
BAM ชู Partnerships Model สร้างระบบนิเวศ AMC แก้หนี้ หนุนเศรษฐกิจโตยั่งยืน
BAM ชู Partnerships Model สร้างระบบนิเวศ AMC แก้ปัญหาหนี้ พลิกฟื้นหนี้เสียให้กลายเป็นทรัพย์สินที่สร้างมูลค่า หนุนเศรษฐกิจไทยเติบโตยั่งยืน
KEY
POINTS
- BAM ชู "Partnerships Model" เพื่อสร้างระบบนิเวศให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) ทั้งรายใหญ่และรายย่อยร่วมมือกันแก้ไขปัญหาหนี้เสีย
- โมเดลนี้มีเป้าหมายเพื่อรับมือกับวิกฤตหนี้ครัวเรือนและหนี้ SME ที่อยู่ในระดับสูง พลิกฟื้นหนี้เสียให้กลายเป็นทรัพย์สินที่สร้างมูลค่า ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยยั่งยืน
- ปรับวิสัยทัศน์องค์กรเป็น "New Era - Business Recycling Machine" พร้อมเดินหน้าด้วยกลยุทธ์ 3P (People, Partnerships, Platforms) เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน
เมื่อ 28 ปีที่แล้ว สถาบันการเงินในประเทศไทยประสบปัญหาวิกฤตการณ์ทางการเงิน หรือที่เราเรียกกันว่า “วิกฤตต้มยำกุ้ง” ทำให้เกิดองค์กรที่ทำหน้าที่รับซื้อรับโอนและบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพขึ้นมาหลายแห่งทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้เสียจำนวนมหาศาลในขณะนั้น
องค์กรที่อยู่ภายใต้ชื่อบริษัทบริหารสินทรัพย์ได้ทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ในการบำบัดหนี้เสียให้กลายเป็นหนี้ดีเพื่อกลับคืนสู่ระบบเศรษฐกิจ ทำให้ NPL ในปี 2540 ที่สูงถึง 52.3% ของสินเชื่อรวม ลดลงเหลือ 2.83% ในปัจจุบัน จึงถือเป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญยิ่งในการแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจและอยู่เคียงข้างระบบสถาบันการเงินตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ดร.รักษ์ วรกิจโภคำทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยในงานสัมมนา BAM SYMPOSIUM 2025 ครั้งที่ 1 “NEW ERA OF AMC : พลิกฟื้นสินทรัพย์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย” หัวข้อ “AMC กับบทบาทการพลิกฟื้นสินทรัพย์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย” ว่า ท่ามกลางสัญญาณฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ยังเผชิญแรงกดดันจาก “หนี้ครัวเรือน” และ “หนี้ SME” ที่อยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
โดยข้อมูล ณ ไตรมาส 2/2568 หนี้ SMEs และ Corporate อยู่ที่ 1,340,303 ล้านบาท แบ่งเป็น หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) จากธนาคารพาณิชย์ จำนวน 344,577 ล้านบาท NPL จากสถาบันการเงินเฉพาะกิจ จำนวน 145,979 ล้านบาท และ SM (Special Mention) หรือส่วนที่เริ่มผิดนัดชำระ จำนวน 849,747 ล้านบาท
ส่วนหนี้ครัวเรือน อยู่ที่ 748,765 ล้านบาท แบ่งเป็น NPL จากธนาคารพาณิชย์ จำนวน 177,088 ล้านบาท NPL จากสถาบันการเงินเฉพาะกิจ จำนวน 168,972 ล้านบาท และ SM จำนวน 402,705 ล้านบาท
ทั้งนี้ บริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) ไม่ได้เป็นเพียงผู้จัดการหนี้หรือขายทรัพย์เท่านั้น แต่ยังสามารถเป็น “ฟันเฟืองสำคัญ” ในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจ กระตุ้นการลงทุน และพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน
“BAM ไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงผู้จัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ แต่เป็นผู้สร้างคุณค่าใหม่ให้ระบบเศรษฐกิจ ผ่านการพลิกฟื้นหนี้เสียให้กลายเป็นทรัพย์สินที่สร้างมูลค่า เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส และสร้างสมดุลใหม่ให้กับระบบเศรษฐกิจไทย” ดร.รักษ์ กล่าว
ดร.รักษ์ ระบุว่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้หนี้ NPL ผู้ประกอบการต้องทำงานใกล้ชิดกันมากขึ้น และเน้นการปรับโครงสร้างหนี้ที่ยั่งยืน เช่น หนี้ที่มีลักษณะใกล้เคียงกันสำหรับลูกหนี้ตัวเล็กหรือ SME ที่เป็นเถ้าแก่ การแก้ไขหนี้จะโฟกัสไปที่การชำระเงินต้น โดยไม่ต้องพิจารณาเรื่องดอกเบี้ย พร้อมทั้งยืดระยะเวลาการชำระให้ยาวขึ้น เพื่อให้ลูกหนี้สามารถไปต่อได้ เพราะการซื้อหนี้ NPL มานั้น ราคาไม่ได้สูงเท่ากับต้นและดอกเบี้ยที่เคยผูกอยู่กับชีวิตของลูกหนี้
โดย BAM และ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) ยังเป็น “กลไกเดิม” ในการแก้ไขปัญหาหนี้ที่ประสบความสำเร็จมานานกว่า 20 ปี นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริม Partnerships Model ที่ให้ BAM ซึ่งเป็น “บ้านใหญ่” เปิดโอกาสให้ AMC รายเล็กๆ เข้ามาร่วมทำธุรกิจ ซื้อทรัพย์ หรือซื้อ NPL ต่อจาก BAM เพื่อขยายบทบาทและสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน
นอกจากกลไกเดิม ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังมีการผลักดันการจัดตั้ง JV AMC เพื่อให้ AMC กว่า 80 แห่ง ที่มีความพร้อมสามารถจับคู่กับสถาบันการเงินที่ต้องการปรับโครงสร้างหนี้ คาดว่าจะเป็นการดำเนินการได้รวดเร็ว
ในส่วนของทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ถือเป็น “prime time” ของตลาดบ้านมือสองหรือคอนโดมือสอง ปัจจุบันทรัพย์สินในตลาด 100 ชิ้น เป็นมือสองถึง 56 ชิ้น โดยบ้านมือสองมีความน่าสนใจ เนื่องจากราคาถูกกว่ามือหนึ่ง ประมาณ 7-13% และมักตั้งอยู่ในทำเลที่ใกล้กับโครงสร้างพื้นฐาน หรือระบบขนส่งมวลชน โดยการจัดการ NPA สามารถทำได้โดยการสร้างตลาดกลาง เพื่อส่งเสริมระบบนิเวศใหม่ให้ทุกคนเติบโตได้อย่างยั่งยืน
ดร.รักษ์ กล่าวเพิ่มเติมถึงทิศทางการดำเนินงานของ BAM ว่า ภายใต้วิสัยทัศน์ “New Era - Business Recycling Machine” BAM มุ่งขับเคลื่อนธุรกิจด้วยแนวคิด “รีไซเคิลธุรกิจ ฟื้นลูกหนี้ที่มีศักยภาพ” และ “เพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน” เพื่อสร้างความเข้มแข็งและความยั่งยืนให้เศรษฐกิจไทยในระยะยาว พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ 3P ได้แก่
- People : ใส่ใจผู้ถือหุ้น ลูกหนี้ และพนักงาน เพื่อสร้างสมดุลแห่งคุณค่า
- Partnerships : สร้างพันธมิตรทางธุรกิจ ร่วมเพิ่มมูลค่าทรัพย์ และขยายฐานการลงทุน
- Platforms : นำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาใช้ยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการ
ทั้งนี้ BAM ยังเดินหน้าสู่ “โอกาสใหม่ขององค์กร” ด้วยบทบาท ที่ปรึกษาแก้หนี้อย่างยั่งยืน, ผู้พัฒนา NPA ให้เป็น Investment of Choice / Property for All, และการเติบโตสู่ “Green & Sustainable BAM” ที่สร้างคุณค่าให้แก่ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
“เราตั้งใจให้ BAM เป็นศูนย์กลางการบริหารสินทรัพย์ ที่ไม่เพียงแก้ปัญหาหนี้ แต่ยังสร้างคุณค่าและโอกาสใหม่ให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน” ดร.รักษ์ กล่าว







