
นักวิชาการ มธ. เตือนทักษิณเสนอซื้อหนี้ ระวังกลายเป็นอุ้มธนาคาร
นักวิชาการ มธ. ชี้นโยบาย "ซื้อหนี้เสีย" ของทักษิณ มีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ สามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่ม GDP และNPL ได้จริง แต่เตือนอาจเป็นดาบสองคมหากไม่รอบคอบ
รศ.ดร.วิชัย วิทยาเกียรติเลิศ จากภาควิชาคณิตศาสตร์และสถิติ มธ. เปิดเผยว่าปัจจุบันประเทศไทยมีหนี้ครัวเรือนมูลค่า 15.54 ล้านล้านบาท โดยเป็นหนี้เสียประมาณ 4% หรือราว 6.2 แสนล้านบาท การให้ภาคเอกชนโดยเฉพาะบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) เข้ามารับซื้อหนี้เสียจากสถาบันการเงิน แทนการใช้งบประมาณของรัฐ เป็นแนวทางที่มีความเหมาะสม โดยรัฐบาลต้องเป็นผู้กำกับดูแลเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อลูกหนี้
รศ.ดร.วิชัย คาดการณ์ว่า หากบริษัทบริหารสินทรัพย์รับซื้อหนี้เสียในราคาที่ลดลงเฉลี่ย 35% ตามกลไกตลาดปกติ จะช่วยนำเงินเข้าสู่ระบบได้ 1-2.1 แสนล้านบาท และเพิ่ม GDP ถึง 1.5 เท่า คิดเป็นเงินราว 1.6-3.2 แสนล้านบาท รวมทั้งช่วยลดหนี้เสียได้ 50-100%
อย่างไรก็ตาม รศ.ดร.วิชัย เตือนว่านโยบายนี้มีความเสี่ยงหากรัฐบาลแก้เฉพาะหนี้โดยไม่แก้ไขพฤติกรรมทางการเงินของประชาชน จะทำให้เกิดปัญหาหนี้ซ้ำซาก ซึ่งจากประสบการณ์ในหลายประเทศชี้ให้เห็นว่ามาตรการพักหนี้หรือปรับโครงสร้างหนี้หากไม่มีการสร้างวินัยทางการเงินควบคู่กันจะล้มเหลว
ทั้งนี้ เสนอให้รัฐบาลช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้มีรายได้น้อยที่มีหนี้ต่ำกว่า 5 แสนบาท แทนการช่วยเหลือทุกกลุ่ม และควรดำเนินการควบคู่กับการส่งเสริมอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ให้ประชาชน
รศ.ดร.วิชัย ยกตัวอย่างประเทศไอซ์แลนด์ที่ใช้งบประมาณ 10% ของ GDP ในการตัดหนี้ให้ประชาชนหลังวิกฤตปี 2008 ส่งผลให้หนี้ครัวเรือนลดลง 30% และเศรษฐกิจฟื้นตัวเร็วกว่าประเทศเพื่อนบ้าน แต่เน้นย้ำว่าต้องออกแบบนโยบายอย่างรอบคอบเพื่อป้องกันไม่ให้กลายเป็นการอุ้มธนาคารหรือเอื้อประโยชน์ให้เอกชนบางกลุ่มแทนที่จะช่วยประชาชนอย่างแท้จริง







