posttoday
วันแม่ปี 68 เงินสะพัด 1.1 หมื่นล้าน “เงินสด” เป็นของขวัญยอดนิยม

วันแม่ปี 68 เงินสะพัด 1.1 หมื่นล้าน “เงินสด” เป็นของขวัญยอดนิยม

12 สิงหาคม 2568

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจฯ เปิดผลสำรวจวันแม่ ปี 68 คนไทยพาแม่ทำกิจกรรมอะไรมากสุด คาด เงินสะพัด 1.1 หมื่นล้าน ขณะที่ของขวัญยอดนิยมยังเป็น "เงินสด" เฉลี่ย 3,115 บาท

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงวันแม่แห่งชาติ ปี 2568 จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,422 รายทั่วประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับช่วงวันหยุดยาวต่อเนื่อง 4 วัน โดยพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังคงให้ความสำคัญกับวันแม่ เนื่องจากตระหนักถึงบทบาทสำคัญของ “แม่” ในการเป็นศูนย์กลางของความรักและความสัมพันธ์ในครอบครัว

 

โดยผลสำรวจระบุว่า ร้อยละ 58.1 ของผู้ตอบแบบสอบถามมีแผนเดินทางไปพบแม่ในช่วงเวลาดังกล่าว ขณะที่อีกร้อยละ 41.9 ระบุว่าไม่ได้เดินทางไปพบ ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในรอบ 4 ปี 
 

ด้านของของขวัญที่นิยมมอบให้แม่ พบว่า “เงินสด” ยังครองความนิยมสูงสุด คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 67 โดยมีมูลค่าเฉลี่ย 3,115 บาท ตามมาด้วยพวงมาลัย ดอกไม้ สลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มบำรุงสุขภาพ และผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพ

 

5 อันดับแผนการใช้จ่ายช่วงเทศกาลวันแม่

กิจกรรมที่ประชาชนส่วนใหญ่วางแผนทำร่วมกับแม่ในช่วงวันแม่ ได้แก่

  1. การพาไปรับประทานอาหารนอกบ้าน งบประมาณเฉลี่ย 2,230.46 บาท
  2. การทำบุญ งบประมาณเฉลี่ย 1,535.51 บาท
  3. การจัดกิจกรรมนอกบ้านร่วมกัน งบประมาณเฉลี่ย 1,409.14 บาท
  4. ไม่ได้ไปไหนอยู่บ้าน งบประมาณเฉลี่ย 314.30 บาท 
  5. ออกไปทำกิจกรรมอื่น ๆ งบประมาณเฉลี่ย 3,321.43 บาท

 

อีกทั้งยังมีแผนการเดินทางท่องเที่ยวต่างจังหวัด ทั้งแบบค้างคืนและไม่ค้างคืน โดยส่วนใหญ่ระบุว่า งบประมาณที่ใช้จ่ายจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อยขณะที่ การเดินทางไปต่างประเทศมีแนวโน้มลดลงอย่างชัดเจน โดยค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 12,000 บาท ลดลงจากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 15,000 บาท หรือคิดเป็นการลดลงประมาณร้อยละ 20
 

 

ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าในช่วงวันแม่ปี 2568 จะมีเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจประมาณ 11,062 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

อย่างไรก็ตาม ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ยังชี้ให้เห็นว่า แม้จะมีวันหยุดยาวติดต่อกันและมีมาตรการกระตุ้นการบริโภคอย่าง “โครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง” แต่ประชาชนยังคงใช้จ่ายด้วยความระมัดระวัง โดยมีหลายครอบครัวที่ไม่มีแผนจัดกิจกรรมร่วมกับแม่ และบางกิจกรรมมีระดับการใช้จ่ายที่ลดลงจากปีก่อนหน้า

 

ทั้งนี้ บรรยากาศทางเศรษฐกิจโดยรวมยังคงอยู่ในภาวะชะลอตัว แม้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 157,000 ล้านบาท รวมถึงมาตรการทางการเงินและการท่องเที่ยว เช่น การลดอัตราดอกเบี้ย จะเริ่มมีผลบังคับใช้แล้วก็ตาม แต่ยังไม่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอย่างชัดเจน สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5

 

ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังเผชิญความเสี่ยงจากหลายปัจจัย ทั้งสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศ ความไม่แน่นอนจากสงครามการค้า และปัญหาในการบริหารจัดการการค้าชายแดน ซึ่งยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท