
พัฒนาซอฟต์แวร์โลจิสติกส์ไทย โอกาสท่ามกลางความเสี่ยง
ไทยต้องเร่งกำหนดมาตรฐานด้านระบบโลจิสติกส์ เพราะการชิงเป็นผู้วางมาตรฐานย่อมได้เปรียบกว่า และต้องทำก่อนที่การเปิดเสรีจะมีขึ้น
ไทยต้องเร่งกำหนดมาตรฐานด้านระบบโลจิสติกส์ เพราะการชิงเป็นผู้วางมาตรฐานย่อมได้เปรียบกว่า และต้องทำก่อนที่การเปิดเสรีจะมีขึ้น
โดย...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์
ระบบโลจิสติกส์เป็นขั้นตอนที่สำคัญในระบบอุตสาหกรรมไทยเพราะครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต การคงคลัง การขนส่ง การบริหารจัดการจนกว่าสินค้าจะไปถึงมือผู้บริโภค ซึ่งกระบวนการทั้งหมดจำเป็นต้องมีระบบไอทีเข้ามาช่วยให้การทำงานทั้งหมดเป็นไปอย่างราบรื่น เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่ายได้อย่างดี โดยก่อนหน้านี้ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ชาติ (องค์การมหาชน) หรือซิป้า ได้จัดสัมมนา “เพาะเมล็ดพันธุ์ไอเดียซอฟต์แวร์ไทย” โดยนัดแรกเป็นการพบกันของนักพัฒนาซอฟต์แวร์และภาคธุรกิจโลจิสติกส์ ซึ่งมีการแสดงความคิดเห็นอย่างน่าสนใจ
ทั้งนี้ ในการสัมมนาได้บอกถึงอุปสรรคอันดับแรกของระบบโลจิสติกส์คือ ประเทศไทยยังไม่มีการกำหนดมาตรฐานเพื่อเป็นแนวทางร่วมกันในการพัฒนาและใช้งาน อย่างจริงจัง ยิ่งการเปิดเสรีทางการค้าในภูมิภาคอาเซียนใกล้เข้ามาแล้ว และด้วยความที่ยังไม่มีมาตรฐานร่วมกัน ทำให้ผู้ประกอบการแต่ละรายใช้ระบบที่แตกต่างกัน การทำงานร่วมกันก็เป็นไปได้ยาก สิ่งที่เรียกว่า เนชั่นแนล ซิงเกิล วินโดวส์ ก็เกิดขึ้นได้ยาก ทั้งที่ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทย จะต้องดำเนินการให้เสร็จภายในปี 2554 ซึ่งก็คือปีนี้
ในปี 2554 นี้ รัฐบาลจะลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ให้เหลือ 16% จากเดิมอยู่ที่ 19% ในปี 2548 โดยปัจจุบัน กรมศุลกากรเป็นเจ้าภาพในการพัฒนาระบบ เอ็นเอสดับบลิว ซึ่งเป็นการพัฒนาระบบสำหรับการนำเข้า ส่งออกและโลจิสติกส์รองรับการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างประเทศในอาเซียนและในภูมิภาคอื่นๆ โดยการเชื่อมโยงทั้งหมดมีทั้งข้อมูลจากผู้ประกอบการ จากธนาคารหรือสถาบันการเงิน จากอุตสาหกรรมขนส่ง จากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สินค้าเคลื่อนไปได้อย่างรวดเร็ว รองรับการเป็นศูนย์กลางหรือฮับของประเทศไทย
ทั้งนี้ ประเทศไทยควรจะผลักดันให้เกิดการพัฒนาระบบเอ็นเอสดับบลิว ให้ได้โดยเร็วที่สุด นี่คือโอกาสทางการตลาดของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ ยิ่งนักพัฒนาชาวไทยที่อยู่ใกล้ผู้ประกอบการอยู่แล้ว ต้องเร่งสร้างความเข้าใจและพัฒนาซอฟต์แวร์ออกมาให้ตรงกับความต้องการ ซึ่งนี่ถือเป็นปัญหาต่อมา เพราะความต้องการของผู้ประกอบการและซอฟต์แวร์ยังไม่สอดคล้องตรงกันเท่าที่ควร จึงเป็นเรื่องที่ทางนักพัฒนาต้องเข้าใจธุรกิจและเข้าถึงลูกค้ามากขึ้น
จากข้อมูลเฉพาะธุรกิจค้าปลีกค้าสินค้าอุปโภคบริโภคแล้ว มีร้านค้าปลีกหลักหมื่นราย ค้าส่งอีกกว่า 500 ราย ที่สนใจจะนำระบบโลจิสติกส์ ที่มีไอทีมาช่วยพัฒนาศักยภาพมาใช้งาน ยังไม่นับรวมถึงธุรกิจอื่นๆ เช่น แฟชั่น ก่อสร้าง อาหาร ล้วนต้องการระบบจัดการข้อมูล ระบบจัดการคลังสินค้า และระบบขนส่งทั้งสิ้น นี่คือโอกาสที่นักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทยต้องใส่ใจและสร้างสรรค์สินค้าออกมารองรับความต้องการโดยเร็วที่สุด
ขณะที่ผู้ประกอบการอาจมีการใช้งานซอฟต์แวร์สำเร็จรูปอยู่แล้ว แต่ก็ต่างกันไปในแต่ละบริษัทที่ใช้โดยไม่รู้ถึงความจำเป็น ทำให้การเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันไม่สามารถทำได้ ดังนั้นระบบโลจิสติกส์ก็ไม่เกิดขึ้น เพราะข้อมูลเป็นจุดเริ่มต้นของระบบ หนทางหนึ่งคือ นักพัฒนาซอฟต์แวร์ต้องพัฒนาโซลูชันที่ราคาไม่สูงมารองรับ เริ่มต้นที่ระบบการจัดการคลังสินค้าก่อนเป็นอันดับแรก ช่วยทั้งการสั่งสินค้าใหม่ การกระจายสินค้า ต้องมีความ “ง่าย” เป็นหลัก เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้งานเป็น และยอมปรับเปลี่ยนการทำงาน
ด้านผู้ประกอบการต้องมีการเปลี่ยนแปลงทัศนคติใหม่ ต้องกล้าจะเปิดเผยข้อมูล เพราะที่ผ่านมาต่างฝ่ายต่างกลัวว่าการเปิดเผยข้อมูล เพราะกลัวจะเกิดผลเสียด้านการแข่งขัน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนประการหนึ่งคือ การใช้บริการด้านขนส่งผ่านเว็บเบสแอพพลิเคชัน ที่ผู้ประกอบการขนส่ง และผู้ประกอบการธุรกิจจะเข้ามาลงทะเบียน เพื่อแชร์ข้อมูลการขนส่งสินค้า เพื่อจะได้รู้ว่ามีรถขนส่ง ขนาดเท่าใด วิ่งไปที่ใด ในวันและเวลาใด เพื่อลดการวิ่งรถเที่ยวเปล่า ถือว่าช่วยลดค่าใช้จ่ายไปได้มาก ซึ่งบริการลักษณะนี้เป็นที่นิยมมากในญี่ปุ่นตั้งแต่ 7-8 ปีที่แล้ว เพราะรถขนส่งวิ่งได้เต็มประสิทธิภาพ ผู้ประกอบการขนส่งของได้ทันเวลาและค่าใช้จ่ายลดลง
กระบวนการทั้งหมดตั้งอยู่บนพื้นฐานของการแชร์ข้อมูล เพื่อนำไปสู่การบูรณาการระบบทั้งหมด และยกระดับโซลูชัน โลจิสติกส์ทั้งประเทศ ยังไม่นับรวมถึงการนำระบบจีพีเอสนำทาง หรือระบบอาร์เอฟไอดีเข้ามาใช้ในการตรวจสอบสินค้าและการขนส่ง ซึ่งถือเป็นส่วนขยายในระบบนี้ ซึ่งมีการใช้งานอย่างแพร่หลายในต่างประเทศแล้ว แต่สำหรับประเทศไทย อันดับแรกหน่วยงานรัฐต้องก้าวมาเป็นเจ้าภาพ เร่งกำหนดมาตรฐานด้านระบบโลจิสติกส์ เพราะการชิงเป็นผู้วางมาตรฐานย่อมได้เปรียบกว่า และต้องทำก่อนที่การเปิดเสรีจะมีขึ้น







