posttoday
"เอกนิติ" งัด "Fast Pass" ล้างท่อเงินลงทุน BOI  4.7 แสนล้าน ก่อนยุบสภา

"เอกนิติ" งัด "Fast Pass" ล้างท่อเงินลงทุน BOI 4.7 แสนล้าน ก่อนยุบสภา

10 ตุลาคม 2568

ยอดคำขอลงทุน BOI ครึ่งปีแรก 68 พุ่ง 1.05 ล้านล้าน แต่ติดค้างท่อ 4.7 แสนล้านบาท รมว.คลัง เล็งใช้กลไก Fast Pass เร่งถก BOI-หน่วยงานรัฐ กำหนดหลักเกณฑ์-เดดไลน์ ชี้ต้องเห็นผลจริงก่อน ยุบสภา

KEY

POINTS

  • นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เตรียมใช้มาตรการ "Fast Pass" เพื่อเร่งรัดการอนุมัติโครงการลงทุนของ BOI ที่ยังไม่ได้รับการอนุมัติ ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 4.7 แสนล้านบาท
  • กลไก "Fast Pass" จะกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องต้องพิจารณาอนุมัติโครงการให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด เช่น 15 หรือ 30 วัน
  • ตั้งเป้าหมายให้มาตรการนี้เกิดผลเป็นรูปธรรมและเห็นโครงการลงทุนเกิดขึ้นจริงภายในเดือนมกราคม 2569 หรือก่อนการยุบสภา

แม้ว่าสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จะเผยตัวเลขคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนช่วงครึ่งปีแรก 2568 เป็นที่น่าดีใจ โดยยอดคำขอพุ่งสูงถึง 1.05 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 138% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ กลับซ่อนปัญหาใหญ่ นั่นคือ "ยอดค้างท่อ" หรือ โครงการที่ยังไม่อนุมัติ ซึ่งมี "มูลค่าสูงถึง 4.7 แสนล้านบาท"

 

“นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หัวหอกขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย จึงพยามเร่ง “คลายล็อก” ปัญหานี้ ผ่านกลไก “Fast Pass” เพื่อเปลี่ยนตัวเลขที่ค้างท่ออยู่ในเอกสาร ให้กลายเป็นโครงการ “ลงทุนจริง” ภายใต้กรอบจำกัดก่อนหมดเวลารัฐบาลชุดปัจจุบัน หวังพลิกฟื้นภาคเศรษฐกิจไทย ที่เปรียบเสมือนกับรถยนต์กำลัง "ติดหล่ม" ให้สามารถกลับมาขับเคลื่อนได้ตามศักยภาพที่ควรเป็น 

กลไก " Fast Pass " เจาะปัญหาถึงต้นตอ
 
" Fast Pass" มีลักษณะคล้ายกับ "Fast Track" เป็นแนวทางเร่งรัดขั้นตอนการอนุมัติโครงการลงทุนให้เร็วขึ้น ผ่านการผลักดันของภาครัฐ ซึ่งกระทรวงการคลังเตรียมหารือกับเลขาธิการ BOI เพื่อวิเคราะห์สาเหตุความล่าช้าในแต่ละโครงการ และระบุหน่วยงานที่เป็นอุปสรรค เพื่อให้กระบวนการอนุมัติเดินหน้าได้เร็วขึ้น  

 

“มาตรการ Fast Track” มีแนวทางหลัก ๆ ดังนี้

•   ผู้ได้รับการส่งเสริมจาก BOI สามารถยื่นเอกสารโดยตรงต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
•   หน่วยงานที่รับเอกสารต้องพิจารณา/อนุมัติภายในระยะเวลาที่กำหนด เช่น 15 หรือ 30 วัน
•   ตั้งคณะทำงาน PPP Fast Track (Public-Private Fast Track Committee) หรือคณะทำงานความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชน ทำงานร่วมกันแบบเบ็ดเสร็จ ลดความซ้ำซ้อน และเร่งตัดสินใจแบบเบ็ดเสร็จ
 

“หัวใจสำคัญ” ของแนวทางนี้ คือ การกำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำงานภายใต้กรอบเวลาที่ชัดเจน หากผู้ถือใบอนุญาต นำใบอนุมัติจาก BOI ไปยื่นต่อหน่วยงานใด หน่วยงานนั้นจะต้องอนุมัติ หรือพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด

“เราจะไปหารือกับเลขาธิการ BOI เพื่อดูว่าปัญหามันติดขัดที่ตรงไหน แล้วจะนำข้อสรุปเหล่านี้เข้าสู่การพิจารณาของ ครม. และผลักดันให้จัดทำแนวทางแบบ Fast Track คล้ายกับที่เคยใช้ในโครงการ PPP Fast Track โดยกำหนดให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องต้องพิจารณาให้เสร็จภายในระยะเวลาชัดเจน เช่น  15 หรือ 30 วัน และจะเชิญทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิจารณาพร้อมกัน เพื่อลดขั้นตอนที่ล่าช้า”


ไม่ใช่แค่เรื่อง “เอกสาร” - ยังมีค่าสาธารณูปโภค

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยังชี้ว่า เรื่องค่าไฟ ค่าน้ำ และสาธารณูปโภคอื่น ๆ ก็เป็นอุปสรรคที่ทำให้หลายโครงการไม่สามารถเดินหน้าได้ รัฐบาลจึงเตรียมพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเร็วๆนี้ เพื่อให้โครงการเหล่านี้สามารถเริ่มต้นได้จริง 

 

เดดไลน์ชัดเจน เห็นก่อนยุบสภาฯ
รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เน้นย้ำว่า มาตรการนี้ต้อง เกิดผลเป็นรูปธรรมภายในระยะเวลาอันสั้น โดยตั้งเป้าว่า ภายใน "เดือนมกราคม 2569"  หรือ "ก่อนยุบสภาฯ" จะต้องเห็นโครงการนี้ “เกิดขึ้นจริง” จากการใช้มาตรการนี้อย่างชัดเจน 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท