
คาดประกวดราคารฟม.สีม่วงมี.ค.
โพสต์ทูเดย์
— รฟม.เผยรถไฟฟ้าสายสีม่วงสัญญา 6 จัดการระบบรางรอไจกาเห็นชอบ หวังประกวดราคาได้เดือน มี.ค.นี้นายชัยสิทธิ์ คุรุรัตน์ รองผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประกวดราคาโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่บางซื่อ เปิดเผยว่า ขณะนี้ รฟม.รอความเห็นชอบจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (ไจกา) เรื่อง เอกสารเงื่อนไขการประกวดราคา (ทีโออาร์) สัญญาที่ 6 ซึ่งเป็นงานระบบรางระยะทางประมาณ 23 กม. มีราคากลาง 3,663 ล้านบาท คาดว่าภายในเดือน ก.พ.นี้ โดยไจกาจะตอบกลับ จากนั้นภายในเดือน มี.ค. จะเริ่มประกาศประกวดราคาได้
ทั้งนี้ ในส่วนของสัญญาที่ 4 และ 5 ซึ่งเป็นงานการจัดหาระบบรถไฟฟ้า การให้บริการการเดินรถไฟฟ้าและซ่อมบำรุงรักษา รฟม.ได้เปิดให้ผู้ที่สนใจเข้ารับเอกสารประกวดราคาตั้งแต่วันที่ 1324 ธ.ค. 2553 ปรากฏว่ามีเอกชนซื้อเอกสาร 9 ราย โดยมีบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือบีเอ็มซีแอล และบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) ร่วมซื้อซองประมูลด้วย ซึ่ง รฟม.ได้กำหนดผู้ที่รับเอกสารเข้ามายื่นข้อเสนอในวันที่ 24 ก.พ. และจะเปิดซองในวันที่ 28 ก.พ.นี้
นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการ รฟม. กล่าวถึงความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงบางใหญ่บางซื่อ ว่า ด้านงานก่อสร้างรวมทั้งโครงการคืบหน้า 18.66% แต่ยังมีปัญหาในส่วนของการเวนคืนที่ดินจากประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวเส้นทางของโครงการที่ไม่ยอมย้ายออกไป จึงได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อคำนวณวงเงินการเวนคืน โดยยอมรับว่าส่วนหนึ่งที่ประชาชนไม่ยอมย้ายออกไปเนื่องจากเกิดความเสียหายต่อธุรกิจที่ดำเนินการอยู่และเห็นว่าได้รับค่าเวนคืนที่ดินไม่เพียงพอเนื่องจากไม่มีการคิดค่าเสียหายทางธุรกิจเข้าไปด้วย
รฟม.ได้กำหนดวิธีการคิดค่าเวนคืนที่ดินใหม่ด้วยการคิดค่าเสียหายทางธุรกิจรวมเข้าไปด้วย โดยขณะนี้เหลือเพียง 4 จุดเท่านั้นที่ประชาชนยังไม่ยอมย้ายออกไปซึ่งเป็นทางขึ้นทางลง ซึ่ง รฟม. ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปเจรจากับเจ้าของที่ดินและอาคารในบริเวณดังกล่าวแล้ว ซึ่งคาดว่าจะไม่มีปัญหาเพราะในส่วนไหนที่และการส่งมอบที่ดินให้กับผู้รับเหมาก่อสร้าง
นายรณชิต แย้มสะอาด รองผู้ว่าการรฟม. ในฐานะรักษาการผู้ว่ารฟม. กล่าวว่า ในส่วนของสายสีม่วงนั้นรฟม.ได้จ่ายเงินค่าเวนคืนที่ดินไปแล้ว 8,100 ล้านบาท จากวงเงินทั้งหมด 9,200 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมารฟม.ได้ทยอยจ่ายค่าชดเชยความเสียหายทางธุรกิจให้กับผู้ที่ประกอบธุรกิจในแนวเส้นทางก่อสร้างอย่างเป็นธรรม โดยผู้ประกอบการจะต้องแสดงเอกสารทางธุรกิจ การเสียภาษี แต่หากเป็นการค้าขายปลีกย่อยไม่มีเอกสารมาแสดง จะต้องมีการสอบถามและหาหลักฐานการประกอบธุรกิจจากเพื่อนบ้านใกล้คียงโดยจะมีการจ่ายเบื้องต้นที่รายละ 75,000 บาท เป็นอย่างต่ำ ส่วนธุรกิจขนาดใหญ่ก็จะพิจารณาจ่ายให้ตามความเป็นจริงเพื่อให้ความเป็นธรรมต่อผู้อยู่อาศัยที่สุด







