้แน่ชัดอีกครั้ง เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมใช้ไฟฟ้าเป็นปัจจัยการผลิตหลัก หากมีภาระต้นทุนเพิ่มขึ้นจะบั่นทอนขีดความสามารถในการแข่งขันได้

“ตอนนี้รัฐบาลประกาศออกมาเป็นนโยบาย แต่ยังไม่ประกาศโครงสร้างค่าไฟ ทางเอกชนจึงต้องการนำเสนอผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม ตัวเลข 40-50 หน่วยก็เป็นแนวคิดเท่านั้นว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ ส่วนเรื่องนโยบายก็เห็นด้วยที่รัฐบาลจะเข้ามาดูแลประชาชนที่มีรายได้น้อย แต่การดูแลต้องมีหลักการที่ดีด้วย เช่น ส่งเสริมให้ประหยัดพลังงาน ใช้ไฟอย่างคุ้มค่า” นายพยุงศักดิ์ กล่าว

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการการลอยตัวราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ที่เอกชนต้องการใช้ชะลอการลอยตัวอย่างเต็มรูปแบบออกไปประมาณ 1-2 ปี โดยในระหว่างนี้ให้ทยอยขึ้นราคาไปตามลำดับ เพื่อให้เวลาภาคอุตสาหกรรมได้ปรับตัว ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวส.อ.ท.จะนำไปหารือร่วมกับกระทรวงพลังงานอีกครั้งในวันที่ 16 ก.พ.นี้ เพราะหากลอยตัวทีเดียวจากราคา 330 เหรียญสหรัฐต่อตัน จะพุ่งไปอยู่ที่ 900 เหรียญสหรัฐต่อตัน ซึ่งผู้ประกอบการเดือดร้อนอย่างแน่นอน โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ใช้แอลพีจีเป็นเชื้อเพลิงมาก ตามนโยบายเดิมของรัฐบาลที่ส่งเสริมการใช้แอลพีจี

“เอกชนเห็นด้วยกับการลอยตัวสะท้อนราคาตลาดโลก แต่รัฐบาลจำเป็นต้องให้ระยะเวลาปรับตัว หาเชื้อเพลิงทางเลือกอื่นๆ มาให้ใช้แทน รวมถึงสนับสนุนเงินทุนสำหรับการปรับเปลี่ยนเครื่องจักร เป็นต้น” นายพยุงศักดิ์ กล่าว

สำหรับสัดส่วนการใช้แอลพีจีในปัจจุบันแบ่งเป็นใช้ในภาคครัวเรือน 47% ภาคขนส่ง 14% ใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี 27% และใช้เป็นเชื้อเพลิงในภาคอุตสาหกรรม 12% โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเซรามิก แก้วและกระจก อาหาร พลาสติก ยาง เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน