
หวั่นไทยไร้ที่ปลูกข้าว สศก.ชงแผนคุ้มครอง
โพสต์ทูเดย์
— สศก.เตรียมชงมาตรการคุ้มครองพื้นที่พืชอาหาร หลังเกษตรกรหันปลูกพืชพลังงานแทนนายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาพืชผลทางการเกษตรสูงขึ้น รวมถึงปัญหาภัยธรรมชาติของโลกและการสูญเสียพื้นที่การเกษตรของประเทศ รวมทั้งปัญหาความต้องพืชพลังงานเพิ่มมากขึ้นทั้ง ปาล์ม อ้อย ข้าวโพด ส่งผลต่อราคาที่จูงใจให้เกษตรกรหันมาเพิ่มพื้นที่ปลูกพืชพลังงานแทนการใช้พื้นที่เพื่อเพาะปลูกพืชอาหาร ทำให้น่ากังวลว่าในระยะยาวจะกระทบต่อการปลูกพืชอาหารของประเทศได้
ทั้งนี้ เนื่องจากว่าในปัจจุบันไม่มีกฎหมายการเข้ารอนสิทธิเจ้าของที่ดินได้ ซึ่งเริ่มมีให้เห็นในหลายพื้นที่ เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ เริ่มพบว่ามีการปลูกปาล์มและยางพารา ทั้งที่พื้นที่ไม่เหมาะสม เพราะปริมาณน้ำไม่เพียงพอ ขณะเดียวกันพื้นที่เหล่านี้เหมาะกับการปลูกข้าวหอมกำลังถูกคุกคาม ซึ่งหากไม่ดูแลอาจจะมีปัญหาตามมา
ทั้งนี้ สศก.กำลังติดตามและจะนำเสนอต่อที่ประชุม คณะกรรมการบริหารจัดการความมั่นคงด้านพืชอาหารและพืชพลังงานที่มีนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกฯ เป็นประธาน เพื่อวางมาตรการรับมือกับปัญหาเหล่านี้
“
สศก.เห็นว่าอาจจำเป็นต้องมีการโซนนิงพื้นที่การเกษตร โดยใช้มาตรการจูงใจเป็นแนวทางสำคัญ เพราะไม่สามารถไปรอนสิทธิหรือสั่งให้ใครปลูกหรือไม่ปลูกอะไรในที่ดินของตนเองได้ โดยเห็นว่า มาตรการจูงใจต้องทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่าหากเกษตรกรหรือเจ้าของที่ดินปลูกพืชตามชนิดที่รัฐกำหนดในโซนนั้นๆ เขาจะได้รับสิทธิพิเศษอะไรบ้าง เช่น การลดหย่อนภาษี ดอกเบี้ยเงินกู้ที่ต่ำ และวางระบบโครงสร้างในพื้นที่ แหล่งน้ำ แหล่งผลิต เชื่อมโยงกับโรงงานการแปรรูปได้โดยง่าย เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการขนส่งเป็นต้น” นายอภิชาต กล่าวขณะเดียวกันต้องมีมาตรการชัดเจนว่ากรณีที่มีการปลูกที่ไม่ใช่พืชในเขตโซนนิ่งกรณีเกิดปัญหาเช่นภัยธรรมชาติ รัฐบาลจะช่วยเหลือตามเกณฑ์ปกติไม่ใช่เกณฑ์พิเศษ เช่นกรณีน้ำท่วมที่ผ่าน หากปลูกยางในนาพื้นที่ข้าวก็จะไม่ได้รับการช่วยเหลือตามเกณฑ์พิเศษ 1.1 หมื่นบาทต่อไร่ แต่จะได้รับการช่วยเหลือตามเกณฑ์ปกติเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้คาดว่าจะมีการนำหารือในเร็วๆนี้ เพื่อกำหนดเป็นนโนบายว่าประเทสไทยมีเป้าหมายจะให้มีพื้นที่ปลูกข้าวและพืชพลังงานอย่างละเท่าใด
เลขาธิการสศก. กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรฯกำลังเร่งผลักดันคือการสร้างสวัสดิการเพื่อให้เกิดความมั่นคงของชีวิตเกษตรกร เช่รพรบ. กองทุนสวัสดิการชาวนา อยาระหว่างการพิจารณาเสนอครม. ร่างพรบ.คุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็น ซึ่งทั้งร่างเป็นนโยบายสำคัญที่กระทรวงเกษตรฯต้องการให้เกิดขึ้น เพื่อให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ดีขึ้น ซึ่งหมายถึงเกษตรกรต้องมีรายได้จากการขายสินค้าเกษตรได้ราคาที่ดี ไม่ถูกกดราคา มีสวัสดิการที่จะเข้ามารองรับความมั่นคงในชีวิต และรวมถึงการเข้าถึงสุขอนามัยที่ดี ซึ่งหากเกษตรกรมีความอยู่ดี กินดี รายได้ดี มีความเชื่อว่าอาชีพทำการเกษตรเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ เขาจะอยู่ในภาคเกษตร เพราะหากรัฐจะพูดอย่างไรก็ตาม แต่เขายังมีปัญหาด้านรายได้ทำเท่าไหร่ก็ไม่พอกิน ก็ไม่มีใครทำ ขายนา ขายไร่กันหมด
สำหรับพื้นที่ปลูกข้าวปัจจุบันอยู่ที่ 57 ล้านไร่ ผลผลิต 21 ล้านตันข้าวเปลือก ส่งออกประมาณ 910 ล้านตัน นอกนั้นบิรโภคในประเทศ พื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน 4 ล้านไร่ ยุทธศาสตร์ปาล์มน้ำมันเพื่อรองรับทั้งด้านอาหารและพลังงานทดเทนปริมาณ 57 ล้านไร่ อยู่ระหว่างการส่งเสริมการปลูกเพิ่ม ยางพาราพื้นที่ปัจจุบัน 14 ล้านไร่ สำหรับมันสำปะหลัง อ้อย และข้าวโพด ชนิดละประมาณ 7 ล้านไร่ อย่างไรก็ตามเพื่อให้มีการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรรัฐบาลยังมีความเป็นต้องพัฒนาพื้นที่ชลประทานให้ได้ 60 ล้านไร้จากปัจจุบันมีเพียง 28 ล้านไร่







