รอเลย เปิดลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส" 20-26 ต.ค.- ร้านค้า 15 ต.ค.นี้
รัฐบาลเร่งเข็นโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ประกาศเปิดลงทะเบียน 20-26 ต.ค. เริ่มใช้จ่าย 29 ต.ค.–ธ.ค.68 หวังดันเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายโตเกิน 1% จากเดิม 0.3%
KEY
POINTS
- โครงการ "คนละครึ่งพลัส" เปิดให้ร้านค้าลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. และประชาชนทั่วไปลงทะเบียนวันที่ 20-26 ต.ค. 2568
- ผู้ที่ได้รับสิทธิสามารถเริ่มใช้จ่ายในโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. ถึง 31 ธ.ค. 2568
- รัฐบาลตั้งเป้าหมายกระตุ้นเศรษฐกิจไตรมาส 4 ผ่านโครงการนี้สำหรับประชาชน 20 ล้านคน เพื่อผลักดันให้ GDP เติบโตเกิน 1%
รัฐบาลเร่งเดินเครื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2568 ล่าสุด
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลมีแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจใน 4 เดือน โดยรัฐบาลต้องเร่งเดินหน้าเพื่อผลักดันให้รถยนต์ที่เปรียบเสมือนเศรษฐกิจไทยพื้นจากหล่มไม่ตกเหว สำหรับโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” จะเป็นหนึ่งในมาตรการหลักที่มีเป้าหมายในการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะนี้ และสามารผลักดัน จีดีพีไทยในไตรมาส 4 ให้เติบโตเกิน 1% จากที่ประเมินไว้เพียง 0.3%
โครงการนี้ใช้งบประมาณรวมกว่า 6.6 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น
- วงเงิน 2.2 หมื่นล้านบาท สำหรับเพิ่มวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (13.4 ล้านราย)
- วงเงิน 2.5 หมื่นล้านบาท จากงบกระตุ้นเศรษฐกิจ
- วงเงิน 1.9 หมื่นล้านบาท จากงบกลาง เพื่อสนับสนุน “คนละครึ่ง พลัส” สำหรับประชาชนทั่วไปจำนวน 20 ล้านคน
สำหรับ ไทม์ไลน์การเปิดลงทะเบียน
- ร้านค้า วันที่ 15 ต.ค. เป็นต้นไป
- ประชาชน 20–26 ต.ค. 2568
- เริ่มใช้สิทธิโครงการ 29 ต.ค. – 31 ธ.ค. 2568
ร้านค้าเป้าหมาย ได้แก่ ไมโครเอสเอ็มอีที่อยู่ในระบบภาษี เช่น ร้านค้าที่มีรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี โดยข้อมูลจากกรมสรรพากรระบุว่ามีร้านค้าเข้าข่ายกว่า 5,000 ราย
ทั้งนี้ ยังมีมาตรการที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว ผ่านการเพิ่มทักษะพ่อค้า แม่ค้ารายย่อย จำนวน 1 แสนราย ซึ่งใช้เม็ดเงินจากกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยจะเป็นการอบรมเพิ่มทักษะ เช่น การขายออนไลน์ การจัดทำบัญชีแบบดิจิทัล ซึ่งตรงนี้จะช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ด้วย
“เศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 เดิมประเมินว่าจะโตแค่ 0.3% แต่เมื่อรวมมาตรการกระตุ้นทั้งหมด ทั้งคนละครึ่ง พลัส เติมเงินบัตรสวัสดิการ มาตรการท่องเที่ยว และเร่งเบิกจ่ายงบ คาดว่าจะดันเศรษฐกิจโตเพิ่มอีก 0.9–1.1% ทำให้มั่นใจว่าไตรมาส 4 ปีนี้ จีดีพีจะโตเกิน 1% แน่นอน” นายเอกนิติ กล่าว
นอกจากนี้ ในวันที่ 14 ต.ค. 2568 จะเสนอที่ประชุม ครม. พิจารณาเห็นชอบโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวโดยเฉพาะเมืองรอง โดยจะให้สามารถนำค่าใช้จ่ายในการเที่ยวเมืองรองหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่ใช้ลดหย่อน
ซึ่งก่อนหน้านี้ที่เคยดำเนินโครงการลักษณะนี้มา เคยให้ค่าใช้จ่ายสูสุดที่ 4 หมื่นบาท และ 2 หมื่นบาท รวมถึงในช่วง 4 เดือนจากนี้ จะเร่งกระตุ้นให้หน่วยงานภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจ เร่งการจัดประชุม สัมมนา เพื่อช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรอง โดยพบว่าส่วนราชการมีงบประมาณในส่วนนี้ราว 3-4 พันล้านบาท และรัฐวิสาหกิจอีก 3-4 พันล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าหากสามารถผลักดันในส่วนนี้ได้ ก็จะมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปีนี้ได้
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ร้านค้าที่จะเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส หลัก ๆ พุ่งเป้าไปที่กลุ่มไมโครเอสเอ็มอีที่อยู่ในระบบภาษี โดยจากข้อมูลของกรมสรรพากร พบว่า ร้านค้าที่มีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท จำนวน 3 พันร้านค้า และที่มีรายได้ตั้งแต่ 1.8 ล้านบาท ถึง 30 ล้านบาท จำนวน 2 พันร้านค้า รวมทั้งสิ้น 5 พันกว่าร้านค้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้านค้าที่ขายสินค้าและบริการ อาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป


