
4กองไทยพาณิชย์ เปิดขาย1.2หมื่นล.
โพสต์ทูเดย์
— บลจ.ไทยพาณิชย์ เปิดขาย 4 กองทุนตราสารหนี้ รวดเดียวดูด 1.2 หมื่นล้านบาท ชูบางกองแบ่งลงทุนนอก เพิ่มผลตอบแทนนางโชติกา สวนานนท์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการเปิดขายกองทุนตราสารหนี้ใหม่อีก 4 กองทุน มูลค่ารวม 1.2 หมื่นล้านบาท โดยจะเปิดจองครั้งเดียว ถึงวันที่ 31 ม.ค. 2554 ลงทุนขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท
กองทุนที่จะเสนอขายเน้นลงทุนในตั๋วเงินคลังและพันธบัตรรัฐบาล ที่ผสมกับการลงทุนในตั๋วแลกเงินของสถาบันการเงินในประเทศ และเงินฝากของธนาคารบาร์เคลย์ สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อให้ผู้ลงทุนมีโอกาสได้รับผลตอบแทนให้มากขึ้นกว่าการลงทุนในตั๋วเงินคลังหรือพันธบัตรรัฐบาลอย่างเดียว
สำหรับกองทุนเปิดไทยพาณิชย์พันธบัตรรัฐบาล 6M88 (SCBGB6M88) อายุประมาณ 6 เดือน มูลค่า 1,500 ล้านบาท เน้นลงทุนในตั๋วเงินคลังและเงินฝากประจำของธนาคารไทยพาณิชย์ คาดให้ผลตอบแทนประมาณ 2% ต่อปี
กองทุนเปิดไทยพาณิชย์พันธบัตรและตราสารธนาคาร 23 (SCBGBANK23) อายุ 6 เดือน มูลค่า 5,000 ล้านบาท มีนโยบายลงทุนในตั๋วเงินคลัง ตั๋วแลกเงินธนาคารกรุงไทย ตั๋วแลกเงินธนาคารไทยพาณิชย์ หรือตั๋วแลกเงินธนาคารอาคารสงเคราะห์ คาดให้ผลตอบแทนประมาณ 2.10% ต่อปี
นางโชติกา กล่าวว่า ส่วนอีก 2 กองทุน คือ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ตราสารหนี้ 6M5 (SCBFI6M5) อายุ 6 เดือน มูลค่า 4,000 ล้านบาท โดยกองทุนนี้เน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลประมาณ 55% และที่เหลือลงทุนในตั๋วแลกเงินธนาคารไทยพาณิชย์และพันธบัตรอิสราเอล คาดให้ผลตอบแทนประมาณ 2.15% ต่อปี
กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ตราสารหนี้ 1Y2 (SCBFI1Y2) อายุประมาณ 1 ปี มูลค่า 1,500 ล้านบาท และคาดผลตอบแทนประมาณ 2.35% ต่อปี โดยบริษัทจะนำเงินที่ระดมได้ไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทยประมาณ 75% ส่วนที่เหลือลงทุนในเงินฝากธนาคารบาร์เคลย์ สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งได้รับการจัดอันเครดิตจากสถาบันจัดอันดับเอสแอนด์พีอยู่ที่ A1 และฟิทช์ เรทติ้งส์ อยู่ที่ F1+
ด้าน บลจ.บัวหลวง เปิดขายกองทุนรวมบัวหลวงธนรัฐ 4/11 เสนอขายครั้งเดียวถึงวันที่ 31 ม.ค. 2554 ลงทุนขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท โดยกองทุนมีระยะเวลาลงทุนประมาณ 6 เดือน ลงทุนในตราสารภาครัฐ เช่น ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาลไทย หรือพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย ประมาณการผลตอบแทน 2% ต่อปี







