posttoday
"กรณ์ จาติกวณิช" ชี้ปฏิรูปโครงสร้างคือกุญแจอนาคตเศรษฐกิจไทย

"กรณ์ จาติกวณิช" ชี้ปฏิรูปโครงสร้างคือกุญแจอนาคตเศรษฐกิจไทย

27 กันยายน 2568

เวทีเสวนาเศรษฐกิจ 2568 กรณ์ จาติกวณิช เสนอปฏิรูปพลังงาน เกษตร การเงิน และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เพื่อสร้างจุดยืนใหม่ให้ไทยในภูมิภาค

KEY

POINTS

  • ​​​กรณ์ จาติกวณิช ชี้เศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้าง เช่น สังคมสูงวัยและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น จึงจำเป็นต้องมุ่งเน้นการปฏิรูปโครงสร้างระยะยาวมากกว่าการแก้ปัญหาระยะสั้น
  • พร้อมเสนอแนวทางปฏิรูปในภาคส่วนสำคัญ ได้แก่ การปฏิรูปพลังงานโดยแยกการผลิตและการส่งไฟฟ้า, การรวมกลุ่มเกษตรกรรายย่อยเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง, และการนำระบบดิจิทัลมาใช้ในภาคการเงินเพื่อลดต้นทุนและคอร์รัปชัน
  • และย้ำถึงการส่งเสริมอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูง เช่น การแพทย์และเทคโนโลยีสุขภาพ รวมถึงอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Soft Power) โดยต้องอาศัยผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

ค่ำวันที่ 17 กันยายน 2568 ผู้บริหารจากกว่า 40 บริษัทชั้นนำในไทยได้มารวมตัวกันในงานเสวนา “Unlocking Thailand’s Potential – Navigating Challenges and Seizing Opportunities” จัดโดยโรเบิร์ต วอลเทอร์ส ประเทศไทย บรรยากาศไม่ใช่เพียงการพบปะสังสรรค์ แต่เป็นพื้นที่ถกเถียงถึงอนาคตเศรษฐกิจไทยอย่างจริงจัง โดยมี กรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีคลังและนักลงทุน ร่วมแบ่งปันมุมมอง

 

ในปีนี้ โรเบิร์ต วอลเทอร์ส ได้ร่วมจัดงานกับพันธมิตรทั้ง 2 ได้แก่ Kuvera Capital Company Limited และ Ultimate Destiny โดย Kuvera Capital เป็นบริษัทไพรเวทอิควิตี้และการลงทุนทางเลือก โดยมุ่งเน้นการสร้างคุณค่าในระยะยาวผ่านโอกาสในการพลิกฟื้นธุรกิจ การลงทุนด้านโลจิสติกส์ และสถานการณ์พิเศษต่าง ๆ ส่วน Ultimate Destiny เป็นบริษัทที่ปรึกษาและฝึกอบรมระดับพรีเมียม ที่ผสานภูมิปัญญาตะวันออกเข้ากับศาสตร์การพัฒนาองค์กรสมัยใหม่ 

 

เศรษฐกิจไทยในจุดเปลี่ยน

กรณ์เริ่มด้วยการชี้ให้เห็นข้อจำกัดที่ฉุดรั้งประเทศ ความไม่แน่นอนทางการเมือง ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และความเชื่อมั่นนักลงทุนที่ถดถอย ถึงขั้นเจ้าตัวเองยอมรับว่าเคยถอนการลงทุนจากตลาดทุนไทย แต่ท่ามกลางความท้าทาย เขาเห็นแสงสว่าง การเมืองที่ผู้คนตื่นรู้มากขึ้น การเปลี่ยนผ่านอำนาจโดยสันติ และสังคมที่เข้าใจว่า “การชุมนุมบนถนนอย่างเดียวไม่อาจสร้างการเปลี่ยนแปลงได้” ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สามารถผลักดันให้เกิดการปฏิรูปเชิงโครงสร้างครั้งใหญ่ที่สามาถสร้างจุดยืนใหม่ทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในภูมิภาคได้

 

นายกรณ์เน้นว่า การปฏิรูปเชิงโครงสร้าง จำเป็นต้องเกิดควบคู่กับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เขาเสนอให้ปฏิรูป พลังงานโดยการแยกส่วนการผลิตและการส่งไฟฟ้าออกจากกัน การเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตพลังงานอิสระสามารถขายไฟฟ้าโดยตรงให้แก่ผู้ใช้รายใหญ่ได้โดยตรง จะช่วยลดค่าไฟฟ้า ดึงดูดการลงทุนในพลังงานทดแทน และยังช่วยสร้างความโปร่งใสในการแข่งขันทางธุรกิจอีกด้วย

 

"กรณ์ จาติกวณิช" ชี้ปฏิรูปโครงสร้างคือกุญแจอนาคตเศรษฐกิจไทย

 

ในภาคเกษตรกรรม กรณ์เสนอให้รวมกลุ่มเกษตรกรรายย่อยเข้าด้วยกันเป็นองค์กรขนาดใหญ่เพื่อเพิ่มอำนาจในการต่อรอง เข้าถึงแหล่งทุน และส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม โดยยกตัวอย่างโมเดลสหกรณ์ผลิตภัณฑ์นมของประเทศนิวซีแลนด์ นอกจากนี้ ในด้านสุขภาพและเทคโนโลยีทางการแพทย์ เขาได้เน้นถึงข้อได้เปรียบของประเทศไทยในการให้บริการผู้ป่วยทั้งในประเทศและต่างประเทศหลายล้านคนต่อปี พร้อมเสนอให้สร้างความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลและบริษัทเทคโนโลยี เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมและการผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์

 

เขากล่าวว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก เนื่องจากปัจจัยเชิงโครงสร้างที่เคยเอื้อประโยชน์ทางเศรษฐกิจกำลังลดลง ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างประชากรที่เคยหนุ่มสาว หรือพลังงานราคาถูก ขณะที่ประเทศยังต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ ๆ เช่น ภาวะเงินฝืดและสังคมผู้สูงอายุ เขาจึงเน้นย้ำว่าประเทศไทยควรให้ความสำคัญกับการวางกลยุทธ์ระยะยาว มากกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในระยะสั้น

 

ในด้านการเงิน ได้ชี้ให้เห็นถึงต้นทุนการทำธุรกรรมที่สูงซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการปล่อยสินเชื่อแก่ SME และเสนอให้มีการนำกระบวนการทางการเงินและระบบราชการเข้าสู่ระบบดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดปัญหาคอร์รัปชัน

 

ส่วนในประเด็นอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ได้เน้นย้ำถึงทุนวัฒนธรรมของไทย ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ดนตรี งานฝีมือ หรือกีฬา ที่มีศักยภาพในการก้าวสู่ความสำเร็จระดับโลก โดยเริ่มจากการสร้างสรรค์ที่ขับเคลื่อนจากภาคเอกชน พร้อมทั้งสนับสนุนด้วยนโยบายที่มุ่งคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เขายกตัวอย่างกระแส K-pop ของเกาหลีใต้ ซึ่งเกิดจากการขับเคลื่อนของภาคเอกชนก่อนที่รัฐจะเข้ามาสนับสนุน

 

สุดท้ายได้เน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของผู้นำที่มองการณ์ไกลและมีวิสัยทัศน์ ในการกำหนดอนาคตของประเทศไทย พร้อมทั้งเรียกร้องให้ภาคธุรกิจ ผู้กำหนดนโยบาย และประชาชนร่วมกันผลักดันโครงการที่แก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างลึกซึ้งเพื่อความก้าวหน้าในระยะยาว พร้อมแสดงความมั่นใจในความสามารถของประเทศไทยที่จะปรับตัวและพัฒนาระบบการปกครองให้ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนและเศรษฐกิจ

ข่าวล่าสุด

โลตัส ขอนแก่นเปิดโฉมใหม่ 30 ต.ค. ดึง IKEA-ร้านดังเสริมทัพ

โลตัส ขอนแก่นเปิดโฉมใหม่ 30 ต.ค. ดึง IKEA-ร้านดังเสริมทัพ