
สรุป 3 ความร่วมมือ ธปท.-กระทรวงคลังสหรัฐฯ ดูแลอัตราแลกเปลี่ยน
เปิดถ้อยแถลง ธปท. กับ กระทรวงคลังสหรัฐฯ เกี่ยวกับนโยบายดูแลอัตราแลกเปลี่ยน เน้นดูแลความผันผวน เพิ่มความโปร่งใสในการเปิดเผยข้อมูล และเปิดเผยข้อมูลเงินสำรองระหว่างประเทศเป็นรายเดือน
KEY
POINTS
- เปิดถ้อยแถลง ธปท. และกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เกี่ยวกับนโยบายอัตราแลกเปลี่ยน
- ทั้งสองฝ่ายจะไม่ใช้นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน
- จะเพิ่มความโปร่งใสและความถี่ในการเปิดเผยข้อมูลการดูแลเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยน
- จะเปิดเผยข้อมูลเงินสำรองระหว่างประเทศเป็นรายเดือนตามรูปแบบของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)
นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังสหรัฐฯ และธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ออกถ้อยแถลงเกี่ยวกับนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนและการเปิดเผยข้อมูล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ที่รัฐบาลไทยได้ออกถ้อยแถลงไปก่อนหน้านี้
โดยสรุปสาระสำคัญดังนี้
1. ทั้งสองฝ่ายจะไม่ใช้นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อมุ่งสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน แต่ควรเป็นไปเพื่อดูแลความผันผวนที่มากเกินไปหรือกรณีเกิดการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนที่ผิดปกติ
2. ทั้งสองฝ่ายจะเพิ่มความโปร่งใสในการเปิดเผยข้อมูลการดูแลเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยนโดยเพิ่มการรายงานข้อมูลให้มีความถี่มากขึ้น
3. ทั้งสองฝ่ายจะเปิดเผยข้อมูลเงินสำรองระหว่างประเทศตามรูปแบบของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF) เป็นรายเดือน ซึ่งเป็นสิ่งที่ ธปท. ดำเนินการอยู่ก่อนหน้าแล้ว
นางสาวชญาวดี กล่าวว่า ทางการสหรัฐฯ ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องการดำเนินนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนของประเทศคู่ค้ามาระยะหนึ่งแล้ และได้มีการประเมินผ่านเงื่อนไขต่างๆ เช่น ดุลบัญชีเดินสะพัดและดุลการค้ากับสหรัฐฯ มาอย่างต่อเนื่อง โดยไทยเคยถูกจัดอยู่ใน monitoring list ในช่วงปี 2020-2021
ดังนั้น จึงได้ใช้โอกาสที่มีการเจรจาการค้า ในการให้ทั้งสองประเทศเน้นย้ำความมุ่งมั่นที่จะไม่ใช้อัตราแลกเปลี่ยนในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ผ่านการออก statement สู่สาธารณะ (เช่นเดียวกับที่ ญี่ปุ่น สวิตเซอร์แลนด์ และเกาหลีใต้ ได้ออกมาก่อนหน้านี้) จากเดิมที่เป็นการหารือทวิภาคีเป็นการภายในระหว่างกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กับธนาคารกลางหรือกระทรวงการคลังของประเทศคู่ค้า
โดย ธปท. ยังสามารถดำเนินนโยบายเพื่อวัตถุประสงค์ในการดูแลเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยนได้เช่นเดิม







