
ค่าเงินบาทแกว่งตามความร้อนแรงของอียิปต์
ค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ (711 ม.ค. 2554) สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย มองว่า การเคลื่อนไหวของเงินบาทในช่วงสัปดาห์นี้ ยังมีโอกาสแกว่งตัวตามกระแสเงินทุนไหลเข้าออกจากต่างประเทศและปัจจัยจากต่างประเทศที่เข้ามากระทบตลาด โดยคาดว่าเงินบาทจะปรับตัวในช่วง 30.7031.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เทียบกับ 30.6431.18 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในสัปดาห์ก่อนหน้า
ยังต้องติดตามสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในประเทศอียิปต์ว่าจะมีการขยายผลลุกลามไปสู่ประเทศอื่นๆ หรือไม่ เพราะหากสถานการณ์แย่ลง คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองในภูมิภาคตะวันออกกลาง และทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น
สถานการณ์ดังกล่าวจะสร้างแรงกดดันต่อภาวะการลงทุนในตลาดการเงินโลก แต่ในทางตรงข้าม กลับเป็นปัจจัยบวกแก่เหรียญสหรัฐเพิ่มเติมจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ออกมาดี และหนุนมุมมองที่ว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังต้องติดตามสถานการณ์การเมือง ซึ่งคาดว่าจะมีน้ำหนักต่อภาวะการลงทุนในตลาดเงินและตลาดทุนในประเทศ และส่งผลให้เงินบาทมีโอกาสปรับตัวผันผวนในช่วงสัปดาห์นี้
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (31 ม.ค.4 ก.พ. 2554) เงินบาทปรับตัวในกรอบ 30.6431.18 บาทต่อเหรียญสหรัฐ อ่อนค่าลงมากจาก 30.7431.12 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในสัปดาห์ก่อนหน้า
เริ่มต้นสัปดาห์ เงินบาทมีทิศทางอ่อนค่าและร่วงลงอย่างรวดเร็วแตะระดับอ่อนค่าที่สุดในรอบ 5 เดือนที่ 31.18 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในวันจันทร์ อันเป็นผลจากการดิ่งลงของตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นภูมิภาคจากความกังวลต่อสถานการณ์จลาจลในอียิปต์ ที่กระตุ้นให้นักลงทุนเลี่ยงความเสี่ยงและกลับเข้าหาเงินเหรียญสหรัฐมากขึ้น
อย่างไรก็ดี เงินบาทเริ่มฟื้นตัวขึ้นภายหลังสถานการณ์เริ่มผ่อนคลายลง ทำให้นักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับเข้าซื้อสินทรัพย์ภูมิภาคและเข้าซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง ส่งผลให้เงินบาทปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 30.75 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงกลางสัปดาห์ และปรับตัวในกรอบแคบๆ ใกล้ระดับ 30.84 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
ในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ ท่ามกลางปริมาณการซื้อขายที่ค่อนข้างเบาบาง เนื่องจากตลาดการเงินในหลายประเทศในเอเชียปิดทำการในช่วงเทศกาลตรุษจีน อีกทั้งนักลงทุนยังรอดูความชัดเจนเกี่ยวกับปัจจัยต่างๆ และความคืบหน้าเกี่ยวกับสถานการณ์ในอียิปต์ รวมทั้งรอการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในช่วงค่ำวันศุกร์ว่าจะออกมาดีตามคาดหรือไม่
ทั้งนี้ ในช่วงต้นสัปดาห์ เงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 31.15 บาทต่อเหรียญสหรัฐ อ่อนค่าลงจากระดับ 31.03 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงปลายสัปดาห์ และอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วในวันทำการแรกของสัปดาห์ อันเป็นผลจากการร่วงลงของตลาดหุ้นเอเชียที่ปรับตัวลงแรงตามตลาดหุ้นสหรัฐ
จากความกังวลต่อปัญหาความตึงเครียดในอียิปต์ ทำให้นักลงทุนมีการขายสินทรัพย์เสี่ยงและสกุลเงินของประเทศตลาดเกิดใหม่แล้วเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย รวมทั้งเหรียญสหรัฐ เพื่อลดความเสี่ยง เนื่องจากนักลงทุนมองว่าหากสถานการณ์ความตึงเครียดในอียิปต์ยังดำเนินต่อไป อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพในตะวันออกกลางมากขึ้น ทำให้นักลงทุนต่างชาติมีการเทขายสินทรัพย์ภูมิภาคออกมา เช่นเดียวกันตลาดหุ้นไทยที่ร่วงลงแรงเกือบ 2% ในการซื้อขายวันแรกของสัปดาห์ ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นภูมิภาคที่ร่วงลงราว 12% และส่งผลให้เงินบาทร่วงสู่ระดับอ่อนค่าที่สุดในรอบ 5 เดือนที่ 31.18 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ก่อนที่จะเริ่มฟื้นตัวขึ้นหลังนักลงทุนและกลุ่มผู้ส่งออกมีการขายเหรียญสหรัฐออกมาในช่วงจังหวะเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้น ส่งผลให้เงินบาทปรับตัวขึ้นไปที่ 30.90 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงท้ายตลาดวันจันทร์ และปรับแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 30.88 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงเช้าวันอังคาร ตามภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นที่เริ่มปรับตัวดีขึ้น
ช่วงปลายสัปดาห์ เงินบาทปรับแข็งค่าขึ้น โดยอยู่ที่ระดับ 30.75 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค ประกอบกับนักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับเข้าซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง แต่ภาวการณ์ซื้อขายค่อนข้างผันผวน เนื่องจากตลาดบางเพราะตลาดการเงินหลายประเทศเริ่มปิดทำการในช่วงเทศกาลตรุษจีน ส่งผลให้เงินบาทร่วงสู่ระดับ 30.80 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และยังทรงตัวใกล้ระดับ 30.82 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ขณะที่นักลงทุนยังคงรอปัจจัยใหม่ๆ โดยความสนใจของตลาดมุ่งไปที่การประชุมธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ว่าจะมีการส่งสัญญาณเพิ่มเติมเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ และยังคงจับตาสถานการณ์จลาจลในอียิปต์ว่าจะรุนแรงลามไปสู่ประเทศอื่นๆ ในตะวันออกกลางหรือไม่
สัปดาห์นี้ (711 ม.ค. 2554) สายงานธุรกิจตลาดทุน มองว่า การเคลื่อนไหวของเงินบาทในช่วงสัปดาห์นี้ ยังมีโอกาสแกว่งตัวตามกระแสเงินทุนไหลเข้าออกจากต่างประเทศและปัจจัยจากต่างประเทศที่เข้ามากระทบตลาด โดยคาดว่าเงินบาทจะปรับตัวในช่วง 30.7031.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เทียบกับ 30.6431.18 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในสัปดาห์ก่อนหน้า
โดยสัปดาห์นี้ ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในประเทศอียิปต์ว่าจะมีการขยายผลลุกลามไปสู่ประเทศอื่นๆหรือไม่ เพราะหากสถานการณ์แย่ลง คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาทางการเมืองในภูมิภาคตะวันออกกลาง และทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวจะสร้างแรงกดดันต่อภาวะการลงทุนในตลาดการเงินโลก แต่ในทางตรงข้ามกลับเป็นปัจจัยบวกแก่เหรียญสหรัฐฯเพิ่มเติมจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ออกมาดี และหนุนมุมมองที่ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯกำลังปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ปัจจัยใจประเทศยังต้องติดตามสถานการณ์การเมือง ซึ่งคาดว่าจะมีน้ำหนัก ต่อภาวะการลงทุนในตลาดเงินและตลาดทุนในประเทศ และส่งผลให้เงินบาทมีโอกาสปรับตัวผันผวนในช่วงสัปดาห์นี้







