
"เอกนิติ" งัด "Fast Pass" ล้างท่อเงินลงทุน BOI 4.7 แสนล้าน ก่อนยุบสภา
ยอดคำขอลงทุน BOI ครึ่งปีแรก 68 พุ่ง 1.05 ล้านล้าน แต่ติดค้างท่อ 4.7 แสนล้านบาท รมว.คลัง เล็งใช้กลไก Fast Pass เร่งถก BOI-หน่วยงานรัฐ กำหนดหลักเกณฑ์-เดดไลน์ ชี้ต้องเห็นผลจริงก่อน ยุบสภา
KEY
POINTS
- นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เตรียมใช้มาตรการ "Fast Pass" เพื่อเร่งรัดการอนุมัติโครงการลงทุนของ BOI ที่ยังไม่ได้รับการอนุมัติ ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 4.7 แสนล้านบาท
- กลไก "Fast Pass" จะกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องต้องพิจารณาอนุมัติโครงการให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด เช่น 15 หรือ 30 วัน
- ตั้งเป้าหมายให้มาตรการนี้เกิดผลเป็นรูปธรรมและเห็นโครงการลงทุนเกิดขึ้นจริงภายในเดือนมกราคม 2569 หรือก่อนการยุบสภา
แม้ว่าสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จะเผยตัวเลขคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนช่วงครึ่งปีแรก 2568 เป็นที่น่าดีใจ โดยยอดคำขอพุ่งสูงถึง 1.05 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 138% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ กลับซ่อนปัญหาใหญ่ นั่นคือ "ยอดค้างท่อ" หรือ โครงการที่ยังไม่อนุมัติ ซึ่งมี "มูลค่าสูงถึง 4.7 แสนล้านบาท"
“นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หัวหอกขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย จึงพยามเร่ง “คลายล็อก” ปัญหานี้ ผ่านกลไก “Fast Pass” เพื่อเปลี่ยนตัวเลขที่ค้างท่ออยู่ในเอกสาร ให้กลายเป็นโครงการ “ลงทุนจริง” ภายใต้กรอบจำกัดก่อนหมดเวลารัฐบาลชุดปัจจุบัน หวังพลิกฟื้นภาคเศรษฐกิจไทย ที่เปรียบเสมือนกับรถยนต์กำลัง "ติดหล่ม" ให้สามารถกลับมาขับเคลื่อนได้ตามศักยภาพที่ควรเป็น
กลไก " Fast Pass " เจาะปัญหาถึงต้นตอ
" Fast Pass" มีลักษณะคล้ายกับ "Fast Track" เป็นแนวทางเร่งรัดขั้นตอนการอนุมัติโครงการลงทุนให้เร็วขึ้น ผ่านการผลักดันของภาครัฐ ซึ่งกระทรวงการคลังเตรียมหารือกับเลขาธิการ BOI เพื่อวิเคราะห์สาเหตุความล่าช้าในแต่ละโครงการ และระบุหน่วยงานที่เป็นอุปสรรค เพื่อให้กระบวนการอนุมัติเดินหน้าได้เร็วขึ้น
“มาตรการ Fast Track” มีแนวทางหลัก ๆ ดังนี้
• ผู้ได้รับการส่งเสริมจาก BOI สามารถยื่นเอกสารโดยตรงต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
• หน่วยงานที่รับเอกสารต้องพิจารณา/อนุมัติภายในระยะเวลาที่กำหนด เช่น 15 หรือ 30 วัน
• ตั้งคณะทำงาน PPP Fast Track (Public-Private Fast Track Committee) หรือคณะทำงานความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชน ทำงานร่วมกันแบบเบ็ดเสร็จ ลดความซ้ำซ้อน และเร่งตัดสินใจแบบเบ็ดเสร็จ
“หัวใจสำคัญ” ของแนวทางนี้ คือ การกำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำงานภายใต้กรอบเวลาที่ชัดเจน หากผู้ถือใบอนุญาต นำใบอนุมัติจาก BOI ไปยื่นต่อหน่วยงานใด หน่วยงานนั้นจะต้องอนุมัติ หรือพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด
“เราจะไปหารือกับเลขาธิการ BOI เพื่อดูว่าปัญหามันติดขัดที่ตรงไหน แล้วจะนำข้อสรุปเหล่านี้เข้าสู่การพิจารณาของ ครม. และผลักดันให้จัดทำแนวทางแบบ Fast Track คล้ายกับที่เคยใช้ในโครงการ PPP Fast Track โดยกำหนดให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องต้องพิจารณาให้เสร็จภายในระยะเวลาชัดเจน เช่น 15 หรือ 30 วัน และจะเชิญทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิจารณาพร้อมกัน เพื่อลดขั้นตอนที่ล่าช้า”
ไม่ใช่แค่เรื่อง “เอกสาร” - ยังมีค่าสาธารณูปโภค
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยังชี้ว่า เรื่องค่าไฟ ค่าน้ำ และสาธารณูปโภคอื่น ๆ ก็เป็นอุปสรรคที่ทำให้หลายโครงการไม่สามารถเดินหน้าได้ รัฐบาลจึงเตรียมพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเร็วๆนี้ เพื่อให้โครงการเหล่านี้สามารถเริ่มต้นได้จริง
เดดไลน์ชัดเจน เห็นก่อนยุบสภาฯ
รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เน้นย้ำว่า มาตรการนี้ต้อง เกิดผลเป็นรูปธรรมภายในระยะเวลาอันสั้น โดยตั้งเป้าว่า ภายใน "เดือนมกราคม 2569" หรือ "ก่อนยุบสภาฯ" จะต้องเห็นโครงการนี้ “เกิดขึ้นจริง” จากการใช้มาตรการนี้อย่างชัดเจน







