
หอการค้ามะกันแนะไทยปรับโครงสร้างภาษีรถให้เป็นธรรม
หอการค้าอเมริกันในไทย แนะ “ชัยวุฒิ” ปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์อย่างเป็นธรรม และไม่เน้นให้สิทธิพิเศษเฉพาะแค่เรื่องเทคโนโลยี
หอการค้าอเมริกันในไทย แนะ “ชัยวุฒิ” ปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์อย่างเป็นธรรม และไม่เน้นให้สิทธิพิเศษเฉพาะแค่เรื่องเทคโนโลยี
นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการหอการค้าอเมริกันในประเทศไทยเข้าพบ ว่า หอการค้าอเมริกันในประเทศไทยต้องการให้การปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่มีความโปร่งใสและเป็นธรรมกับบริษัทรถยนต์ทุกแห่ง โดยไม่ต้องการให้มีการแยกเทคโนโลยี รวมทั้งต้องการให้บริษัทรถยนต์มีเวลาปรับตัวเพื่อการเปลี่ยนแปลงอย่างน้อย 3-5 ปี ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมชี้แจงว่าขั้นตอนการพิจารณาขณะนี้อยู่ที่กระทรวงการคลัง โดยภาครัฐจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายและการพิจารณาปรับโครงสร้างภาษีครั้งนี้จะประเมินจากประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การปล่อยมลพิษและมาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งภาครัฐจะไม่ให้ความสำคัญเฉพาะเทคโนโลยีตัวใดตัวหนึ่ง
ทั้งนี้ คาดว่าการพิจารณาโครงสร้างภาษีใหม่จะเสร็จภายในเดือน ก.พ.2554 ซึ่งเมื่อกระทรวงการคลังพิจารณาแล้วเสร็จจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาประกาศเป็นกฎกระทรวงกำหนดพิกัดภาษีรถยนต์ใหม่ โดยจะให้เวลาบริษัทรถยนต์ปรับตัว 18-24 เดือน และยืนยันว่าโครงสร้างภาษีที่ปรับขึ้นมาใหม่จะไม่กระทบกับรถยนต์ที่กระทรวงอุตสาหกรรมให้การส่งเสริมไปแล้ว เช่น รถยนต์ประหยัดพลังงาน (อีโค คาร์)
นอกจากนี้ หอการค้าอเมริกันในประเทศไทยต้องการให้ไทยปรับปรุงกฎระเบียบเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างรถกระบะ ซึ่งปัจจุบันกำหนดให้รถกระบะที่จะเสนอจัดซื้อจัดจ้างต้องมีขนาดเครื่องยนต์ไม่ต่ำกว่า 2,400 ซี.ซี. โดยหอการค้าฯ เห็นว่าเป็นกฎระเบียบที่ล้าสมัย เพราะปัจจุบันเครื่องยนต์ของรถกระบะมีขนาดเล็กลงต่ำกว่า 2,400 ซี.ซี. เป็นต้น
แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ในครั้งนี้ จะทำให้จำนวนรายการภาษีลดลง จากเดิมที่มีอยู่ 20 รายการ เพื่อให้ง่ายต่อการจัดเก็บมากขึ้น โดยคาดว่าภาษีสรรพสามิตในส่วนของรถกระบะ จะไม่มีการปรับเปลี่ยน ส่วนภาษีที่ได้ให้เป็นสิทธิประโยชน์ต่อนักลงทุนไปแล้วก็จะไม่เข้าไปแตะเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ การปรับโครงสร้างภาษีดังกล่าวจะส่งผลให้คนไทยได้ใช้รถยนต์ที่มีประสิทธิภาพ และคุณภาพที่ดีขึ้น ไม่ใช่ค่ายรถยนต์ได้ประโยชน์เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งการจัดทำที่ผ่านมาก็ได้ไปศึกษาการจัดทำภาษีรถยนต์จากทุกประเทศ และรับฟังความเห็นจากค่ายรถยนต์ทุกค่ายมาแล้ว โดยหลายประเทศก็เริ่มปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางภาษีไปหมดแล้ว เช่น สหภาพยุโรป (อียู) หรือสหรัฐอเมริกา ที่คิดภาษีจากอัตราการใช้น้ำมัน เป็นต้น
“ค่ายรถยนต์ค่อนข้างตื่นเต้นกับการปรับโครงสร้างภาษีของไทย เพราะจะส่งผลกระทบต่อการผลิต และเอกชนก้หวังว่าการปรับภาษีจะไม่ทำให้ภาระทางภาษีเพิ่มขึ้น” แหล่งข่าว กล่าว
สำหรับอัตราภาษีสรรพสามิตในปัจจุบัน รถกระบะ 2 ประตู อยู่ที่ 3% กระบะ 4 ประตู 12% กระบะ 5 ประตู (พีพีวี) 20% รถยนต์ที่ใช้พลังงานอี 85 ลดภาษี 8% จากอัตราภาษีตามขนาดเครื่องยนต์ รถยนต์อี 20 ลดภาษี 5% จากอัตราภาษีตามขนาดเครื่องยนต์ โดยขนาดเครื่องยนต์ 2,000 ซี.ซี เสียภาษี 30% 2,500 ซี.ซี. 35% และเครื่องยนต์ 3,000 ซี.ซี. 40% ส่วนรถยนต์ไฮบริดเสียภาษี 10%
ปัจจุบันหอการค้าอเมริกันมีสมาชิกที่ผลิตรถยนต์และชิ้นส่วน 30 บริษัท มีการลงทุน 1.5 แสนล้านบาท คาดปีนี้จะมีการลงทุนเพิ่ม 1,649 ล้านบาท มีการจ้างงงานทุกประเภทในอุตสาหกรรมยานยนต์ 2.5 หมื่นคนโดยในปี 2553 อุตสาหกรรมยายนต์ในไทยมีกำลังการผลิต 1.9 ล้านคัน เป็นของฟอร์ดและเจเนอร์รัล มอเตอร์รวม 25%







