
ยอดผลิตรถ พ.ค.พุ่งในรอบ 21 เดือน เหตุ ยานยนต์ไฟฟ้าผลิตเพิ่ม 6 เท่า
ส.อ.ท.เผยยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า BEV เดือน พ.ค. 68 พุ่ง 11,274 คัน เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว ขณะที่ยอดผลิตอยู่ที่ 6,411 คัน เพิ่มขึ้นกว่า 6 เท่า
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนพฤษภาคม 2568 มีทั้งสิ้น 139,186 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 33.51 และเพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2567 ร้อยละ 10.32 นับเป็นการเพิ่มขึ้นเดือนแรกในรอบ 21 เดือน
ทั้งนี้ สาเหตุมาจากการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า BEV (Battery Electric Vehicle ) และ PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) เพิ่มขึ้นร้อยละ 641.16 และ 130.49 ตามลำดับ ส่งผลให้การผลิตรถยนต์นั่งเพื่อขายในประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 63.88 โดยการผลิตแบ่งเป็น
• รถยนต์นั่ง Battery Electric Vehicle มีจำนวน 6,411 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2567 ร้อยละ 641.16
• รถยนต์นั่ง Plug-in Hybrid Electric Vehicle มีจำนวน 1,837 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2567 ร้อยละ 130.49
ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนพฤษภาคม 2568 มีจำนวนทั้งสิ้น 52,229 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 10.67 แต่เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2567 ร้อยละ 4.73 เพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 2 ต่อจากเดือนเมษายน 2568 จากการขายรถยนต์ไฟฟ้า BEV PHEV เพิ่มขึ้นร้อยละ 118.64 234.68 จากราคาที่จับต้องได้มากขึ้น
การส่งออก เดือนมกราคม – พฤษภาคม 2568 ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 371,272 คัน ลดลงจากช่วงระยะเวลาเดียวกันร้อยละ 13.65 แบ่งเป็น
• รถกระบะ ICE 240,030 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 64.65 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2567 ร้อยละ 2.80
• รถยนต์นั่ง ICE 53,651 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 14.45 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2567 ร้อยละ 46.37
• รถยนต์นั่ง BEV 660 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 0.26 ของการส่งออกทั้งหมด ในปี 2567 ไม่มีการส่งออก
• รถยนต์นั่ง HEV 22,214 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 5.98 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2567 ร้อยละ 6.75
• รถ PPV 54,717 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 14.74 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากปี 2567 ร้อยละ 7.53
เดือนพฤษภาคม 2568 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 13,935 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วร้อยละ 70.65 โดยแบ่งเป็น
• รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 12,054 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2567 ร้อยละ 120.97
o รถยนต์นั่งจำนวน 11,827 คัน
o รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คนจำนวน 221 คัน
o รถยนต์บริการธุรกิจจำนวน 2 คัน
o รถยนต์บริการทัศนาจรจำนวน 4 คัน
• รถกระบะ รถแวนมีทั้งสิ้น 14 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2567 ร้อยละ 40
• รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 1,843 คัน ลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2567 ร้อยละ 28.57
o รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลจำนวน 1,843 คัน
• รถโดยสารมีทั้งสิ้น 3 คัน ลดลงจากเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วร้อยละ 95.95
• รถบรรทุกมีทั้งสิ้น 29 คัน ลดลงจากเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วร้อยละ 16
เดือนพฤษภาคม 2568 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (HEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 12,152 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วร้อยละ 12.63 โดยแบ่งเป็น
• รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 12,044 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2567 ร้อยละ 12.26
o รถยนต์นั่งจำนวน 11,999 คัน
o รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คนจำนวน 3 คัน
o รถยนต์บริการธุรกิจจำนวน 26 คัน
o รถยนต์บริการทัศนาจรจำนวน 15 คัน
o รถยนต์บริการให้เช่าจำนวน 1 คัน
• รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 108 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2567 ร้อยละ 80
o รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลจำนวน 108 คัน
เดือนพฤษภาคม 2568 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (PHEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 2,402 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วร้อยละ 241.19 โดยแบ่งเป็น
• รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 2,402 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วร้อยละ 241.19
o รถยนต์นั่งจำนวน 2,402 คัน







