posttoday
แบ่งปัน ห่วงใย...หัวใจของการอยู่ร่วมกัน

แบ่งปัน ห่วงใย...หัวใจของการอยู่ร่วมกัน

01 กุมภาพันธ์ 2554

ถ้าเรารู้จักบทบาทและหน้าที่ของตัวเอง ช่วยเหลือและเอื้อเฟื้อกัน สังคมของเราก็คงจะน่าอยู่และมีเสน่ห์แบบไทยๆ...

ถ้าเรารู้จักบทบาทและหน้าที่ของตัวเอง ช่วยเหลือและเอื้อเฟื้อกัน สังคมของเราก็คงจะน่าอยู่และมีเสน่ห์แบบไทยๆ...

โดย...โอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

เมื่อช่วงต้นปี ผมมีโอกาสได้ไปประเทศญี่ปุ่นมาครับ และเนื่องจากครั้งนี้ผมพักอยู่ในโตเกียว ทำให้ได้บรรยากาศของเมืองใหญ่ที่ดูไปแล้วก็คงจะเป็นภาพที่คล้ายคลึงกับกรุงเทพฯ บ้านเรา ต่างกันที่ว่าระบบขนส่งมวลชนของเขาค่อนข้างจะสมบูรณ์และรองรับกับความต้องการของผู้คนเป็นจำนวนมากได้

ภาพที่เห็นจึงเป็นภาพของผู้คนที่เดินกันขวักไขว่ตามสถานีรถไฟเพื่อรีบไปทำงาน และมีบางส่วนที่ขี่จักรยานไป ซึ่งก็เป็นภาพที่ชินตาไปแล้วสำหรับคนในโตเกียวนะครับ

การเดินทางครั้งนี้ ผมเลือกที่จะเที่ยวเอง ไม่ได้ไปกับทัวร์เหมือนที่ผ่านๆ มา ด้วยความรู้สึกที่ว่าอยากได้อารมณ์ตื่นเต้นผจญภัยนิดๆ เพราะขึ้นชื่อว่าประเทศญี่ปุ่น ผมเชื่อว่าคนที่เคยไปมาก็คงจะจำได้ว่า ทุกที่ที่ไปเราจะเห็นแต่ป้ายบอกทางที่เป็นภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น แต่เดี๋ยวนี้ดีขึ้น อย่างน้อยก็ยังมีภาษาอังกฤษให้เห็นบ้างตามศูนย์กลางคมนาคม

พอเครื่องลงที่สนามบินนาริตะ ผมก็ซื้อตั๋วรถบัสเข้าโตเกียว ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง หลังจากลงรถที่สถานีรถไฟที่ชินจูกุแล้ว โรงแรมที่ผมพักก็ดูน่าจะเดินไปได้ง่ายๆ เพราะจากข้อมูลที่หาไว้โรงแรมจะห่างจากสถานีขนส่งเพียงเดินแค่ 8 นาทีเท่านั้น แต่ด้วยความที่บนถนนหนทางล้วนมีแต่ภาษาญี่ปุ่น เลยทำให้ผมยังงงๆ จับต้นชนปลายไม่ถูกอยู่พักใหญ่!!

ขณะที่ผมกำลังยืนเคว้งคว้าง มองซ้ายทีขวาที เจ้าหน้าที่ของแอร์พอร์ตบัสซึ่งคงจะมองออกว่าผมกำลังต้องการความ|ช่วยเหลือ ก็ตรงเข้ามาถามผมว่าจะไปไหน แต่ด้วยความที่เขาพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ส่วนภาษาไทยพูดได้นิดหน่อย (อันนี้ทำให้ผมแปลกใจและแอบภูมิใจเล็กๆ นะครับ)ก็เลยบอกทางได้เป็นคำๆ “ตรงไป ขวาๆ ซ้ายๆ หมาเขียวๆ” ฟังแล้วงงไหมครับ...

ผมเองฟังแล้วยิ่งงงเข้าไปใหญ่ แต่ที่ประทับใจก็คือ ความมีน้ำใจของเขาที่กุลีกุจอช่วยเหลือแม้จะมีอุปสรรคบ้างด้านการสื่อสาร แต่ก็แสดงให้เห็นว่าวัฒนธรรมในเรื่องความมีน้ำใจและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่เขาปลูกฝังกันมานาน ยังคงผลิดอกออกผล ส่งต่อถึงคนรุ่นใหม่ได้อย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง

เมื่อบวกเข้ากับความซื่อสัตย์และความมีระเบียบวินัยที่เรียกได้ว่าเข้มข้นอยู่ในสายเลือด ความปลอดภัยในบ้านเมืองของเขา|ที่มีอยู่สูงมาก ทำให้โตเกียวมีเสน่ห์ของเมืองใหญ่ที่ใครๆ เมื่อมาเยือนแล้วต่างก็พกพาความประทับใจกลับไปด้วยทุกครั้ง

เห็นแล้วก็อดคิดถึงบ้านเราไม่ได้ ผมเชื่อว่าถ้าเราไม่ต้องมาคอยกังวลเรื่องความปลอดภัย เวลาที่เห็นใครเดือดร้อนบนท้องถนน เราก็คงกล้าที่จะลงไปให้ความช่วยเหลือ หรือรับเขาขึ้นรถได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกปล้น แม้แต่การอยู่ร่วมกันในสังคมเล็กๆ อย่างคอนโดมิเนียม ถ้าคิดถึงใจเขาใจเรา ปัญหาจุกจิกก็คงจะไม่มากวนใจ

อย่างเรื่องของการสูบบุหรี่ ถ้าเป็นในห้องของตัวเองก็คงจะไม่เท่าไหร่ แต่ก็ควรคำนึงถึงกลิ่นที่อาจจะลอยไปรบกวนห้องข้างๆ ได้ อย่างไรก็ตามการปิดห้องให้มิดชิดหรือสูบในพื้นที่ๆ จัดไว้ให้ น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ถ้าเรารู้จักบทบาทและหน้าที่ของตัวเอง ช่วยเหลือและเอื้อเฟื้อกัน สังคมของเราก็คงจะน่าอยู่และมีเสน่ห์แบบไทยๆ ไม่แพ้ญี่ปุ่นเขาเหมือนกันนะครับ

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล