
สรรพากร เล็งเก็บภาษีผลตอบแทน G-Token เหมือนดอกเบี้ยพันธบัตร
กรมสรรพากร เผยเตรียมจัดเก็บภาษีผลตอบแทน G-Token ในอัตรา 15% เสมือนตราสารหนี้ทั่วไป ชี้ต้องเสียภาษีเหมือนตราสารหนี้เพื่อความเท่าเทียม
นายปิ่นสาย สุรัสวดี อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมสรรพากร อยู่ระหว่างร่างกรอบการจัดเก็บภาษีจากผลตอบแทนของ “G-Token” ซึ่งเป็นโทเคนดิจิทัลทางการเงินใหม่ที่สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เตรียมจะออกในเดือนกรกฎาคมนี้ วงเงินรวมประมาณ 5,000 ล้านบาท
G-Token มีลักษณะคล้ายพันธบัตรรัฐบาล คือ ผู้ซื้อจะได้รับผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย โดย สบน. จะใช้โทเคนนี้เป็นช่องทางใหม่ในการกู้เงินจากประชาชน แทนการออกพันธบัตรแบบเดิม
ทั้งนี้ รายได้ที่ผู้ถือ G-Token ได้รับจะถือเป็น ดอกเบี้ย และต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% โดยผู้ถือสามารถเลือกได้ว่าจะให้ภาษีที่ถูกหักนี้เป็นภาษีสุดท้าย หรือจะนำไปรวมยื่นภาษีประจำปี หากผู้มีรายได้มีฐานภาษีต่ำกว่า 15% อาจขอคืนภาษีบางส่วนได้
สำหรับการซื้อขาย G-Token ในตลาดรอง หากมีการขายแล้วได้กำไร ส่วนต่างนี้อาจถือเป็น “กำไรจากการขายทรัพย์สิน” (capital gain) และต้องเสียภาษีเช่นกัน ยกเว้นกรณีที่มีกฎหมายกำหนดให้ได้รับการยกเว้น
กรมสรรพากรจะใช้หลัก “สาระสำคัญเหนือรูปแบบ” (Substance over Form) ในการพิจารณาโทเคนแต่ละประเภท เช่น ถ้าโทเคนนั้นมีลักษณะเหมือนตราสารหนี้ ก็จะจัดเก็บภาษีแบบดอกเบี้ย แต่ถ้ามีลักษณะเหมือนหุ้น หรือสินค้า ก็จะเก็บภาษีตามประเภทนั้น
แนวทางนี้จะช่วยให้การจัดเก็บภาษีมีความเป็นธรรม และรองรับนวัตกรรมการเงินใหม่ ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต แม้จะทำให้การวิเคราะห์ของกรมซับซ้อนขึ้น โดยเฉพาะในกรณีโทเคนลูกผสมที่มีหลายคุณสมบัติในตัวเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้แนวทางการจัดเก็บภาษี G-Token ยังอยู่ในขั้นตอนร่างประกาศกรมสรรพากร และเตรียมเสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.)ในเร็ว ๆ นี้







